# Thai Art, Lai Thai & Thai Architecture Knowledge Base # ความรู้ลายไทย ศิลปะไทย และสถาปัตยกรรมไทย Source: https://thai-art-knowledge.pages.dev · updated 2026-10-08 # 00 ปรัชญาและคติเบื้องหลังรูปทรงไทย — อ่านก่อนออกแบบทุกครั้ง > "หากทรงไม่ดีแล้ว จะแต่งตัวอย่างไรก็ยากที่จะให้ดีได้" — คติช่างไทย [S18] ## 1. ทรงมาก่อนเครื่องประดับ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงอธิบายไว้ว่า: > "ที่พอใจนั้นไม่ใช่เพราะมีเครื่องลำยองประดับมาก พอใจในรูปทรงซึ่งเห็นว่าเขาทำงามอย่างยิ่ง เครื่องลำยองนั้นมีแรงทำประกอบเข้าไปเถิดไม่ว่าไร ขอแต่อย่าประกอบให้เสียทรงก็แล้วกัน แม้ว่าเครื่องลำยองนั้นจะผุตกลงมาหมด ก็จะยังดูงามอยู่นั่นเองเพราะทรงงาม" (อ้างใน [S18]) **สิ่งที่ต้องทำในงานออกแบบ:** 1. กำหนด **ทรง** ก่อน ได้แก่ เส้นรอบนอก ผัง สัดส่วนมวล และการซ้อนชั้นของหลังคา 2. จากนั้นจึงใส่ **องค์ประกอบ** เช่น ซุ้ม บันแถลง และชั้นบัว 3. แล้วจึงใส่ **ลาย** (ปากกา ฉลุ หรือปูนปั้น) งานมณฑปวัดอรุณผิดซ้ำหลายรอบเพราะใส่รายละเอียดก่อนที่ทรงจะถูก เช่น ผังยังเป็นจัตุรัส การซ้อนจั่วกลับด้าน และยอดลอยอยู่บนสัน (ดู [15](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/design-rules.md)) **ในการออกแบบไทย ทรงถูกสร้างจากเส้น 2 แบบ:** - **เส้นทรงตั้งต้น:** เส้นจอมแหที่ช่างกำหนดเอง - **เส้นทรงที่อิงหลักทรงเดิม:** เส้นที่ "คู่ขนาน" หรือ "ล้อกัน" กับเส้นตั้งต้น และรวบไปที่ปลายยอดจุดเดียวกัน ใช้หาจังหวะย่อมุม ตำแหน่งซุ้ม บราลี และนาคปัก กฎของเส้นที่สองคือ "ต้องไม่ไปทำลายความเป็นรูปทรงตั้งต้น" [S18] **ความ "ขนาน" ของเส้นจึงเป็นหลักใหญ่ของงานไทย** และเป็นที่มาของกฎที่ว่าป้านลมของจั่วที่ซ้อนกันต้องขนานกัน (ดู [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md)) ## 2. ทรงจอมแห — เส้นรอบนอกของสถาปัตยกรรมไทย - **ที่มาของชื่อ:** เอาแหขึ้นตาก ผูกเชือกที่จอมแหแขวนกับคาน แล้วถ่างปากแหออก จะเห็นเส้นสองข้าง **แอ่นเว้าเข้าด้านใน** แล้วรวบขึ้นสู่จอม [S17, S18] - **ใช้กับ:** ปั้นลมของเรือนเครื่องสับและเรือนชั้นสูง หน้าจั่ว เส้นรอบนอกของเจดีย์ บุษบก และมณฑป [S17] - **ยอดอาคารไทยมีทรงหลัก 2 แบบ** [S18] 1. **ทรงจอมแห** (งานเครื่องไม้): สามเหลี่ยมที่ "โค้งแอ่น" แล้ว "รวบขึ้น" สู่ปลายยอด 2. **ทรงปรางค์** (งานเครื่องก่อ): ด้าน "ก่ง (โก่ง) ออก" แล้ว "รวบเข้า" ก่อนถึงปลาย ดึงเป็น "จอม" ขึ้นเล็กน้อย - **เผื่ออากาศกิน:** เมื่อแปลงแบบ 2 มิติเป็นของจริงขนาดใหญ่ ระนาบที่เอียงรวบเข้าหาศูนย์กลางทั้ง 4 ทิศ ประกอบกับการมองจากพื้น ทำให้ยอดดูเตี้ยลง ช่างจึงยืดสัดส่วนให้สูงขึ้น เช่น จากกว้าง 1 : สูง 2.5 เป็น 1 : 3 เมื่อขยายแบบ [S18] **ใช้กับโมเดล:** ถ้าโมเดลเล็กและคนมองจากด้านบน ไม่ต้องเผื่อมาก แต่ถ้ามองจากระดับต่ำ ให้ยืดยอดขึ้น ![ยอดพระมณฑปวัดพระแก้ว: เส้นรอบนอกโค้งแอ่นแบบทรงจอมแห](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_1.jpg) *ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(1).jpg* ![ป้านลมของจั่วซ้อนวัดโพธิ์: เส้นจอมแหที่วิ่งขนานกัน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg) *ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg* ## 3. ไตรภูมิและเขาพระสุเมรุ — ทำไมทุกอย่างซ้อนชั้นและชี้ขึ้น - **ไตรภูมิ** แบ่งจักรวาลเป็น 3 ภูมิ ได้แก่ กามภูมิ (11 ชั้น มีนรกและสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่ในนี้) รูปภูมิ (16 ชั้น) และอรูปภูมิ (4 ชั้น) [S8] - **เขาพระสุเมรุ** เป็นแกนกลางของจักรวาล ล้อมด้วย **เขาสัตตบริภัณฑ์ 7 ชั้น** เหมือนวงแหวน [S8, S20] มีป่าหิมพานต์ และสัตว์อย่างนาค ครุฑ กินรี - **ในสถาปัตยกรรม:** - หอสูงหรือยอดแทนแกนเขาพระสุเมรุ - ฐานและลานซ้อนชั้นแทนเขาและทะเลที่ล้อมรอบ - **ผังวัดอรุณจำลองจากจักรวาลตามไตรภูมิ** [S20] ปรางค์ประธานคือเขาพระสุเมรุ [S12] บนยอดมีมงกุฎ ย้ำคติพระอินทร์ผู้ครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์บนยอดเขาพระสุเมรุ [S20] - พระมณฑปวัดพระแก้วสร้างตาม "คติเขาพระสุเมรุ" มียอด 7 ชั้นซ้อน [S10] - **ผลต่อรูปทรง:** ชั้นซ้อนคือสวรรค์หลายชั้น ยิ่งสูงยิ่งเล็กยิ่งละเอียด ส่วนผู้แบก (ยักษ์ กระบี่ มาร) อยู่ชั้นล่าง เพราะเป็นภูมิของสัตว์ที่ต่ำกว่า (ดู [14](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/figures.md)) ![หมู่พระปรางค์วัดอรุณ: ผังจำลองเขาพระสุเมรุและจักรวาล](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_complex.jpg) *ภาพ: This Photo was taken by Supanut Arunoprayote. Feel free to use any of my images, · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Prang_Wat_Arun_during_day.jpg* ## 4. ฐานานุศักดิ์ — รูปทรงบอกสถานะ - สังคมไทยโบราณใช้ระบบศักดินา อาคารจึงแสดงฐานันดรของผู้อยู่หรือเจ้าของ ช่างถือกฎอย่างเคร่งครัด **ไม่ทำเรือนสามัญชนให้เหมือนวัดหรือวัง** [S17] - **อาคารทรงไทยชั้นสูง** (มีเครื่องลำยอง ปิดทองประดับกระจก) ใช้ได้เฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์และศาสนา มาจากคติเทวราชา/สมมุติเทพ พระมหากษัตริย์ทรงอนุญาตให้วัดใช้อาคารทรงจั่วชั้นสูงและทรงเครื่องยอดได้ [S17] - **ลำดับฐานานุศักดิ์ของปั้นลม:** เรือนเครื่องผูก → เรือนเครื่องสับ → เรือนชั้นสูง (ดู [06](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md)) - **ลำดับฐานานุศักดิ์ของเครื่องยอด** [S18] - **บุษบก** = ซุ้มยอด (เล็ก) - **มณฑป** = เรือนยอด - **ปราสาท** = เรือนยอดที่มีมุข - **มหาปราสาท** อยู่สูงสุด - จำนวนชั้นเชิงกลอนตามแบบแผนช่างหลวง: บุษบก 5 · มณฑป 7 · ปราสาท 5 · มหาปราสาท 7 - **ลวดลายวิจิตรใช้กับศาสนาและวังเท่านั้น** อาคารสามัญในอดีตเรียบ เพราะ "อาจถูกมองว่าเป็นการเทียบชั้น" [S16] ## 5. ธรรมชาติ ศรัทธา และการคลี่คลาย - ลายไทยเริ่มจากการดูธรรมชาติ เช่น เถาวัลย์ ดอกบัว เปลวไฟ กาบไผ่ และกาบกล้วย กับเครื่องบูชา เช่น ดอกบัว พวงมาลัย ควันธูป และเปลวเทียน จากนั้น **ดัดแปลงตามคติ** ไม่ได้เลียนธรรมชาติตรงๆ แบบศิลปะตะวันตก [S15] - ต้นแบบมาจากลายอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ ช่างไทยปรับจนเป็นเอกลักษณ์ [S15, S16] - **ลักษณะของงานที่ดี:** เส้นอ่อนช้อยลื่นไหล ไม่หักกระด้าง ช่องไฟสม่ำเสมอ จังหวะซ้ำแต่ไม่จำเจ และสมดุล (ดู [13](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-principles.md)) ## 6. ภูมิอากาศ - หลังคาสูงชันให้น้ำไหลเร็ว ชายคายื่นยาวกันฝนสาดและแดด ส่วนเรือนยกใต้ถุนสูงให้ลมผ่าน [S9 เรือนไทยภาคกลาง] - **ฐานหย่อนท้องช้าง (ตกท้องช้าง/ท้องสำเภา):** เริ่มจากไม้ที่แอ่นกลางเมื่อรับน้ำหนัก "ครั้นเห็นกันว่างาม คงแปลงมาใช้กับงานก่ออิฐ" [S19] **ความโค้งแอ่นในงานไทยจึงมีที่มาจากธรรมชาติของวัสดุ** ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อความสวยอย่างเดียว ## 7. ช่างสิบหมู่ และสีเบญจรงค์ - **ช่างสิบหมู่:** ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างรัก (ลงรักปิดทอง) ช่างบุ และช่างปูน - **ทุกแขนงตั้งต้นจากงานเขียน:** "ผลงานศิลปกรรมไทยทุกแขนงมีพื้นฐานมาจากลักษณะงานจิตรกรรมหรืองานเขียนทั้งสิ้น" [S16] ร่างลายและทรงบนแผ่นเรียบก่อนเสมอ - **สีเบญจรงค์ (5 สีหลักของช่าง):** เหลือง คราม แดงชาด ขาว ดำ - ช่างเรียกสีว่า "รงค์" หรือ "กระยารงค์" และเรียกกาวที่ผสมว่า "น้ำยา" - จิตรกรรมอยุธยาตอนต้นใช้เพียง 4 สี คือ แดง เหลือง ขาว ดำ - สีอื่นเพิ่มเข้ามาจากจีนในสมัยอยุธยาตอนปลาย [S14] --- # 01 ภาพรวม: อาคารไทยอ่านจากล่างขึ้นบน ## หลักใหญ่: 3 ส่วนในแนวตั้ง อาคารไทยประเพณีทุกประเภทแบ่งได้เป็น 3 ส่วนเสมอ การออกแบบต้องคิดทีละส่วนแล้วดูว่าต่อกันอย่างไร ``` ┌── ยอด / เครื่องยอด (ปลี, บัวกลุ่ม, ชั้นเชิงกลอน, นภศูล) ส่วนบน ──┤ └── หลังคา + เครื่องลำยอง (จั่ว, ช่อฟ้า, ใบระกา, หางหงส์) ส่วนกลาง ── ตัวเรือน / เรือนธาตุ (ผนัง เสา ซุ้มประตูหน้าต่าง ซุ้มจระนำ) ส่วนล่าง ── ฐาน (ฐานเขียง ฐานบัว ฐานสิงห์ ฐานทักษิณ ฐานไพที) ``` - **อาคารมีหลังคา** (อุโบสถ วิหาร ศาลา หอไตร พระที่นั่ง): ฐาน → ตัวเรือน → หลังคาจั่ว (อาจมียอดตั้งบนหลังคา) - **อาคารทรงยอด** (ปรางค์ เจดีย์): ฐาน → เรือนธาตุ → ยอด ไม่มีหลังคาจั่ว แต่ "ชั้นซ้อน" ของยอดทำหน้าที่แทนหลังคาที่ย่อส่วนลงไปเรื่อยๆ - **อาคารเครื่องยอด** (มณฑป ปราสาท บุษบก): ฐาน → ตัวเรือน → หลังคาจั่ว 4 ทิศ → **ยอดที่งอกขึ้นจากกลางหลังคา** เป็นการรวมทั้งสองแบบข้างบน ## เหตุผลของรูปทรงไทยโดยรวม 1. **ความศักดิ์สิทธิ์ไล่ขึ้นข้างบน:** ยิ่งสูงยิ่งเรียว ยิ่งละเอียด และยิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปลายยอดคือจุดที่ต่อกับฟ้า เป็นคติเขาพระสุเมรุ 2. **ชั้นซ้อนคือการจำลองอาคารซ้อนกัน:** ชั้นของยอดปรางค์หรือยอดมณฑปคืออาคารย่อส่วนที่วางซ้อนขึ้นไป แต่ละชั้นจึงมีหน้าจั่วจำลอง (บันแถลง) และซุ้มของตัวเอง 3. **ภูมิอากาศ:** หลังคาชันเพื่อให้ฝนไหลเร็ว ชายคายื่นยาวกันแดดฝนให้ผนัง และใต้หลังคาสูงโปร่งเพื่อระบายความร้อน 4. **สถานะของอาคาร:** จำนวนชั้นลด