ความรู้ลายไทย ศิลปะไทย และสถาปัตยกรรมไทย

Bases: thaan khiang, lotus, lion, sagging base, atlas bands

02 ฐาน (Base / Plinth)

อยู่ตรงไหน

ฐานคือส่วนล่างสุดของทุกอาคารและทุกองค์ประกอบ ตัวอาคาร เจดีย์ เสา ซุ้ม พระพุทธรูป และแม้แต่ชั้นย่อยของยอด ล้วนมีฐานของตัวเอง ส่วนที่ซ้อนขึ้นไปแต่ละชั้นจึงมักเริ่มด้วยฐานเล็กๆ อีกชุด ทำให้รูปทรงไทยมีชั้นบัวซ้ำกันเป็นจังหวะ

เหตุผลของรูปร่าง

ศัพท์ของชิ้นส่วนในฐาน (ใช้ร่วมกันทุกแบบ)

ศัพท์ ลักษณะ
หน้ากระดาน แถบแบนตั้งตรง เป็นแผ่นเรียบ มักมีลายประจำยามหรือกระจังเรียงอยู่
ฐานเขียง แท่นเหลี่ยมเรียบเป็นขั้น คล้ายเขียงซ้อนกัน อยู่ล่างสุด
บัวคว่ำ บัวที่โค้งลงเหมือนกลีบบัวคว่ำ เป็นตัวรับน้ำหนักลงพื้น อยู่ช่วงล่าง
บัวหงาย บัวที่โค้งขึ้นเหมือนกลีบบัวบาน อยู่ช่วงบน รองรับสิ่งที่อยู่ข้างบน
ท้องไม้ แถบคอดลึกเข้าไประหว่างบัวคว่ำกับบัวหงาย ทำให้เกิดเงาเข้ม
ลูกแก้ว วงกลมนูนคาดรอบตรงท้องไม้ หน้าตัดกลม
ลูกแก้วอกไก่ ลูกแก้วที่มีสันคมตรงกลางเหมือนอกไก่ หน้าตัดเป็นรูปข้าวหลามตัดมน
เส้นลวด เส้นนูนบางๆ คั่นระหว่างชั้น
กลีบบัว (บัวแวง/บัวจงกล) บัวที่ทำเป็นกลีบให้เห็นทีละกลีบ
เท้าสิงห์ / แข้งสิงห์ ส่วนโค้งเหมือนขาสัตว์ เตะออกที่ปลายล่าง เป็นเอกลักษณ์ของฐานสิงห์
กาบเท้าสิงห์ / กาบแข้งสิงห์ ลายกาบประดับที่มุมของแข้งสิงห์
บัวหลังสิงห์ บัวที่อยู่เหนือแข้งสิงห์

ฐานพระมณฑปวัดพระแก้ว: ครุฑและอสูรเรียงรอบฐาน (ฐานแบกแบบหนึ่ง)

ภาพ: Ziegler175 · CC BY-SA 3.0 · Wikimedia Commons

ฐานแบก: เทวดาแบก มณฑปทิศวัดอรุณ

ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons

ฐานซุ้ม: มณฑปทิศเหนือวัดอรุณ

ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons

ลำดับฐานของพระปรางค์ จากล่างขึ้นบน [S13 ตามที่อ้างในผลค้นหาวิกิพีเดีย]: ฐานเขียง (ฐานชั้นล่างสุด) → ฐานปัทม์ (ฐานอาคาร) → ชุดฐานสิงห์ 3 ชั้น → เรือนธาตุ เจดีย์ทรงลังกาแบบอยุธยา: ฐานเขียง → ฐานปัทม์หรือฐานบัว → บัวถลา (ลักษณะจากลังกา) → บัวปากระฆัง

ฐานหย่อนท้องช้าง (ช่างบางท่านเรียกหย่อนท้องหมู หรือหย่อนท้องสำเภา)

ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ (รูปอ้างอิง 30 และ 25): ฐานซุ้มโค้ง → แถบผู้แบก → บัวซ้อนหลายชั้น ยื่นตามมุข มุมย่อ

[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ฐานยื่นตามมุข]

แบบของฐาน (variation)

1. ฐานเขียง เป็นขั้นเหลี่ยมเรียบ 1–3 ชั้น ใช้กับอาคารทั่วไป หรือเป็นชั้นล่างสุดของฐานแบบอื่น 2. ฐานบัว (ฐานบัวคว่ำบัวหงาย / ฐานปัทม์) ไล่จากล่างขึ้นบน: หน้ากระดานล่าง → บัวคว่ำ → ท้องไม้ → บัวหงาย → หน้ากระดานบน 3. ฐานบัวลูกแก้ว เหมือนฐานบัว แต่มีลูกแก้วคาดกลางท้องไม้ ถ้าลูกแก้วมีสันคมเรียกฐานบัวลูกแก้วอกไก่ 4. ฐานสิงห์ ไล่จากล่างขึ้นบน: ฐานเขียง → เท้าสิงห์และแข้งสิงห์ (โค้งเตะ มีกาบเท้าสิงห์ที่มุม) → บัวหลังสิงห์ → ท้องไม้ (อาจมีลูกแก้ว) → บัวหงาย → หน้ากระดานบน อาจซ้อนเป็นฐานสิงห์ 2 ชั้น ใช้กับอาคารหรือแท่นที่ศักดิ์สูง เช่น พระที่นั่ง ฐานชุกชี ฐานปรางค์ 5. ฐานทักษิณ / ฐานประทักษิณ เป็นลานรอบองค์เจดีย์หรือปรางค์ที่เดินเวียนได้ มีพนักหรือกำแพงแก้วล้อมรอบ และมีบันไดขึ้น (วัดอรุณมีฐานทักษิณซ้อนกันหลายชั้น) 6. ฐานไพที เป็นลานยกสูงรองรับกลุ่มอาคารหรือเจดีย์หลายองค์บนฐานเดียว 7. ฐานแบก เป็นแถบท้องไม้ที่มีประติมากรรมยักษ์ กระบี่ มาร หรือเทวดาเรียงกันทำท่าแบกชั้นข้างบน (ดู 14) ที่วัดอรุณมีทั้งที่ฐานปรางค์และที่ฐานมณฑปทิศ 8. ฐานซุ้ม ท้องไม้ทำเป็นซุ้มโค้งเรียง ในซุ้มมีรูปปั้นหรือลวดลาย ฐานล่างของมณฑปทิศวัดอรุณเป็นแบบนี้ มีซุ้มโค้งและกินรีเรียงกัน

ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร

สัดส่วน (แนวทาง)

ข้อผิดพลาดที่พบ

  1. ทำฐานปรางค์วัดอรุณเป็นลูกบาศก์ ของจริงเป็นฐานทักษิณซ้อน 3 ชั้น ไล่ขั้นเหมือนพีระมิด
  2. ทำฐานเป็นสี่เหลี่ยมตรงๆ ทุกชั้น ของจริงย่อมุมทุกชั้น
  3. ทำฐานมณฑปเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบ ทั้งที่มุขข้างบนยื่น ที่ถูกคือฐานทุกชั้นยื่นตามมุขและย่อมุมที่มุมมุข

การทำเป็นชิ้นไม้

Markdown ของหน้านี้