ชั้นซ้อน และจำนวนย่อมุมบอกฐานันดร อาคารหลวงหรือพระอารามสำคัญจะมีชั้นมากกว่าและย่อมุมมากกว่า ## ผังวัด [S11] - **พุทธาวาส:** เขตที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า มีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ปรางค์ มณฑป หอไตร และหอระฆัง - **สังฆาวาส:** เขตที่อยู่ของสงฆ์ มีกุฏิ ศาลา และครัว - ทั้งสองเขตมีกำแพงล้อมแยกจากโลกภายนอก ส่วนอุโบสถมี **ใบเสมา 8 ทิศ** กำหนดเขตสีมา และมี **กำแพงแก้ว** ล้อมชั้นใน ## นิยามเครื่องยอด (สมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ อ้างใน [S18]) - **ปราสาท:** เรือนยอดแหลมที่มีมุข - **มณฑป:** เรือนยอดแหลมที่ไม่มีมุข - **บุษบก:** ของเล็กที่มีหลังคาซ้อนชั้น สำหรับนั่งหรือตั้งของ - ทั้งสามแบบ "ต้องเป็นหลังคาซ้อนชั้น มียอดแหลม" ## ประเภทอาคาร (ย่อ) | อาคาร | ผัง | หลังคา / ยอด | จุดสังเกต | |---|---|---|---| | อุโบสถ / วิหาร | สี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว | จั่ว ลดชั้นตามยาว ซ้อนชั้นด้านหน้า มีมุข | หน้าบันใหญ่ด้านสกัด ประตูหน้า-หลัง มีใบเสมาล้อมรอบอุโบสถ | | มณฑป | สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้า มีมุข | จั่ว 4 ทิศ + ยอดทรงมณฑป | ยอดงอกจากกลางหลังคา (ดู 08, 11) | | ปราสาท | จัตุรมุข (กากบาท) | จั่ว 4 ทิศ + ยอดปราสาท | อาคารฐานันดรสูงสุด ใช้กับพระที่นั่งหรือพระอารามหลวง | | ปรางค์ | ย่อมุมจัตุรัส | ยอดฝักข้าวโพด ชั้นซ้อนมีกลีบขนุน | สืบจากปราสาทขอม (ดู 09) | | เจดีย์ | กลม หรือย่อมุม | ระฆัง → บัลลังก์ → ปล้องไฉน → ปลี | (ดู 10) | | บุษบก | จัตุรัส เล็ก โปร่ง | ยอดทรงมณฑป | เป็นมณฑปขนาดเล็ก มีแต่เสา ไม่มีผนัง ใช้ประดิษฐานสิ่งสำคัญ | | ศาลา | ผืนผ้า โปร่ง | จั่ว หรือปีกนก | เสารับหลังคาโดยตรง ไม่มีผนัง | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ปราสาท: ฐาน-เรือน-หลังคาซ้อน-ยอด]* ## ลำดับการออกแบบที่แนะนำ 1. **ผังพื้น:** จัตุรัส ผืนผ้า หรือมีมุข ดูให้ชัดว่ามุขยื่นด้านไหน (ข้อผิดพลาดแรกของงานวัดอรุณคือทำมณฑปผังจัตุรัส ทั้งที่จริงเป็นผืนผ้ามีปีก) 2. **ย่อมุม:** มุมทุกชั้นย่อหรือไม่ ย่อกี่จังหวะ แล้วให้การย่อมุมไล่ต่อเนื่องจากฐานถึงยอด 3. **ฐาน:** มีกี่ชั้น และฐานยื่นตามมุขด้านบนหรือไม่ (ต้องยื่นตาม) 4. **ตัวเรือน:** ช่องประตูหน้าต่าง จำนวนช่วงเสา (bay) และซุ้ม 5. **หลังคา:** แกนสันหลังคาทุกตัว ความสูงสัน การซ้อนชั้น (อันหลังต้องใหญ่และสูงกว่า) และจุดที่หลังคาชนกัน 6. **ยอด:** ตัวยอดเริ่มจากในหลังคา ไม่ได้วางทับบนสัน แล้วไล่ชั้นขึ้นไปถึงปลายยอด 7. **เครื่องลำยองและลวดลาย:** ใส่หลังสุด เมื่อรูปทรงหลักถูกต้องแล้ว --- # 15 กฎการออกแบบและรายการตรวจ (Checklist) กฎในไฟล์นี้มาจากการที่ผู้ดูแลแก้งานจริงระหว่างทำวัดอรุณ (ตุลาคม 2026) **ถือว่าถูกต้องเหนือข้อสันนิษฐานทั่วไปและเหนือโมเดลสแกน** ## A. ผังและมวล - [ ] ผังถูกแบบหรือไม่ (จัตุรัส ผืนผ้า มีปีก หรือมีมุข) ให้เทียบกับผังพื้นจริง เช่น ผังกรมศิลปากร ก่อนเชื่อรูปถ่ายมุมเดียว - [ ] ส่วนที่ยื่น (มุข) ยื่นจริงตั้งแต่ฐานถึงชายคา ไม่ใช่แค่ลายบนผนังแบน - [ ] **ฐานทุกชั้นยื่นตามมุขข้างบน** และมุมของส่วนที่ยื่นต้องย่อมุม - [ ] สัดส่วนเรียวสูงแบบรัตนโกสินทร์ ไม่อ้วนเตี้ย (ข้อผิดพลาดแรกของปรางค์) ## B. ย่อมุม - [ ] ทุกชั้นย่อมุม ทั้งฐาน ตัวเรือน และชั้นยอด - [ ] การย่อมุมไล่ต่อเนื่องในแนวตั้ง ## C. หลังคา - [ ] มีลาดหลังคาจริงอยู่หลังหน้าจั่วทุกด้าน (โมเดลสแกนอาจมีช่องว่างผิดเพี้ยน อย่าเชื่อ) - [ ] **กฎซ้อน: ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า ความชันเท่ากัน ป้านลมขนานกัน** ผืนหลังห้ามเล็กหรือแคบกว่าผืนหน้า - [ ] หลังคาที่มาบรรจบกันเป็นผืนสามเหลี่ยมชนกัน ไม่มีเสาหรือแท่งเหลี่ยมโผล่ระหว่างหลังคา - [ ] ระวังตำแหน่งหน้าจั่ว: ด้านไหนมีจั่วชั้นเดียว ด้านไหนมีสองชั้น (มณฑปวัดอรุณ: ด้านหน้าชั้นเดียว ด้านข้างสองชั้น) - [ ] ระยะหน้าจั่วจากศูนย์กลางไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกทิศ (มณฑปวัดอรุณ: หน้าหลังไกล ซ้ายขวาใกล้) ![ตัวอย่างจริงของกฎซ้อน: วัดโพธิ์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg) *ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg* **ภาพที่ผิด (v13):** ผืนหลังแคบกว่าผืนหน้า *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ผิด]* - [ ] **ทุกแขนของหลังคาเป็นจั่วซ้อน 2 ชั้น** (ผู้ดูแลยืนยัน, มณฑปทิศ v15): แต่ละแขนมีชั้นล่างอยู่ด้านนอก และชั้นบนที่อยู่ถัดเข้าไป สูงกว่าและกว้างกว่า ความชันเท่ากัน มณฑปทิศมองจากด้านข้าง (ด้านปีก) จึงเห็นช่อฟ้า 4 ตัว เป็น "คู่ล่าง" (จั่วปลายปีก 2 ชั้น) และ "คู่บน" (จั่วแขนยอดด้านข้าง 2 ชั้น) ส่วนด้านหน้าและหลังเห็นจั่วมุข 2 ชั้น *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ด้านข้าง: จั่ว 2 คู่]* *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ทั้งองค์]* ## D. เครื่องลำยอง - [ ] ช่อฟ้าโผล่จากปลายสัน ชี้ขึ้น และโค้งออกในระนาบของสัน (มองด้านหน้าเป็นเขาตั้งตรง) - [ ] หางหงส์ชี้ขึ้น - [ ] ทุกผืนหลังคาที่มีหน้าจั่วมีช่อฟ้าและหางหงส์ของตัวเอง ## E. ยอด - [ ] ยอดไม่วางลอยบนสัน ตัวเรือนของยอดเริ่มในหลังคา สันวิ่งเข้าชนผนังของมัน - [ ] ชั้นแรกของยอดอยู่ระดับเดียวกับยอดหน้าจั่ว - [ ] ชั้นเชิงกลอนสูงพอ ประมาณความสูงของหน้าจั่ว มีบันแถลงที่เชิงยอด - [ ] ยอดปรางค์ทำเป็นผนัง (กล่องซ้อน) ไม่ใช่วงแหวนซ้อนแบบกองเหรียญ และยาวพอ ## F. บันไดและลาน - [ ] ขั้นบันไดหันหน้าออกจากอาคาร - [ ] ตำแหน่งบันไดตรงกับผัง (วัดอรุณ: บันไดชั้นล่างอยู่ซ้ายขวาข้างฐานมณฑป และมีระเบียงเชื่อม) ## F2. หลักวิชาจากแหล่งอ้างอิง (เพิ่มหลังศึกษา) - [ ] **ทรงก่อน เครื่องประดับทีหลัง:** "แม้ว่าเครื่องลำยองนั้นจะผุตกลงมาหมด ก็จะยังดูงามอยู่นั่นเองเพราะทรงงาม" (สมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ) [S18] - [ ] เส้นรอบนอกของจั่ว ยอด และเจดีย์เป็น **เส้นจอมแห** (แอ่นเว้าเข้าแล้วรวบขึ้น) ไม่ใช่เส้นตรง (ยกเว้นเรือนเครื่องผูก) [S17, S18] - [ ] **เส้นรองต้องขนานหรือล้อกับเส้นทรงหลัก** และรวบไปที่จุดเดียวกัน [S18] - [ ] **ยอดบุษบก-มณฑป:** - ทรง กว้าง 1 : สูง 2–2.5 · หลังคา 1 : ยอด 1.5 · เชิงกลอนบนสุด ≈ 1/3 ของเชิงกลอนล่างสุด [S18] - **ความสูงชุดเชิงกลอนเพิ่มขึ้นทีละค่าคงที่เมื่อขึ้นไป** และชั้นองค์ระฆังเพิ่มพิเศษ [S18] - [ ] เครื่องยอดใช้จำนวนชั้นตามฐานานุศักดิ์: บุษบก 5 · มณฑป 7 · ปราสาท 5 · มหาปราสาท 7 [S18] - [ ] **เครื่องลำยองวางตามโครงหลังคา** [S17] - นาคสะดุ้งอยู่ที่แปลานตัวที่ 1 งวงไอยราอยู่ที่แปตัวที่ 2 (แปงวง) - ช่อฟ้าอยู่เหนืออกไก่ - หางหงส์อยู่ที่เชิงกลอน เป็นเศียรนาคหันไปด้านข้างของจั่ว (ถ้าเบือนหน้ามาด้านหน้า = นาคเบือน) - [ ] เครื่องลำยองเต็มชุดสงวนไว้สำหรับวัดและวัง (ฐานานุศักดิ์) อาคารสามัญใช้ปั้นลมตัวเหงา [S6, S17] - [ ] ลาย: ช่องไฟสม่ำเสมอ เส้นอ่อนไม่หักกระด้าง ซ้ำแต่ไม่จำเจ หน้าบันใช้ความสมมาตร [S16] ## G. วิธีทำงานที่ได้ผล 1. ขอหรือหาผังพื้นกับรูปด้านจริงก่อน ผังของกรมศิลปากรช่วยแก้ความเข้าใจผิดได้มากที่สุด 2. เทียบกับอาคารแบบแผนเดียวกันที่ชัดกว่า เช่น หลังคาทรงปราสาทให้ดูพระมณฑปวัดพระแก้ว 3. ใช้โมเดลสแกนเพื่อดูมวลรวมเท่านั้น รายละเอียดหลังคาในสแกนมักเพี้ยน 4. ทำทีละส่วนจากล่างขึ้นบน เรนเดอร์มุมเดียวกับรูปอ้างอิงแล้วเทียบกันทุกครั้ง 5. แยกส่วนที่ยากออกมาทำเป็น part เดี่ยวที่สเกลใหญ่ เช่น มณฑปที่ 1:80 ให้ถูกก่อน แล้วค่อยย่อไปรวม ## H. หลักของคลังความรู้ (ผู้ดูแลยืนยัน) - [ ] ภาพในคลังความรู้ต้องเป็น **ภาพต้นฉบับจริง** คือภาพถ่ายของจริง หรือภาพร่างของผู้รู้ ระบุผู้ถ่าย สัญญาอนุญาต และที่มาทุกภาพ - [ ] แผนภาพที่วาดย่อหรือ optimize เอง **ไม่ใช่แหล่งอ้างอิง** ให้แยกไว้ใช้ตอนออกแบบ ((ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน)) ไม่นำมาใส่ในคลังความรู้ --- # 17 ยุคสมัยของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย ใช้เลือก "สำเนียง" ของงาน ถ้าจะทำวัดหรืออาคารที่มีอยู่จริง ให้ดูก่อนว่าสร้างยุคไหน แล้วใช้ลักษณะของยุคนั้น | ยุค (พุทธศตวรรษ) | พื้นที่ | ลักษณะสถาปัตยกรรม | ลาย (กลุ่มตาม S15) | ที่มา | |---|---|---|---|---| | ทวารวดี (12–16) | ภาคกลาง ศูนย์กลางนครปฐม | ก่ออิฐสอดิน เจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ระฆังคว่ำ ยอดแหลม | กลุ่ม 1: เลียนธรรมชาติตรงๆ (เช่น ลายสลักบนธรรมจักร) | S9, S15, S16 | | ศรีวิชัย (13–18) | ภาคใต้ (ไชยา) | ฐานและเรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดแปดเหลี่ยม มีสถูปจำลองที่มุม | — | S9, S15 | | ลพบุรี (12–18) | ภาคกลาง ภาคอีสาน | คล้ายศิลปะขอม อิฐ ศิลาแลง หินทราย เช่น พระปรางค์สามยอด พิมาย พนมรุ้ง | กลุ่ม 1 | S9, S15 | | เชียงแสน (16–23) | ภาคเหนือ | ผสมสุโขทัย ทวารวดี ศรีวิชัย พม่า สร้างด้วยไม้ หลังคาซ้อนหลายชั้น มุงกระเบื้องดินเผา | กลุ่ม 2 | S9, S15 | | สุโขทัย (18–20) | ภาคกลางตอนบน | ฐานสี่เหลี่ยมซ้อน 3 ชั้นแล้วฐานบัว เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (เอกลักษณ์) ทรงกลม และทรงขอม "ยุคคลาสสิก" ของพระพุทธรูป | กลุ่ม 2 | S9, S15 | | อู่ทอง (17–20) | ภาคกลาง | ผสมทวารวดีกับขอม ฐานแปดเหลี่ยม ซุ้ม ลายบัว ยอดทรงระฆัง | กลุ่ม 2 | S9, S15 | | อยุธยา (20–23) | ภาคกลาง | ยิ่งใหญ่ ร่ำรวย ปรางค์แบบขอม พระพุทธรูปทรงเครื่อง **เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง** หน้าต่างแคบ แสงส่องพระประธาน อาคาร "ทรงวิลันดา" **ฐานหย่อนท้องช้าง** (อยุธยาตอนปลาย) | กลุ่ม 3 | S9, S11, S15, S19 | | รัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร.1–ร.2) | กรุงเทพฯ | สืบแบบอยุธยา เช่น พระมณฑปวัดพระแก้ว (พ.ศ. 2332) ยอด 7 ชั้นซ้อน | กลุ่ม 3 | S10 | | รัตนโกสินทร์ ร.3 | กรุงเทพฯ | **แบบพระราชนิยม:** ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันปูนปั้น เสานางเรียง โครงสร้างแบบจีน ซุ้มทรงมงกุฎ ประดับเครื่องถ้วย **วัดอรุณเสร็จในรัชกาลนี้** | กลุ่ม 3–4 ลายดอกไม้จีน | S12, S15 | | รัตนโกสินทร์ ร.4–5 | กรุงเทพฯ | ศิลปะตะวันตกเข้ามา เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท (ตะวันตกผสมไทย) พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดนิเวศธรรมประวัติ (กอธิก) จิตรกรรมใช้แสงเงาและทัศนียภาพ | กลุ่ม 4 | S15 | | ปัจจุบัน | | ไทยประยุกต์ และไทยจารีตตามแบบแผนช่างหลวง | กลุ่ม 4 | S15 | ## ข้อควรระวัง - ลายของยุคต่างๆ "มีการเลียนแบบหยิบยืมซึ่งกันมาโดยตลอด ... อาจแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยที่จังหวะ ลีลา หรือสัดส่วน" [S15] อย่าแยกยุคจากลายชิ้นเดียว - ช่วงปีของแต่ละยุคต่างกันไปตามตำรา ตัวเลขข้างบนตาม [S9] --- # 02 ฐาน (Base / Plinth) ## อยู่ตรงไหน ฐานคือส่วนล่างสุดของทุกอาคารและทุกองค์ประกอบ ตัวอาคาร เจดีย์ เสา ซุ้ม พระพุทธรูป และแม้แต่ชั้นย่อยของยอด ล้วนมีฐานของตัวเอง ส่วนที่ซ้อนขึ้นไปแต่ละชั้นจึงมักเริ่มด้วยฐานเล็กๆ อีกชุด ทำให้รูปทรงไทยมีชั้นบัวซ้ำกันเป็นจังหวะ ## เหตุผลของรูปร่าง - **หน้าที่:** ยกตัวอาคารพ้นดินและน้ำ และกระจายน้ำหนัก - **ความหมาย:** ฐานคือการ "ยกขึ้นสู่ที่สูง" ยิ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์มาก ฐานยิ่งมีชั้นมาก ฐานบัวมาจากคติดอกบัวรองรับสิ่งบริสุทธิ์ ฐานสิงห์มาจากแท่นที่มีขาสิงห์ ซึ่งเป็นแท่นของกษัตริย์และเทพ - **การมองเห็น:** เส้นนอนของบัวแต่ละชั้นสร้างเงาแถบเข้มสลับสว่าง ทำให้ฐานดูหนักแน่นและอ่านความสูงได้ง่าย ## ศัพท์ของชิ้นส่วนในฐาน (ใช้ร่วมกันทุกแบบ) | ศัพท์ | ลักษณะ | |---|---| | หน้ากระดาน | แถบแบนตั้งตรง เป็นแผ่นเรียบ มักมีลายประจำยามหรือกระจังเรียงอยู่ | | ฐานเขียง | แท่นเหลี่ยมเรียบเป็นขั้น คล้ายเขียงซ้อนกัน อยู่ล่างสุด | | บัวคว่ำ | บัวที่โค้งลงเหมือนกลีบบัวคว่ำ เป็นตัวรับน้ำหนักลงพื้น อยู่ช่วงล่าง | | บัวหงาย | บัวที่โค้งขึ้นเหมือนกลีบบัวบาน อยู่ช่วงบน รองรับสิ่งที่อยู่ข้างบน | | ท้องไม้ | แถบคอดลึกเข้าไประหว่างบัวคว่ำกับบัวหงาย ทำให้เกิดเงาเข้ม | | ลูกแก้ว | วงกลมนูนคาดรอบตรงท้องไม้ หน้าตัดกลม | | ลูกแก้วอกไก่ | ลูกแก้วที่มีสันคมตรงกลางเหมือนอกไก่ หน้าตัดเป็นรูปข้าวหลามตัดมน | | เส้นลวด | เส้นนูนบางๆ คั่นระหว่างชั้น | | กลีบบัว (บัวแวง/บัวจงกล) | บัวที่ทำเป็นกลีบให้เห็นทีละกลีบ | | เท้าสิงห์ / แข้งสิงห์ | ส่วนโค้งเหมือนขาสัตว์ เตะออกที่ปลายล่าง เป็นเอกลักษณ์ของฐานสิงห์ | | กาบเท้าสิงห์ / กาบแข้งสิงห์ | ลายกาบประดับที่มุมของแข้งสิงห์ | | บัวหลังสิงห์ | บัวที่อยู่เหนือแข้งสิงห์ | ![ฐานพระมณฑปวัดพระแก้ว: ครุฑและอสูรเรียงรอบฐาน (ฐานแบกแบบหนึ่ง)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_base_garuda_asura.jpg) *ภาพ: Ziegler175 · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:ThaiBangkokK%C3%B6nigspalastD3.jpg* ![ฐานแบก: เทวดาแบก มณฑปทิศวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg* ![ฐานซุ้ม: มณฑปทิศเหนือวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_base_niches.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-33.jpg* **ลำดับฐานของพระปรางค์ จากล่างขึ้นบน** [S13 ตามที่อ้างในผลค้นหาวิกิพีเดีย]: ฐานเขียง (ฐานชั้นล่างสุด) → ฐานปัทม์ (ฐานอาคาร) → **ชุดฐานสิงห์ 3 ชั้น** → เรือนธาตุ **เจดีย์ทรงลังกาแบบอยุธยา:** ฐานเขียง → ฐานปัทม์หรือฐานบัว → บัวถลา (ลักษณะจากลังกา) → บัวปากระฆัง **ฐานหย่อนท้องช้าง** (ช่างบางท่านเรียกหย่อนท้องหมู หรือหย่อนท้องสำเภา) - คือฐานอุโบสถที่แอ่นโค้งตรงกลาง - "การทำฐานหย่อนท้องช้าง ย่อมเกิดจากงานปลูกสร้างซึ่งโครงสร้างเป็นไม้มาก่อน เพราะธรรมชาติของไม้อ่อน หย่อนกลางเมื่อรับน้ำหนัก ครั้นเห็นกันว่างาม คงแปลงมาใช้กับงานก่ออิฐ" [S19] - เป็นลักษณะเด่นของอยุธยาตอนปลาย [S11] **ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ** (รูปอ้างอิง 30 และ 25): ฐานซุ้มโค้ง → แถบผู้แบก → บัวซ้อนหลายชั้น **ยื่นตามมุข มุมย่อ** *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ฐานยื่นตามมุข]* ## แบบของฐาน (variation) **1. ฐานเขียง** เป็นขั้นเหลี่ยมเรียบ 1–3 ชั้น ใช้กับอาคารทั่วไป หรือเป็นชั้นล่างสุดของฐานแบบอื่น **2. ฐานบัว (ฐานบัวคว่ำบัวหงาย / ฐานปัทม์)** ไล่จากล่างขึ้นบน: หน้ากระดานล่าง → บัวคว่ำ → ท้องไม้ → บัวหงาย → หน้ากระดานบน **3. ฐานบัวลูกแก้ว** เหมือนฐานบัว แต่มีลูกแก้วคาดกลางท้องไม้ ถ้าลูกแก้วมีสันคมเรียกฐานบัวลูกแก้วอกไก่ **4. ฐานสิงห์** ไล่จากล่างขึ้นบน: ฐานเขียง → เท้าสิงห์และแข้งสิงห์ (โค้งเตะ มีกาบเท้าสิงห์ที่มุม) → บัวหลังสิงห์ → ท้องไม้ (อาจมีลูกแก้ว) → บัวหงาย → หน้ากระดานบน อาจซ้อนเป็นฐานสิงห์ 2 ชั้น ใช้กับอาคารหรือแท่นที่ศักดิ์สูง เช่น พระที่นั่ง ฐานชุกชี ฐานปรางค์ **5. ฐานทักษิณ / ฐานประทักษิณ** เป็นลานรอบองค์เจดีย์หรือปรางค์ที่เดินเวียนได้ มีพนักหรือกำแพงแก้วล้อมรอบ และมีบันไดขึ้น (วัดอรุณมีฐานทักษิณซ้อนกันหลายชั้น) **6. ฐานไพที** เป็นลานยกสูงรองรับกลุ่มอาคารหรือเจดีย์หลายองค์บนฐานเดียว **7. ฐานแบก** เป็นแถบท้องไม้ที่มีประติมากรรมยักษ์ กระบี่ มาร หรือเทวดาเรียงกันทำท่าแบกชั้นข้างบน (ดู 14) ที่วัดอรุณมีทั้งที่ฐานปรางค์และที่ฐานมณฑปทิศ **8. ฐานซุ้ม** ท้องไม้ทำเป็นซุ้มโค้งเรียง ในซุ้มมีรูปปั้นหรือลวดลาย ฐานล่างของมณฑปทิศวัดอรุณเป็นแบบนี้ มีซุ้มโค้งและกินรีเรียงกัน ## ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร - ฐานต้องเดินตามผังของตัวเรือนข้างบนทุกจุด **ถ้าตัวเรือนมีมุขยื่น ฐานทุกชั้นข้างใต้ต้องยื่นตามด้วย** และมุมของส่วนที่ยื่นต้องย่อมุมเหมือนมุมอาคาร (ผู้ดูแลยืนยันแล้ว: "ของจริงมันต้องยื่นออกมาตาม และไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยมเฉยๆ") - บัวหงายบนสุดของฐานคือพื้นที่ผนังตั้งอยู่ ขอบบัวยื่นเลยผนังออกมาเล็กน้อย - ฐานทักษิณต่อกับบันไดที่ "หันหน้าออก" และมีพนักล้อมเสมอ ## สัดส่วน (แนวทาง) - ฐานของอาคารเครื่องยอดสูงประมาณ 0.4–0.6 เท่าของความสูงตัวเรือน (มณฑปวัดอรุณ: ฐานรวมบัวสูงประมาณ 7 ม. ตัวเรือน 9 ม.) - แต่ละชั้นของบัวยื่นออกจากชั้นข้างบนประมาณ 0.15–0.35 ม. - ท้องไม้สูงกว่าหน้ากระดานเสมอ เป็นช่วงที่ "หายใจ" ของฐาน ## ข้อผิดพลาดที่พบ 1. ทำฐานปรางค์วัดอรุณเป็นลูกบาศก์ ของจริงเป็นฐานทักษิณซ้อน 3 ชั้น ไล่ขั้นเหมือนพีระมิด 2. ทำฐานเป็นสี่เหลี่ยมตรงๆ ทุกชั้น ของจริงย่อมุมทุกชั้น 3. ทำฐานมณฑปเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบ ทั้งที่มุขข้างบนยื่น ที่ถูกคือฐานทุกชั้นยื่นตามมุขและย่อมุมที่มุมมุข ## การทำเป็นชิ้นไม้ - ใช้กล่องผนัง 4 แผ่นที่ขัดกันที่มุม (ไขว้ยื่นปลาย 3.6 มม.) เป็นตัวฐานแต่ละชั้น และใช้แผ่นวงแหวนแนวนอน (ring) ที่ใหญ่กว่ากล่องเล็กน้อยเป็นบัวคาด - ถ้าต้องยื่นตามมุข ให้ใช้แผ่นไม้ซ้อนชั้นติดกาวที่หน้ากล่อง และให้ 4 ชั้นนอกสุดแคบลงเพื่อให้มุมเป็นย่อมุม ส่วนวงแหวนใช้ตัวเลือก `bay_mm=(ครึ่งกว้าง, ระยะยื่น, step, 2)` - ลวดลายบนท้องไม้ เช่น ซุ้ม กินรี หรือผู้แบก ใช้ปากกาวาด หรือฉลุ 2 ชั้นซ้อนกันให้เกิดความลึก --- # 03 ย่อมุม (Redented corners) ## ชื่อ ย่อมุม หรือย่อเก็จ ในภาษาอังกฤษเรียก redented corners / indented corners นับชื่อตามจำนวนมุมยื่น (มุมนอก) ทั้งหมดของผัง | ชื่อ | การย่อต่อหนึ่งมุม | มุมนอกทั้งหมด | ผังที่ได้ | |---|---|---|---| | ไม้สี่ (ไม่ย่อ) | 0 | 4 | สี่เหลี่ยมธรรมดา | | ย่อมุมไม้แปด | 1 จังหวะ | 8 | มุมละ 2 มุม | | ย่อมุมไม้สิบสอง | 2 จังหวะ | 12 | พบบ่อยที่สุดในงานหลวง | | ย่อมุมไม้สิบหก | 3 จังหวะ | 16 | | | ย่อมุมไม้ยี่สิบ | 4 จังหวะ | 20 | งานชั้นสูง ดูเกือบกลม | ``` ไม้สี่ ไม้แปด ไม้สิบสอง ┌──────┐ ┌─┐ ┌─┐ ┌┐ ┌──┐ ┌┐ │ │ │ └──┘ │ ┌┘└─┘ └─┘└┐ │ │ └┐ ┌┘ └┐ ┌┘ │ │ ┌┘ └┐ ┌┘ └┐ └──────┘ │ ┌──┐ │ └┐┌─┐ ┌─┐┌┘ └─┘ └─┘ └┘ └──┘ └┘ ``` | เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง วัดไชยวัฒนาราม | เส้นย่อมุมไล่ถึงยอด วัดภูเขาทอง | |---|---| | ![เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง วัดไชยวัฒนาราม](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/redented_chedi_chaiwatthanaram.jpg) *ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1.jpg* | ![เส้นย่อมุมไล่ถึงยอด วัดภูเขาทอง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/redented_chedi_phu_khao_thong_close.jpg) *ภาพ: Yuttharut · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1.jpg* | ![เสาย่อมุมปิดทอง พระมณฑปวัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_3.jpg) *ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(3).jpg* **ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัศมี** (ในยอดบุษบก-มณฑป) [S18] - ร่างผังย่อมุมที่ชั้นล่างสุดกับชั้นบนสุด - ลากเส้นรัศมีเชื่อม **มุมนอกถึงมุมนอก (12 เส้น)** และ **มุมในถึงมุมใน (8 เส้น)** - ทุกชั้นที่อยู่ระหว่างกลางจะได้ตำแหน่งย่อมุมจากเส้นรัศมีเหล่านี้ - ผลคือ **มุมย่อทุกชั้นเรียงเป็นแนวเดียวกันวิ่งขึ้นไปหายอด** ทำให้ยอดดู "รวบ" เป็นทรงเดียว - **เหตุผลของการย่อมุมที่ผนังอาคาร:** "ทำเพื่อลดทอนความแข็งกระด้างอันเกิดจากขนาดและมวลรวมอาคาร" [S18] ## อยู่ตรงไหน ใช้ได้ทุกส่วนที่เป็นแท่ง ได้แก่ ฐาน ตัวเรือน เสา ชั้นของยอด ซุ้ม และฐานพระพุทธรูป **หลักสำคัญคือย่อทุกชั้นและไล่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ฐานถึงยอด** มุมย่อที่ชั้นล่างต้องเห็นเป็นแนวขึ้นไปถึงชั้นบน ## เหตุผลของรูปร่าง 1. **เงา:** มุมที่หักหลายครั้งสร้างเส้นตั้งเข้มสลับสว่างจำนวนมาก แท่งเหลี่ยมจึงดูเรียวและสูงขึ้น 2. **ความกลมโดยใช้ก้อนเหลี่ยม:** ช่างก่ออิฐสร้างทรงที่ใกล้กลมได้โดยไม่ต้องตัดอิฐโค้ง 3. **ฐานันดร:** ยิ่งย่อมาก ยิ่งประณีตและศักดิ์สูง ## ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร - บัวคาดหรือวงแหวนที่วางบนกล่องย่อมุม ต้องย่อมุมจังหวะเดียวกันหรือมากกว่า และต้องคลุมมุมยื่นทั้งหมดของกล่องข้างล่าง - เสาย่อมุม (เสาย่อไม้สิบสอง) รับบัวหัวเสาที่ย่อมุมตาม - ที่มุมของมุขที่ยื่นออกมา ก็ต้องย่อมุมด้วย ไม่ใช่เฉพาะมุมอาคาร ## สัดส่วน (แนวทาง) - ระยะย่อแต่ละจังหวะประมาณ 1/10–1/7 ของครึ่งความกว้างแท่ง - ระยะย่อด้านกว้างและด้านลึกเท่ากัน มุมจึงเป็นขั้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ## ข้อผิดพลาดที่พบ - ทำแต่ละชั้นของปรางค์วัดอรุณเป็นสี่เหลี่ยมเรียบ ของจริงย่อมุมทุกชั้น (ผู้ดูแลชี้จากรูปว่า "แต่ละชั้นไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยม") ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **แผ่นแนวนอน:** ใช้ `redent(w, s, n)` ซึ่งคือผลรวมของสี่เหลี่ยม n+1 รูป และยืดเป็นผืนผ้าได้ด้วย `ex` - **กล่องผนังย่อมุม:** ใช้ผนังขนานด้านละ n+1 แผ่น ที่ระยะ c, c−s, … ทุกคู่ที่มาเจอกันบากล็อกครึ่งกัน ระยะย่อต้องไม่น้อยกว่า 5.2 มม. ผนังชั้นในเจาะช่องซ่อนเพื่อประหยัดไม้ - **ส่วนที่ซ้อนเป็นชั้น:** ทำให้ชั้นนอกสุด 2–4 ชั้นแคบลงทีละ step เพื่อให้ได้มุมย่อ --- # 04 ตัวเรือน: ผนัง เสา ประตูหน้าต่าง ซุ้ม ## ตัวเรือน / เรือนธาตุ - **ตัวเรือน** คือส่วนกลางของอาคารที่มีหลังคา (ผนังและเสา) **เรือนธาตุ** คือส่วนกลางของปรางค์ เจดีย์ และยอด ซึ่งเป็นห้องหรือบรรจุธาตุ ตามคติเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ - **ผนังสอบ:** ผนังอาคารไทยมักเอนเข้าด้านบนเล็กน้อย (ประมาณ 1–3%) ทำให้ดูมั่นคงและสูงขึ้น เสาก็สอบเข้าเช่นกัน - **ช่วงเสา (ห้อง/bay):** ด้านยาวแบ่งเป็นช่วงเท่าๆ กัน ช่วงละหนึ่งหน้าต่าง จำนวนห้องบอกขนาดของอาคาร ## เสาและส่วนประกอบ | ศัพท์ | ลักษณะ / ตำแหน่ง | |---|---| | เสาย่อมุม | เสาเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองหรือไม้แปด | | เสากลม | ใช้ในบางยุค เช่น อยุธยาตอนต้น | | บัวหัวเสา | บัวรูปกลีบบัวรอบหัวเสา มีบัวแวง (กลีบยาวเรียว) บัวจงกล (กลีบซ้อนเป็นชั้น) บัวกลุ่ม | | คันทวย | แขนค้ำยื่นจากเสาหรือผนังขึ้นไปรับชายคา ทำเป็นรูปนาคหรือลายกนก ที่หน้าบันมุขประเจิดใช้คันทวยรับ | | เสาหลอก / เสาอิง | เสาครึ่งซีกติดผนัง ใช้แบ่งช่วงและประดับ | | เสานางเรียง | แถวเสาโปร่งรอบอาคาร รับปีกนกหรือพาไล | ## ประตูหน้าต่างและซุ้ม ช่องเปิดของอาคารสำคัญมักมี **ซุ้ม** (กรอบประดับ) ครอบ แบบของซุ้มบอกฐานันดรของอาคาร | ซุ้ม | รูปร่าง | ใช้กับ | |---|---|---| | ซุ้มหน้านาง | กรอบโค้งแบน ขอบเป็นลายเปลว | อาคารทั่วไป | | ซุ้มบันแถลง | หน้าจั่วจำลองครอบบนกรอบ | อาคารทั่วไปถึงสูง | | ซุ้มทรงมงกุฎ | ยอดแหลมซ้อนชั้นเหมือนชฎา | งานหลวง | | ซุ้มทรงปราสาท / ทรงมณฑป | ยอดเป็นอาคารเครื่องยอดจำลอง | ฐานันดรสูงสุด | | ซุ้มจระนำ | ช่องตันเว้าลึกไว้ประดิษฐานรูปเคารพ | เรือนธาตุของปรางค์และเจดีย์ (ดู 09) | | ซุ้มเรือนแก้ว | กรอบโค้งรอบพระพุทธรูป | หน้าบันและฉากหลังพระประธาน | - **กรอบช่องเปิดซ้อนชั้น:** กรอบด้านในแบน ด้านนอกยื่นกว่าและมียอดซุ้ม จึงเกิดความลึกเป็นขั้น - **ช่องลม / ลูกกรง:** หน้าต่างโปร่งลายฉลุ ที่มณฑปวัดอรุณเป็นลายกระเบื้องเคลือบสีเขียวเป็นตาราง **อาคารหลังคาคลุมสมัยรัตนโกสินทร์ แบบไทยประเพณี** [S21] - เสาย่อมุมไม้สิบสอง บัวหัวเสาเป็นบัวแวง มีคันทวยรับน้ำหนัก - ซุ้มประตูหน้าต่าง 2 แบบ: **ซุ้มบรรพแถลง** และ **ซุ้มทรงปราสาทยอด** **แบบพระราชนิยม ร.3** [S15]: ใช้เสานางเรียงรับชายคาแทนคันทวยและนาคสำรวย ซุ้มประตูทรงมงกุฎ ซุ้มปูนปั้นลายดอกไม้ **ตัวอย่าง:** ผนังพระมณฑปวัดพระแก้วมีซุ้มยอดแหลมทุกช่อง *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: พระมณฑป]* ## เหตุผลของรูปร่าง - ซุ้มบอกตำแหน่งสำคัญ (ทางเข้า และที่ประดิษฐานรูปเคารพ) และกันน้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าช่องเปิด - ผนังทึบหนา หน้าต่างแคบสูง ทำให้ข้างในเย็นและแสงเข้าเป็นลำ ## มุข (projecting bay) - **มุข** คือส่วนที่ยื่นออกจากตัวอาคาร มีหลังคาและหน้าจั่วของตัวเอง - **มุขโถง:** เปิดโล่ง มีเสารับ - **มุขลด:** หลังคามุขต่ำกว่าหลังคาหลัก - **มุขประเจิด:** หน้าจั่วยื่นออกโดยไม่มีเสารับ ใช้คันทวยค้ำ - **มุขเด็จ:** มุขสำหรับเสด็จออก - **ตัวเรือนของมุขต้องยื่นจริงตั้งแต่ฐานถึงชายคา** ไม่ใช่แค่แปะลายบนผนังเรียบ ## สัดส่วน (แนวทาง) - หน้าต่างอาคารเครื่องยอด กว้างประมาณ 1/4–1/3 ของช่วงเสา สูงประมาณ 70–75% ของความสูงผนัง - ด้านยาวของมณฑปวัดอรุณมี 3 ช่วงเกือบเท่ากัน (ปีก–มุข–ปีก) ช่วงละหนึ่งหน้าต่าง ด้านสกัดมีหนึ่งช่วง ## ข้อผิดพลาดที่พบ - ทำมุขกลางยื่นเพียง 4.5 มม. (3 ชั้นไม้) จนดูแบน ผู้ดูแลชี้ว่า "ด้านหน้ายื่นออกมา ไม่ได้แบนเป็นเนื้อเดียว" จึงแก้เป็น 15 มม. ที่สเกล 1:80 (ราว 1.2 ม.) ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **ผนัง:** กล่อง 4 แผ่น บากล็อกครึ่งที่มุม - **มุข:** ไม้ซ้อนชั้นติดกาว ชั้นในเจาะกลางออก 4 ชั้นนอกแคบลงให้มุมย่อ - **กรอบหน้าต่าง:** 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นกรอบแบน ชั้นที่สองแคบกว่าและมียอดซุ้ม ลายฉลุของหน้าต่างใช้ปากกาวาด (วงกลมตาราง) --- # 05 หลังคาทรงไทย — ระบบ ซ้อน · ลด · ตับ · มุข · จัตุรมุข · ปราสาท ![วัดโพธิ์: ช่อฟ้า 3 ตัวของจั่ว 3 ชั้น ตัวหลังสูงกว่า](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_chofa_row.jpg) *ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_06.jpg* ## 1. ศัพท์โครงหลังคา (เครื่องบน) | ศัพท์ | ความหมาย | ที่มา | |---|---|---| | อกไก่ | ไม้สันบนสุด จุดที่สองลาดมาพบกัน | S17 | | แปลาน | ไม้วางขวางบนลาดหลังคาเป็นช่วงๆ ตัวรวยของลำยองพาดบนแปลาน (ดู 07) | S17 | | แปหัวเสา | แปที่อยู่บนหัวเสา ช่วงล่างสุดของลาด | S17 | | แปงวง | แปลานตัวที่สอง ที่งวงไอยราเกี่ยวกระหวัด | S17 | | เชิงกลอน / เชิงชาย | ขอบล่างของลาดหลังคา ปั้นลมวางทับ | S17 | | จันทัน | ไม้เอียงตามลาด รับแป | S9 (เรือนไทยภาคกลาง) | | ขื่อ / เต้า | คานขวางรับโครง (เต้ายื่นรับชายคา) | S18 | | ไขรา / ไขราหน้าจั่ว | ส่วนชายคาที่ยื่นเลยหน้าจั่ว ปั้นลมปิดทับริม | S17 | | ตับ | หลังคาหนึ่งผืนที่ต่อเนื่องกัน งานกระเบื้องแต่ละตับมีกรอบสีของตัวเอง (รูปอ้างอิง 38, 43) | สังเกตจากรูป + S21 | | ปีกนก / กันสาด / พาไล | หลังคาลาดต่ำที่คลุมระเบียงรอบตัวอาคาร | S11 | ## 2. ซ้อน — หลังคาซ้อนชั้น **นิยามของราชบัณฑิตยสภา** [S19]: คิดเป็น "เรือนหลังคาทรงจั่วสองหรือสามเรือนลดหลั่นซ้อนกัน" แล้ว "เมื่อตัดฝาของเรือนที่ซ้อนออก ก็จะเหลือหลังคาทรงจั่วที่ร่นลงมาซ้อนกัน" ![วัดโพธิ์: จั่ว 3 ชั้นซ้อนในแนวลึก ผืนหลังกว้างกว่าและสูงกว่า ป้านลมขนานกัน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg) *ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg* - **เรือนในสุด** ผนังสูงที่สุด หลังคาจึงอยู่บนสุดและเป็นหลังคาประธาน - **เรือนที่อยู่ถัดออกมา** กว้างกว่าแต่ต่ำกว่า หลังคาของแต่ละหลังร่นลงมาเป็นชั้นๆ - **ความชันเท่ากันทุกชั้น** ป้านลมจึงวิ่งขนานกันเป็นขั้น - **มองที่ด้านจั่ว** เห็นป้านลมเป็นขั้นขนานไล่ลงมาด้านนอก และ **มีหางหงส์ที่ทุกขั้น** (รูปอ้างอิง 42, 43) - อาคารหลวงใช้ "หลังคาซ้อนชั้นและมีหลายตับ" [S21] ส่วนใหญ่ 2–3 ชั้น อาคารหลวงบางหลังมีถึง 4 ชั้น [S11] - **การนับ:** ชั้นล่างสุดคือซ้อนที่ 1 แล้วนับขึ้นไปเป็นซ้อนที่ 2, 3, 4 [ผลค้นหาจาก orst.go.th — ควรตรวจกับต้นฉบับ] ## 3. ลด — หลังคาลดชั้น **นิยาม** [ผลค้นหาจาก orst.go.th — ควรตรวจกับต้นฉบับ]: ถ้าสันหลังคาของชั้นหนึ่ง **ต่ำกว่าหรือสั้นกว่า** ชั้นถัดไป เรียกว่า "หลังคาลด" หรือ "หลังคาชั้นลด" ![วัดเบญจมบพิตร: หลังคาลดหลายช่วงตลอดแนวอาคาร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_benchamabophit_pano.jpg) *ภาพ: Ssriram mt · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Benchamabophit_Pano.jpg* ![พระอุโบสถวัดพระแก้ว: หลังคาซ้อนและลด มุข ช่อฟ้าทุกจั่ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_roofs.jpg) *ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_(55).jpg* ![วัดเบญจมบพิตรด้านหน้า: จั่วซ้อนชั้นของมุขหน้า](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_benchamabophit_front.jpg) *ภาพ: Mustang Joe · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Benchamabophit_Dusitwanaram,_Bangkok_-_Flickr_-_Mustang_Joe.jpg* - **ตามแนวยาวของอาคาร:** ช่วงกลาง (ประธาน) สูงที่สุด ช่วงที่ไปทางปลายหน้าและหลังต่ำลงทีละขั้น (รูปอ้างอิง 41: วัดโพธิ์) - **จั่วที่ลดลงมาด้านหน้าจะต่ำกว่าและแคบกว่าจั่วที่อยู่ข้างหลัง** ความชันเท่ากัน ป้านลมจึงขนานกัน ดูแผนภาพ 01 และรูปอ้างอิง 37, 38, 40, 43 - **ทุกจั่วที่ลดมีช่อฟ้าของตัวเอง:** เห็นช่อฟ้าเรียงสูงขึ้นทีละตัวจากหน้าไปหลัง - อาคารทางเหนือ "ชั้นล่างยืดเข้าหาทางเข้า" (lower tiers telescope toward the entrance) [S11] ## ⭐ 4. กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน (ใช้กับทั้งซ้อนและลด) > **ถ้ามีจั่วและหลังคาอีกผืนอยู่ข้างหลัง ผืนหลังต้อง "ใหญ่กว่าและอยู่ด้านบน": สูงกว่าและกว้างกว่า ป้านลมขนานกัน** > **ห้ามทำผืนหลังให้เล็กหรือแคบกว่าผืนหน้า** — "อันนี้เป็น pattern มาตรฐานของหลังคาทรงไทย" - **เหตุผลทางรูปทรง:** เป็นหลัก "เส้นทรงที่อิงหลักทรงเดิม" ซึ่งต้อง "คู่ขนาน" หรือ "ล้อกัน" กับเส้นตั้งต้น เพื่อ "เสริม" และ "ส่ง" รูปทรงขึ้นสู่ยอด [S18] เส้นที่ไม่ขนานจะทำลายทรง - **เหตุผลทางโครงสร้าง:** ผืนในหรือผืนหลังคือหลังคาเรือนประธาน ส่วนผืนหน้าหรือผืนนอกเป็นเรือนที่ลดหลั่นลงมา [S19] - **ความผิดที่เคยทำ (มณฑปวัดอรุณ v13):** หลังคาปีก (ผืนหน้า กว้าง 31 มม.) มีหลังคายอดด้านข้าง (ผืนหลัง) แคบกว่าคือ 22 มม. แก้เป็นผืนหลังกว้าง 34.5 มม. ความชันเท่ากัน (รูปอ้างอิง 33 คือภาพที่ผิด) ## 5. มุข | แบบ | ลักษณะ | |---|---| | มุขโถง | ยื่นออก เปิดโล่ง มีเสารับ | | มุขลด | หลังคามุขลดต่ำกว่าหลังคาหลัก | | มุขประเจิด | จั่วยื่นโดยไม่มีเสารับ ใช้คันทวยค้ำ | | มุขเด็จ | มุขสำหรับเสด็จออก | หลังคามุขวิ่งเข้าชนลาดหลังคาหลัก ทำให้เกิดรางตะเข้ **มุขต้องยื่นจริงตลอดความสูง** ตั้งแต่ฐานถึงชายคา ## 6. จัตุรมุข · ทรงปราสาท · ทรงมณฑป - **จัตุรมุข:** มีมุข 4 ทิศ หลังคาจั่ว 4 ผืนมาบรรจบกันตรงกลาง - **นิยามของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ** (อ้างใน [S18]): > "ทั้งสามอย่างต้องเป็นหลังคาซ้อนชั้น มียอดแหลม ถ้าเป็นเรือนยอดแหลมมีมุขเรียกว่าปราสาท ไม่มีมุขเรียกมณฑป ถ้าไม่ใช่เรือน เป็นของเล็กๆ มีหลังคาซ้อนชั้น สำหรับนั่ง หรือสำหรับตั้งอะไรๆ เรียกว่า บุษบก" และ: "การประกอบมุขเข้ากับมณฑปเป็นปราสาทนั้น เห็นของเก่าทำมุขเล็กกว่าองค์มณฑป ... ในภายหลังขยายมุขโตเท่ากับองค์มณฑป ... จึ่งดูยอดขึ้นไปตั้งอยู่บนหลังคาจตุรมุข ลักษณแห่งมณฑปหายไป" - **ข้อสังเกต:** "มณฑปทิศ" วัดอรุณมีมุขยื่นหน้าหลังและมีปีก ตามนิยามข้างบนจึงใกล้ปราสาท แต่เรียกตามประเพณีว่ามณฑป - **ยอดงอกจากกลางหลังคา** เรือนยอดหรือเรือนธาตุเริ่มในหลังคา หลังคาและสันทุกผืนวิ่งเข้าชนผนังของมัน ห้ามวางยอดลอยบนสัน และห้ามมีแท่งเสาโผล่ระหว่างหลังคา (ดู [08](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/spires.md)) - ตัวอย่างอ้างอิง: พระมณฑปวัดพระแก้ว (รูปอ้างอิง 31) และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (รูปอ้างอิง 39, 40) ## 7. แบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 - โบสถ์และวิหาร **ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์** หน้าบันก่ออิฐปั้นปูนแทนไม้จำหลัก - ใช้ **เสานางเรียง** รายสองข้างรับชายคาแทนคันทวยและนาคสำรวย - ใช้โครงสร้างแบบจีนช่วยให้สร้างได้ใหญ่และเร็ว - นิยมสร้าง **มณฑปและซุ้มประตูทรงมงกุฎ** [S15] - วัดอรุณสร้างในรัชกาลที่ 3 แต่หมู่ปรางค์และมณฑปเป็นเครื่องยอด ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยชาม ## 8. ความชัน - อาคารวัดและวังภาคกลางชันมาก ประมาณ 45–60° อาคารยิ่งสำคัญยิ่งชัน - **ผืนที่ซ้อนหรือลดกันต้องชันเท่ากัน** ส่วนแขนต่างทิศของจัตุรมุขใช้ความชันต่างกันได้ - หลังคาจริงมักแอ่นตามแนวสันเล็กน้อย ปลายเชิดขึ้น และชายคาแอ่นด้วย ตามเส้นจอมแหและหลักหย่อนท้องช้าง [S17, S19] ## 9. การทำเป็นชิ้นไม้ (สรุป รายละเอียดดู [16](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/wood-kit.md)) - **ลาดหลังคา:** แผ่นเอียงแผ่นเดียว ตัดตามรางตะเข้กับผืนอื่น และตัดเว้นรอบเรือนยอด - **ซ้อนหรือลดแต่ละชั้น:** ใช้แผ่นลาดและหน้าจั่วชุดของตัวเอง ความชันเดียวกัน ผืนหลังกว้างและสูงกว่า - **ทุกขั้นที่ชายคาลดลง:** ต้องมีหางหงส์ของตัวเอง --- # 06 หน้าจั่วและหน้าบัน (Gable / Tympanum) ## ชื่อ - **หน้าจั่ว** คือผนังสามเหลี่ยมที่ปลายหลังคาจั่ว - **หน้าบัน** คือแผ่นประดับภายในกรอบหน้าจั่ว (tympanum) เป็นจุดแสดงลวดลายสำคัญที่สุดของอาคาร - **บันแถลง** คือหน้าจั่วจำลองขนาดเล็กที่ใช้ประดับซุ้มและชั้นของยอด (ดู 08, 09) ## ปั้นลม / ป้านลม / ต้านลม [S17] "เป็นไม้วางทับบนเชิงชาย ทาบทับปลายหัวเสา ทับหลังแปลาน และวางอยู่เหนืออกไก่ทั้งสองข้างซ้าย-ขวา ทำให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยม" - **หน้าที่:** ป้องกันลมพัดหัวจาก หัวแฝก หรือเครื่องมุงอื่นๆ และสร้างความงาม - **ปั้นลมเปลี่ยนตามฐานานุศักดิ์:** | ปั้นลมเรือนเครื่องสับ (หอไตรวัดระฆัง เดิมเป็นเรือนไทย) | เครื่องลำยองของวัด (วัดหน้าพระเมรุ) | |---|---| | ![ปั้นลมเรือนเครื่องสับ (หอไตรวัดระฆัง เดิมเป็นเรือนไทย)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg) *ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg* | ![เครื่องลำยองของวัด (วัดหน้าพระเมรุ)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_na_phra_men.jpg) *ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8.jpg* | ## หน้าบันจริงหลายแบบ | พระอินทร์ทรงเอราวัณ ไม้จำหลัก | ลายกนกปิดทอง วัดราชบุรณะ | มุขหน้า วัดบวรนิเวศ | |---|---|---| | ![พระอินทร์ทรงเอราวัณ ไม้จำหลัก](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_indra.jpg) *ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C_Indhra_tympanum.jpg* | ![ลายกนกปิดทอง วัดราชบุรณะ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_ratchaburana.jpg) *ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg* | ![มุขหน้า วัดบวรนิเวศ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_bowon_porch.jpg) *ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3.jpg* | | ปูนปั้นกระเบื้องถ้วยชาม วิหารวัดอรุณ | หน้าบันซ้อน วัดบุปผาราม | วัดเศวตฉัตร | |---|---|---| | ![ปูนปั้นกระเบื้องถ้วยชาม วิหารวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_arun_wihan.jpg) *ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AF.jpg* | ![หน้าบันซ้อน วัดบุปผาราม](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_buppharam.jpg) *ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1.jpg* | ![วัดเศวตฉัตร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_saowet.jpg) *ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%95.jpg* | | เรือน | ปั้นลม | |---|---| | เรือนเครื่องผูก (ชาวบ้าน ไม้ไผ่ ผูกด้วยหวาย) | ไม้ตรงแข็งทื่อ วางพาดเหนืออกไก่ ไม่แต่งทรง | | เรือนเครื่องสับ (ขุนนาง ไม้จริง ต่อด้วยสลักและเดือย) | ถากเป็น **เส้นจอมแห** ปลายบนแหลม (แบบหางปลา) ปลายล่างเป็น **ตัวเหงา** | | อาคารทรงไทยชั้นสูง (วัง วัด) | **รวยระกา** มีใบระกา ช่อฟ้า หางหงส์ (ดู [07](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lamyong.md)) | - **สัดส่วนเรือนเครื่องสับ:** ส่วนล่าง (ใต้ถุน) กับส่วนบน (ตัวเรือน) ต้องพอดีกัน ถ้าตัวเรือนเตี้ยแต่เสาสูงมาก เรียก "อาคารหอบพื้น" ถือว่าไม่เป็นมงคล [S17] ## ตัวอย่างจริง *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: หน้าบันและเครื่องลำยอง]* ## ส่วนประกอบ (จากนอกเข้าใน และจากบนลงล่าง) | ศัพท์ | ลักษณะ | |---|---| | ป้านลม / ลำยอง | กรอบไม้หรือปูนตามขอบลาดทั้งสองข้าง (ดู 07) | | ช่อฟ้า | ปลายบนสุดที่ยอดจั่ว (ดู 07) | | หางหงส์ | ปลายล่างของป้านลม (ดู 07) | | หน้าบัน (ตัวแผ่น) | แผ่นสามเหลี่ยมเว้าลึกเข้าไปจากป้านลม | | ลายกลางหน้าบัน | รูปประธาน เช่น เทพ พระนารายณ์ทรงครุฑ ตราประจำรัชกาล ช้างเอราวัณ พระพุทธรูป ล้อมด้วยลายกนกก้านขด | | ไขรา / ไขราหน้าจั่ว | ส่วนยื่นใต้ฐานของหน้าบันที่รับปลายหลังคา | | รวงผึ้ง / สาหร่ายรวงผึ้ง | แผงลายฉลุห้อยใต้คานหน้าจั่ว ระหว่างเสาของมุข | | คันทวย | แขนค้ำใต้ไขราของมุขประเจิด | ## เหตุผลของรูปร่าง - **หน้าที่:** ปิดปลายโครงหลังคาและกันฝน - **ความหมาย:** หน้าบันคือ "หน้า" ของอาคาร ลายตรงกลางบอกว่าอาคารเป็นของใครหรืออุทิศให้ใคร อาคารหลวงใช้รูปพระนารายณ์ทรงครุฑหรือตราประจำรัชกาล - **ความลึกเป็นชั้น:** หน้าบันเว้าลึกเข้าไปจากป้านลม ทำให้เกิดเงา ลวดลายจึงเด่นและอ่านรูปทรงสามเหลี่ยมได้ชัดแม้มองจากไกล ## รูปแบบที่แตกต่าง (variation) 1. **ตามวัสดุ:** - ไม้จำหลักปิดทองประดับกระจก (งานหลวงสมัยรัตนโกสินทร์) - ปูนปั้นประดับกระเบื้องถ้วยชาม (วัดอรุณ สมัยรัชกาลที่ 3) - ไม้เรียบลูกฟัก (เรือนไทย) 2. **ตามการซ้อน:** - หน้าจั่วเดี่ยว - หน้าจั่วซ้อน 2–3 ชั้น ผืนหลังใหญ่และสูงกว่าทุกชั้น (ดู 05) 3. **แบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3:** บางวัดไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันเป็นลายดอกไม้จีนประดับกระเบื้อง **(ควรตรวจรายชื่อวัด)** 4. **หน้าจั่วเรือนไทย:** - หน้าจั่วพรหมพักตร์ / ใบปรือ: แผงไม้ตีเป็นลายแสงอาทิตย์ - หน้าจั่วลูกฟัก: แผงไม้แบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยม - ป้านลมปลายเป็นตัวเหงา 5. **หน้าจั่วเครื่องยอด (มณฑป/ปราสาท):** มีหน้าจั่วทั้ง 4 ทิศ สูงชันมาก กรอบหน้าบันหนา มีช่อฟ้าใหญ่ ## ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร - ตั้งบนคานหรือบัวหัวผนังของด้านสกัด หรือบนชายคา (eave) - ลาดหลังคาพิงหลังหน้าจั่ว ป้านลมคลุมขอบลาดและเชิดขึ้นเหนือผิวหลังคาเล็กน้อย - สันหลังคาวิ่งข้ามยอดจั่วออกไปเป็นช่อฟ้า ยอดของหน้าบันจึงตัดแบนเพื่อให้สันวางพาดได้ ## สัดส่วน (แนวทาง) - ความชันของหน้าจั่วเท่ากับความชันหลังคา - หน้าบันเว้าลึกจากป้านลมอย่างน้อยเท่ากับความหนาป้านลม ในงานไม้ใช้ 1 ชั้น (1.5 มม.) - ลายกลางหน้าบันสูงประมาณ 1/3–1/2 ของความสูงหน้าจั่ว และวางชิดฐาน ## ข้อผิดพลาดที่พบ 1. ทำหน้าจั่วแปะเป็นแผ่นแบนบนกล่อง โดยไม่มีหลังคาจริงอยู่ข้างหลัง ไม่ถูก ต้องมีลาดหลังคาด้วย 2. ใส่ "หน้าจั่วเล็ก" ไว้ที่มุมอาคารโดยไม่มีหลังคาที่สอดคล้องกัน เมื่อแก้ตามโครงหลังคาจริง ตำแหน่งจั่วจะลงตัวเอง ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **2 ชั้น:** - ชั้นหลังเป็นหน้าบันเต็มสามเหลี่ยม มีลายปากกา - ชั้นหน้าเป็นกรอบป้านลมรูป Λ กว้าง 3.8 มม. เปิดด้านล่าง ปลายล่างเป็นหางหงส์ชี้ขึ้น - **ยอดจั่ว:** ตัดแบนเพื่อรับแผ่นสัน หรือแผ่นช่อฟ้าสั้นๆ ที่ติดตั้งฉากกับหน้าจั่ว - **หน้าจั่วสูงยืนอิสระ:** ถ้าไม่มีอะไรรองรับด้านหลัง ให้ใส่สามเหลี่ยมค้ำเล็กๆ ซ่อนไว้ข้างหลัง --- # 07 เครื่องลำยอง: รวยระกา · นาคสะดุ้ง · งวงไอยรา · ใบระกา · ช่อฟ้า · หางหงส์ ![เครื่องลำยองพร้อมหมายเลข: 1 ช่อฟ้า 2 ใบระกา 3 รวยระกา 4 งวงไอยรา 5 นาคสะดุ้ง 6 หางหงส์ 7 กระจังรวน 8 บัวจงกล 9 จั่วบังนก 10 คันทวย](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lamyong_labelled_sketch.jpg) *ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Temple_%22Krueng_Lamyong%22_label_01.jpg* **ดูภาพนี้:** นาคสะดุ้ง (5) และหางหงส์ (6) เกิดซ้ำที่ทุกตับหลังคาที่ลดลงมา ส่วนช่อฟ้า (1) อยู่ปลายสัน ![วัดโพธิ์: จั่วซ้อน 3 ชั้น ช่อฟ้าทุกชั้น ป้านลมนาคสะดุ้งขนานกัน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg) *ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg* ## นิยาม **ลำยอง หรือเครื่องลำยอง** คือส่วนประกอบช่วงบนของปั้นลม เป็นเครื่องตกแต่งที่ **"นิยมสร้างเฉพาะในวัดและพระที่นั่งต่างๆ เท่านั้น"** [S6] ตัวรวยที่ทำคล้ายลำตัวพญานาคเรียก "ลำยอง" หรือ "ตัวลำยอง" ถ้ารวมหางหงส์ นาคเบือน ใบระกา ช่อฟ้า และรวมของหลังคาตับที่ 2, 3, 4 ด้วย เรียกรวมกันว่า **"เครื่องลำยอง"** [S17] ## ⭐ ระบบตามโครงสร้างจริง (สมใจ นิ่มเล็ก อ้างใน [S17]) ตัวรวยทำ "คล้ายธรรมชาติของสัตว์เลื้อยคลาน แสดงกิริยาอาการเลื้อยของงู หรือพญานาค เมื่อเลื้อยลงจากที่สูงจะต้องมีการพักลำตัวหรือม้วนตัวเกี่ยวกับสิ่งที่รองรับ เพื่อป้องกันการพลัดตก" แต่ละส่วนจึงผูกกับไม้โครงหลังคาตัวใดตัวหนึ่ง ไล่จากล่างขึ้นบน: | ส่วน | อยู่ตรงไหน (ผูกกับโครงไม้) | รูปร่าง | |---|---|---| | **หางหงส์** | ปลายล่างสุด ที่เชิงกลอนหรือแปหัวเสา | "ประดิษฐ์เป็นรูปเศียรพระยานาค" ปกติ **หันหน้าไปทางด้านข้างของหน้าจั่ว** | | **นาคเบือน** | ตำแหน่งเดียวกับหางหงส์ | หางหงส์ที่ "เอี้ยวคอหรือเบือนหน้า" มาทางเดียวกับหน้าจั่ว | | **นาคสะดุ้ง** | ช่วงที่ตัวรวย "พาดอยู่กับแปลานตัวที่หนึ่ง" | ลำตัวพักหรือสะดุ้งเป็นจังหวะ | | **งวง / งวงไอยรา** | ที่แปลานตัวที่สอง (เรียก **"แปงวง"**) | นาค "เกี่ยวกระหวัดยึดแป โดยมีปลายแหลมสะบัด" | | ตัวรวยช่วงบน | เหนืองวง ทอดตรงขึ้นถึงอกไก่ | | | **ใบระกา** | บนสันตัวรวยตลอดแนว | "ซี่หรือครีบ" คือครีบนาคหรือขนครุฑ [S11, S17] | | **ช่อฟ้า** | **เหนืออกไก่** (ปลายสันหลังคา) | "รูปคล้ายหัวนก มีหน้าอก มีปาก มีหงอนเป็นปลายแหลมอ่อนช้อย" | **ส่วนอื่นในชุดเดียวกัน** [S6]: รวยระกา · กระจังรวน · บัวจงกล · จั่วบังนก · คันทวย ## ⭐ กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน 1. **ช่อฟ้าโผล่จากปลายสันหลังคา** อยู่ในระนาบตั้งของสัน ซึ่งตั้งฉากกับหน้าจั่ว ชี้ขึ้นแล้วโค้งออกนอกอาคาร มองตรงที่ด้านจั่วเห็นเป็นเขาตั้งตรง ❌ ผิด: ทำเป็นเขาม้วนไปด้านข้างในระนาบหน้าจั่ว ผู้ดูแลบอกว่า "คุณทำมันพุ่งไปข้างหน้า" 2. **หางหงส์เชิดขึ้น** เป็นเศียรนาค ไม่ใช่ตะขอม้วนลง 3. **ทุกจั่วมีช่อฟ้าของตัวเอง และทุกขั้นที่ชายคาลดลงมีหางหงส์ของตัวเอง** (รูปอ้างอิง 42, 43) ## แบบของช่อฟ้า ![ช่อฟ้า 2 แบบหลัก: ซ้าย ปากหงส์ ขวา ปากครุฑ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_two_types_sketch.jpg) *ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Chofa_2_types.jpg* | ช่อฟ้าภาคกลาง (พระอุโบสถวัดพระแก้ว) | ช่อฟ้าของจริงในพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว | |---|---| | ![ช่อฟ้าพระอุโบสถวัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_chofa.jpg) *ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatpkaeo05.jpg* | ![ช่อฟ้าของจริง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_specimens_museum.jpg) *ภาพ: Paul_012 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofa,_Temple_of_the_Emerald_Buddha_Museum_(2023).jpg* | | ช่อฟ้าหัวครุฑ (ล้านนา) | ช่อฟ้าหัวนาค (ล้านนา) | ช่อฟ้าวัดเจ็ดยอด | ช่อฟ้าหัวช้าง (ท้องถิ่น) | |---|---|---|---| | ![หัวครุฑ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_garuda_head_lanna.jpg) *ภาพ: FredTC · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:EagleHeadedChofaP1020517a.jpg* | ![หัวนาค](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_naga_head_lanna.jpg) *ภาพ: FredTC · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:NagaHeadedChofaP1010393.JPG* | ![วัดเจ็ดยอด](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_wat_chet_yot.jpg) *ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatchyod04.jpg* | ![หัวช้าง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_elephant_head.jpg) *ภาพ: FredTC · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:ElephantHeadedChofa_P1000637a.jpg* | | แบบ | ลักษณะ | ที่มา | |---|---|---| | ปากนก / ปากครุฑ | "รูปทรงชะลูดสูง หงอนเพรียว ปากงุ้มเข้า" / "ปลายจะงอยแหลมโค้งและงุ้มลง" | S17, S7 | | ปากปลา / ปากหงส์ | "ปากงอนออก" / "ปลายจะงอยทู่หงายขึ้นยื่นไปข้างหน้า" | S17, S7 | | หัวนกเจ่า | "รูปทรงไม่สูง คอสั้นหงอนเตี้ย" | S17, S7 | | ปากลาว · หัวช้าง และแบบท้องถิ่นอื่น | | S7 | - **ส่วนของช่อฟ้า:** ส่วนปลายยอดหรือหงอน · ส่วนปาก · ส่วนท้องหรืออกสุบรรณ [S7] - **ความหมาย:** ช่อฟ้าคือครุฑที่ "ยุดหางนาค" ซึ่งไหลลงมาตามป้านลมทั้งสองข้าง [S11] นิยมแขวนกระดิ่งที่ช่อฟ้า [S11] - **ล้านนาและล้านช้าง:** มีช่อฟ้าหรือ "โหง่" อยู่ **กลางสัน** ต่างจากภาคกลางที่อยู่ปลายสัน - **ใบระกา** มีลายเช่น "น่องสิงห์" และ "หอยจับหลัก" [S7] - **หางหงส์** มีหลายแบบ เช่น นาค · นาคเบือน · หัวนาค [S7] และมักทำเป็นลายกระหนกเปลว [S11] ## ฐานานุศักดิ์ ปั้นลมที่ไม่มีเครื่องลำยองใช้กับเรือนเครื่องสับ (ปลายล่างเป็นตัวเหงา ยอดเป็นหางปลา) และเรือนเครื่องผูก (ไม้ตรง) ส่วนเครื่องลำยองเต็มชุดสงวนไว้สำหรับวัดและวัง [S17] (ดูแผนภาพใน [06](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md)) ## การทำเป็นชิ้นไม้ (ไม้ 1.5 มม. เนื้อไม้อย่างน้อย 3.4 มม.) - **ช่อฟ้า:** ต่อเป็นชิ้นเดียวกับแผ่นสัน (ระนาบตั้งตามแนวสัน) คอกว้าง 3.6 มม. ปลายงอออก ถ้าเป็นจั่วยืนอิสระ ให้ใช้ชิ้นสั้นติดตั้งฉากบนยอดจั่วที่ตัดแบนไว้ - **ป้านลมและหางหงส์:** ฉลุเป็นชิ้นเดียวกับกรอบหน้าจั่วชั้นหน้า หางหงส์ชี้ขึ้น - **ใบระกา:** เล็กเกินกว่าจะตัด ให้วาดปากกาเป็นตัว Λ เรียงตามป้านลม - **นาคสะดุ้งและงวงไอยรา:** ถ้าสเกลใหญ่พอ (ป้านลมกว้าง 6 มม. ขึ้นไป) ให้ทำขั้นหยักที่ตำแหน่งแปลานตัวที่ 1 และ 2 --- # 08 เครื่องยอด: ยอดบุษบก-มณฑป · ยอดปราสาท · ยอดมงกุฎ — องค์ประกอบ วิธีขึ้นทรง สัดส่วน แหล่งหลักของไฟล์นี้: บุณยกร วชิระเธียรชัย (2558) งานวิจัยว่าด้วยการขึ้นทรงยอดบุษบก-มณฑปตามแบบแผนช่างหลวง [S18] ## 1. นิยามและฐานานุศักดิ์ - **บุษบก** = "ซุ้มยอด" อาคารโถงขนาดเล็กใช้ได้คนเดียว ตั้งเสาที่มุมทั้งสี่รับยอด (เสาย่อมุมไม้แปดหรือไม้สิบสอง) ใช้เป็น (1) ธรรมาสน์ (2) ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือตั้งผ้าไตรในพิธีทอดกฐินทางเรือ (3) บุษบกมาลาที่ประทับ - **มณฑป** = "เรือนยอด" ผังจัตุรัส เป็นได้ทั้งอาคารโถง อาคารทึบ หรืออาคารทึบที่มีเสาหานรอบ ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท พระบรมสารีริกธาตุ หรือพระไตรปิฎก - **ปราสาท** = มณฑปที่มีมุข (ดูนิยามของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ใน [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md)) - **จำนวนชุดเชิงกลอนตามแบบแผนช่างหลวง:** บุษบก 5 ชั้น · มณฑป 7 ชั้น · ปราสาท 5 ชั้น · มหาปราสาท 7 ชั้น ของจริงพบตั้งแต่ 3 ถึง 7 ชั้น และ "ไม่ได้จำกัดเลขคี่เท่านั้น" แต่ปัจจุบันนิยมกำหนดให้เป็นเลขคี่ - **ยอดแบบอื่นที่ยืมมาจากเครื่องสูง:** ยอดมงกุฎ · ยอดเกี้ยว · ยอดเรือนชั้นหรือวิมาน · ยอดปรางค์ · ยอดเจดีย์ · ยอดปรางค์-เจดีย์ · ยอดมณฑป-ปรางค์ ## 2. องค์ประกอบ 16 ส่วน (บนลงล่าง) [S18] | # | ส่วน | ประกอบด้วย | |---|---|---| | 1 | พุ่มข้าวบิณฑ์ (ชิ้นบนสุด) | กำพู · ดอกไม้ไหว · ยอดพุ่ม | | 2 | เม็ดน้ำค้าง | ปลายเจาะรูสำหรับเสียบพุ่มข้าวบิณฑ์ | | 3 | ปลี | ปลียอด · บัวคลุ่ม (บัวโถ) · ลูกแก้ว · ปลี | | 4 | บัวกลุ่ม | บัวคลุ่ม 5 ชั้น (ยอด 5 ชั้น) หรือ 7 ชั้น (ยอด 7 ชั้น) | | 5 | เหม | 3 ชั้น | | 6 | บัลลังก์ | หน้ากระดานบัวคว่ำ · ท้องไม้ · หน้ากระดานบัวหงาย | | 7 | บัวคอเสื้อ | สูงเท่ากับบัลลังก์หรือสูงกว่าเล็กน้อย | | 8 | องค์ระฆัง | คือหลังคาชั้นที่ 5 หรือ 7 ซึ่งเป็น **หลังคาประธาน** | | 9 | ชุดเชิงกลอน 5 หรือ 7 ชั้น | **1 ชุด = ท้องไม้ + เชิงกลอน + หลังคา** (หลังคามีลักษณะบัวคว่ำ) | | 10 | การย่อมุมเชิงกลอน | ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัศมี | | 11 | การยกเก็จ / ยกกระเปาะบรรพแถลง | ส่วนกลางด้านที่ยื่นออกมารับซุ้ม | | 12 | บราลี | ปักบนอกไก่ของหลังคาซุ้ม | | 13 | ซุ้มบรรพแถลง | 1 ซุ้ม = ซุ้มรังไก่ + หน้าบัน + เครื่องลำยอง | | 14 | กระจัง / นาคปัก / กระจังมุม | ที่มุมของชั้น | | 15 | เสา / เสาหาน / เสารับยอดปราสาท | | | 16 | ไขรายอด / ไขรายอดปราสาท | | ## 3. ⭐ ยอดเริ่มจากในหลังคา (กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน + หลักวิชา) - "ส่วนยอด ... เป็นส่วนที่ต่อเนื่องขึ้นมาจากองค์ประกอบส่วนเรือนหรือระบบโครงสร้างที่ถูกออกแบบขึ้นมาเฉพาะ เช่น เสาภายในอาคาร หรือชุดขื่อ ... ตั้งเสาตะมอ ... ซ้อนชั้นแบบลดหลั่นต่อเนื่องกันขึ้นไปตามรูปชั้นหลังคายอด" [S18] - **ชุดเชิงกลอนชั้นที่ 1 ใช้เรือนหรือเสารับยอดทำหน้าที่เป็นท้องไม้** [S18] ยอดจึงต่อเนื่องจากตัวอาคาร ไม่ได้วางทับ - **ในโมเดล:** ทำเรือนยอดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่เริ่มในหลังคา ให้หลังคาและสันทุกผืนวิ่งเข้าชนผนังของมัน ชั้นแรกของยอดอยู่ราวระดับยอดหน้าจั่ว ❌ ห้ามวางวงชั้นยอดลอยบนสันหลังคา ❌ ห้ามมีเสาสี่เหลี่ยมยาวตั้งแต่ชายคาโผล่ระหว่างหลังคา ## 4. วิธีขึ้นทรง 5 ขั้น (สรุปจาก [S18]) | พระมณฑปวัดพระแก้ว | บุษบก (ซุ้มยอดขนาดเล็ก) | |---|---| | ![พระมณฑปวัดพระแก้ว ยอดมณฑปซ้อนชั้น](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_1.jpg) *ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(1).jpg* | ![บุษบก วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/busabok_rama4_insignia.jpg) *ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Rama4insigwpk0609.jpg* | | พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ยอดปราสาทงอกจากจุดตัดหลังคาจัตุรมุข | พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท | |---|---| | ![ดุสิตมหาปราสาท](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/dusit_maha_prasat.jpg) *ภาพ: 2008guangzhou · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Thinang_Dusit_Maha_Prasat_(%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97),_Grand_Palace,_Bangkok.JPG* | ![อาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/aphorn_phimok_prasat.jpg) *ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Thinang_Aphorn_Phimok_Prasat_at_Grand_Palace.jpg* | 1. **กำหนดทรง:** ร่างทรงจอมแห **กว้าง 1 ส่วน สูง 2 ถึง 2.5 ส่วน** ลากเส้นทรงจากปลายเม็ดน้ำค้างลงมาถึงท้องเชิงกลอนชั้นที่ 1 2. **กำหนดส่วน:** - **ส่วนหลังคา 1 ส่วน : ส่วนยอด 1.5 ส่วน** ส่วนหลังคานับจากท้องเชิงกลอนล่างสุดถึงบ่าองค์ระฆัง ส่วนยอดนับจากบ่าองค์ระฆังถึงปลาย ให้น้ำหนักทางระยะที่ส่วนยอดมากกว่าเสมอ "มิฉะนั้นแล้วยอดจะดูสั้น" แม้ส่วนหลังคาจะมีมวลมากกว่า - **เชิงกลอนบนสุดกว้าง ≈ 1/3 ของเชิงกลอนล่างสุด** (ยอด 7 ชั้น: 1/3 ≈ ความกว้างเชิงกลอนชั้นที่ 6) - **องค์ระฆังสูง ≈ ความกว้างเชิงกลอนบนสุด** (ยอด 5 ชั้น) หรือ **≈ 1/4 ของเชิงกลอนล่างสุด** (ยอด 7 ชั้น) - เหนือบ่าระฆัง: บัลลังก์พอประมาณ แล้ว **เหม บัวกลุ่ม และปลี สูงพอๆ กัน** ยอด 7 ชั้น: เหมเตี้ยกว่าบัวกลุ่ม ปลีเตี้ยกว่าบัวกลุ่มเล็กน้อยแต่สูงกว่าเหม 3. **ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัศมี:** - ร่างผังย่อมุมที่เชิงกลอนล่างสุดกับหน้ากระดานบนของเหมชั้นบนสุด - ลากเส้นรัศมีเชื่อมมุมนอกถึงมุมนอก (12 เส้น) และมุมในถึงมุมใน (8 เส้น) - ทุกชั้นที่อยู่ระหว่างกลางจะได้มุมย่อตามเส้นรัศมีเหล่านี้ **มุมย่อของทุกชั้นจึงเรียงเป็นแนวเดียวกันขึ้นไปถึงยอด** 4. **ซุ้มบรรพแถลง:** - ยกกระเปาะ (เก็จ) กลางด้านที่ชั้นบนสุดและชั้นล่างสุด แล้ว **"โรยเส้นจอมแห"** เชื่อมกัน ทุกชั้นที่อยู่ระหว่างกลางจะได้ตำแหน่งและระยะยื่นของซุ้มจากเส้นนั้น - ทำซ้ำกับซุ้มรองที่อยู่ซ้ายและขวา - หลังคาซุ้มแต่ละชั้นก็หาความสูงด้วยเส้นจอมแหเช่นกัน 5. **องค์ประกอบย่อย:** - บราลีบนอกไก่ของซุ้มต้องสัมผัสเส้นจอมแห - จากนั้นใส่เส้นลวด ท้องไม้ กระจัง นาคปัก บัวคอเสื้อ ครอบสันหลังคาประกอบลายรักร้อย เกล็ดกระเบื้อง กระจังรวนที่หลบหลังคา บัลลังก์ เหม บัวกลุ่ม ลูกแก้ว บัวคลุ่ม ปลียอด และพุ่มข้าวบิณฑ์ ## 5. ⭐ จังหวะความสูงของชุดเชิงกลอน — สูงขึ้นทีละเท่าๆ กันเมื่อขึ้นไป ข้อสำคัญที่ขัดกับสัญชาตญาณ: **ชุดเชิงกลอนชั้นบนสูงกว่าชั้นล่าง** โดยเพิ่มทีละค่าคงที่ (อนุกรมเลขคณิต) แล้ว **ชั้นที่ส่งไปองค์ระฆังจะเพิ่มพิเศษ** [S18] | แบบ | ความสูงชุดเชิงกลอน ชั้น 1 → บนสุด (ม.) | ผลต่างต่อชั้น | |---|---|---| | พระเมรุมาศ ร.6 (5 ชั้น) | 1.11 · 1.22 · 1.35 · 1.50 · **2.65** | +0.11, +0.13, +0.15 (เพิ่มทีละ 0.02) แล้ว +1.15 | | พระเมรุมาศ ร.8 (5 ชั้น) | 0.96 · 1.08 · 1.20 · 1.32 · **2.05** | +0.12 คงที่ แล้ว +0.73 | | มณฑปพระพุทธบาท สระบุรี (7 ชั้น) | 1.20 · 1.44 · 1.68 · 1.92 · 2.16 · 2.40 · **3.85** | +0.24 คงที่ แล้ว +1.45 | - **ความสูงหลังคาแต่ละชั้น** (มณฑปพระพุทธบาท): 0.75 · 0.96 · 1.17 · 1.38 · 1.59 · 1.80 · 3.85 ม. (+0.21 คงที่) - **เชิงกลอน** สูงเท่ากันทุกชั้น ยกเว้นชั้นที่ 1 ที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย (ร.6: 0.45 ม. แล้ว 0.40 ม.) เพราะทำหน้าที่เป็นฐานรับยอด - **เหตุผล:** - ลดทอนมวลของหลังคา - "ก่อให้เกิดจินตภาพความงามที่เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง" - เน้น **องค์ระฆังซึ่งเป็นหลังคาประธาน** ให้เด่น - "สืบเนื่องมาจากการลดทอนขนาดผืนหลังคาและการซ้อนชั้นหลังคาที่ปรากฏในส่วนหลังคาของอาคาร" ระบบเดียวกับซ้อนใน [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md) ## 6. บ่าองค์ระฆัง 2 ลักษณะ [S18] 1. **บ่ารวบเข้าหาเส้นทรง** หรือยื่นออกนอกเส้นทรงเล็กน้อย มาพร้อมบัลลังก์เต็มชุด เป็นแบบดั้งเดิม เช่น ยอดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท และพระมณฑปวัดพระแก้ว 2. **บ่ายื่นออกนอกเส้นทรงชัด** คล้ายเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองอยุธยา เป็นแบบสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ในพระเมรุมาศ ร.6 ส่งอิทธิพลต่อแบบยุคหลัง ## 7. การทำเป็นชิ้นไม้ - **ชุดเชิงกลอน:** 1 ชุด = กล่องผนังสั้น (ท้องไม้) + วงแหวนยื่น (เชิงกลอน) + วงหรือกล่องเอียงรวบ (หลังคา) ความสูงแต่ละชุดใช้อนุกรมเพิ่มคงที่ และชั้นองค์ระฆังให้สูงพิเศษ - **ทรง:** คุมขนาดทุกชั้นด้วยเส้นจอมแห - กว้าง : สูง = 1 : 2–2.5 (ถ้ามองจากต่ำ ให้ยืดถึง 1 : 3) - หลังคา : ยอด = 1 : 1.5 - เชิงกลอนบนสุด = 1/3 ของเชิงกลอนล่างสุด - **บันแถลงทุกชั้น:** แผ่นตั้งกลางด้าน ระยะยื่นและความสูงไล่ตามเส้นจอมแหที่โรยจากชั้นบนลงชั้นล่าง - **ย่อมุม:** ใช้ s/w เท่ากันทุกชั้น มุมจึงเรียงเป็นรัศมีเข้าศูนย์กลาง --- # 09 ปรางค์ (Prang) ## ชื่อ ปรางค์ หรือพระปรางค์ ภาษาอังกฤษใช้ prang สืบมาจากปราสาทขอม (ศิขร) ผ่านอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ยุคหลังยิ่งเรียวและสูงขึ้น ปรางค์ประธานวัดอรุณเป็นแบบรัตนโกสินทร์ที่สูงเรียวที่สุดแบบหนึ่ง ![หมู่พระปรางค์วัดอรุณ: ปรางค์ประธานและปรางค์ทิศ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_complex.jpg) *ภาพ: This Photo was taken by Supanut Arunoprayote. Feel free to use any of my images, · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Prang_Wat_Arun_during_day.jpg* | ซุ้มจระนำ: พระอินทร์ทรงเอราวัณ | ชั้นซ้อนและผู้แบก | ปรางค์ทิศ | |---|---|---| | ![พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_indra_erawan.jpg) *ภาพ: Random username 083794703875938 · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B9%97_Prang,_Wat_Arun_7.jpg* | ![รายละเอียดปรางค์ประธาน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_detail.jpg) *ภาพ: Jorge Láscar from Australia · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lascar_Detail_of_the_elaborated_central_prang_-_Wat_Arun_(4509142495).jpg* | ![ปรางค์ทิศ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_satellite_prang.jpg) *ภาพ: Carlquist, Sherwin John, 1930-2021 · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:(Aerial_view_of_prang_in_Wat_Arun,_Thailand)_-_DPLA_-_11850431d7559d6b1ad66b69ba456814.jpg* | ![วัดไชยวัฒนาราม (อยุธยา) มุมสูง: ผังปรางค์ประธานล้อมด้วยปรางค์ทิศและระเบียง แบบผังจักรวาล](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_chaiwatthanaram_aerial.jpg) *ภาพ: Average trinmo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Chaiwatthanaram_by_drone.jpg* **ส่วนประกอบตามที่ระบุในวิกิพีเดีย** (บนลงล่าง) [ผลค้นหา S13]: นภศูล (ยอดปลายสุด) · บัวกลุ่ม (รับนภศูล) · ชั้นรัดประคด (ชั้นยอด) · กลีบขนุน (ตกแต่งใต้ชั้นรัดประคด) · บันแถลง (กลางกลีบขนุน) · ชั้นอัสดง (เรือนยอด) · เรือนธาตุ · ซุ้มจระนำ (ประดิษฐานพระพุทธรูป) · ชุดฐานสิงห์ (3 ชั้น) · ฐานปัทม์ · ฐานเขียง **ทรงปรางค์:** ด้าน "ก่ง (โก่ง) ออก" แล้ว "รวบเข้า" ก่อนถึงปลายยอด ดึงเป็น "จอม" ขึ้นเล็กน้อย เป็นแบบแผนของงานเครื่องก่อ ต่างจากทรงจอมแหของงานเครื่องไม้ [S18] **วัดอรุณ — แหล่งข้อมูลยังขัดกัน (ควรตรวจ):** - **ปรางค์ประธาน:** มีพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 4 องค์ที่ชั้นที่สอง [S12] ยอดเป็นนภศูลประดับมงกุฎ [S13] และมงกุฎย้ำคติพระอินทร์ [S20] - **ปรางค์ทิศ:** วิกิพีเดียอังกฤษบอกว่ามีปรางค์ทิศองค์หนึ่งอุทิศแด่พระพาย [S12] ส่วนบทความศิลปวัฒนธรรมกล่าวถึง "รูปเทวดาทรงช้าง ... หมายถึงพระเจ้าจักรพรรดิราช" ในซุ้มของปรางค์บริวาร [S20] **ยังไม่ได้ข้อยุติ** - **ความสูง:** แหล่งต่างๆ ให้ไว้ระหว่าง 66.8–86 ม. [S12] - **วัสดุ:** ประดับกระเบื้องถ้วยชามจีนและเปลือกหอย [S12] สร้างเสร็จในรัชกาลที่ 3 [S12] ## ส่วนประกอบ (ล่างขึ้นบน) | ส่วน | ลักษณะ | |---|---| | ฐานไพที / ฐานทักษิณ | ลานซ้อนหลายชั้น มีบันไดหันหน้าออกและพนักล้อม (วัดอรุณมี 3 ชั้นหลัก) | | ฐานสิงห์ / ฐานแบก | ฐานสิงห์ซ้อนกัน มีแถบยักษ์แบก กระบี่แบก มารแบก | | เรือนธาตุ | แท่งย่อมุม มีซุ้มจระนำ 4 ทิศ | | ซุ้มจระนำ | ซุ้มยอดบันแถลงซ้อน ในซุ้มมีรูปเคารพ (วัดอรุณ: พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ) บางทิศเป็นประตู | | บัวรัดเกล้า | บัวคาดบนเรือนธาตุ | | ชั้นรัดประคด | แถบคาดคั่นระหว่างชั้นซ้อน มีหน้ากระดานและบันแถลง | | ชั้นซ้อน (ยอดฝักข้าวโพด) | ชั้นย่อมุมซ้อนกันประมาณ 5–7 ชั้น ไล่เล็กลงตามทรงจอมแห | | กลีบขนุน | แผ่นยอดแหลมตั้งที่มุมของแต่ละชั้น เป็นปรางค์จำลองหรือเทพจำลอง ทำให้ยอดดูกลม | | บันแถลง | หน้าจั่วจำลองที่กลางด้านของแต่ละชั้น | | บัวกลุ่ม / บัวรองรับยอด | บัวกลมใต้ยอด | | นภศูล | ยอดโลหะเป็นแท่งหลายแฉก (ตรีศูล) อาจมีมงกุฎครอบ ที่วัดอรุณมีมงกุฎบนนภศูล **(ควรตรวจ)** | ## เหตุผลของรูปร่าง - ปรางค์คือเขาพระสุเมรุ ชั้นซ้อนคือสวรรค์แต่ละชั้น - กลีบขนุนกับบันแถลงทำให้ยอดเหลี่ยมดูกลมมน และพื้นผิวมีเงาถี่เหมือนเปลวไฟ - **ทรงจอมแห:** ด้านข้างเว้าเข้า ช่วงล่างผายกว้าง ช่วงบนเรียวยาว ## ปรางค์ประธานกับปรางค์ทิศ (วัดอรุณ) - **ปรางค์ประธาน:** อยู่กลาง สูงที่สุด ซุ้มจระนำมีพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ - **ปรางค์ทิศ 4 องค์:** อยู่ที่มุมทแยงของลานทักษิณ เล็กและเตี้ยกว่าประธานมาก ซุ้มมีพระพายทรงม้า **(ควรตรวจ)** - **มณฑปทิศ 4 หลัง:** อยู่บนแกนหลัก 4 ทิศ ระหว่างปรางค์ทิศ (ดู 11) ## สัดส่วน (แนวทาง) - ปรางค์รัตนโกสินทร์มีความสูงรวมต่อความกว้างฐานเรือนธาตุประมาณ 5–7 เท่า ยอดชั้นซ้อนยาวกว่าเรือนธาตุมาก - แต่ละชั้นซ้อนเล็กลงทีละน้อย ด้านข้างเว้าเข้า (curve > 1) ## ข้อผิดพลาดที่พบ 1. รูปทรงอ้วนเกินไป ของจริงเรียวและสูงกว่า ทั้งปรางค์ประธานและปรางค์ทิศ 2. ทำยอดเป็นวงแหวนซ้อนเหมือนกองเหรียญ ผู้ดูแลให้ทำชั้นซ้อนเป็นผนัง (กล่องสั้นซ้อนกัน) แทน 3. ยอดของปรางค์ประธานสั้นเกินไป ของจริงยอดยาวกว่านี้ 4. สัดส่วนยอดของปรางค์ทิศผิด 5. ใช้แท่งไม้กลมสำเร็จรูป (rod) ทำยอด ผู้ดูแลไม่ชอบ ห้ามใช้ rod ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **แกน:** แผ่นแกน X/Y บากล็อกกากบาท - **ฐานและเรือนธาตุ:** เป็นกล่องผนังย่อมุม - **ชั้นซ้อน:** เป็นผนังที่มีวงแหวนเป็นบัวคาด (`tiers` ที่ใช้ `fill`) - **กลีบขนุนและบันแถลง:** แผ่นตั้งติดที่มุมและกลางด้าน - **นภศูล:** เป็นยอดของแผ่นแกน X ประกบอีกแผ่นให้หนาขึ้น --- # 10 เจดีย์ (Chedi / Stupa) ## ชื่อ เจดีย์ หรือสถูป ใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ## ส่วนประกอบ: เจดีย์ทรงระฆัง (ล่างขึ้นบน) | ส่วน | ลักษณะ | |---|---| | ฐานเขียง / ฐานไพที | แท่นสี่เหลี่ยมหรือกลมเป็นขั้น | | ฐานบัว / ฐานสิงห์ / มาลัยเถา | บัวกลมซ้อนกันหลายวงรองรับองค์ระฆัง (มาลัยเถา = วงกลมไล่ขนาดซ้อนกัน 3 วง) | | บัวปากระฆัง | บัวคาดที่ขอบล่างขององค์ระฆัง | | องค์ระฆัง (อัณฑะ) | ทรงระฆังคว่ำ เป็นที่บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ | | บัลลังก์ | แท่นสี่เหลี่ยมเหนือระฆัง (คติแท่นที่ประทับ) | | ก้านฉัตร / เสาหาน | แท่งเล็กหรือเสารายรอบเหนือบัลลังก์ | | ปล้องไฉน | วงแหวนซ้อนกันเรียวขึ้น (คติฉัตรซ้อน) | | ปลี | กรวยเรียวเรียบ | | เม็ดน้ำค้าง / ลูกแก้ว | ลูกกลมที่ปลายสุด | **เจดีย์ทรงลังกาแบบอยุธยา** [ผลค้นหา S13]: ฐาน (ยกระดับ) · ฐานเขียง · ฐานปัทม์หรือฐานบัว · **บัวถลา** (ลักษณะจากลังกา) · **บัวปากระฆัง** **สุโขทัย** [S9]: "ฐานทำเป็นฐานสี่เหลี่ยมซ้อนกันสามชั้น จากนั้นทำเป็นฐานบัว" มีเจดีย์ 3 แบบ ได้แก่ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ลักษณะเฉพาะของสุโขทัย) ทรงกลม และทรงแบบขอม ทั้งเจดีย์และยอดอาคารคุมเส้นรอบนอกด้วย **เส้นจอมแห** [S17] (ดู [00](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/philosophy.md)) | ทรงระฆัง (ลังกา) รัตนโกสินทร์ | ทรงระฆัง อยุธยา | ทรงดอกบัวตูม สุโขทัย | |---|---|---| | ![พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_si_rattana_chedi.jpg) *ภาพ: Philip Nalangan · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Sri_Rattana_Chedi_Bangkok.jpg* | ![เจดีย์ 3 องค์ วัดพระศรีสรรเพชญ์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_si_sanphet_chedis.jpg) *ภาพ: This Photo was taken by Supanut Arunoprayote. Feel free to use any of my images, · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Three_Chedi(s)_of_Wat_Phra_Si_Sanphet.jpg* | ![เจดีย์ทรงดอกบัวตูม วัดเจดีย์เจ็ดแถว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lotus_bud_chedi_chet_thaeo.jpg) *ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lotusbudwchetthaeo0408.jpg* | ![ยอดปูนปั้นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม พิพิธภัณฑ์รามคำแหง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lotus_bud_finial_stucco.jpg) *ภาพ: Gary Todd from Xinzheng, China · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Stucco_Finial_of_Lotus_Bud_Chedi,_14th_Cent.,_Ramkhamhaeng_Museum,_Sukhothai_(40681700383).jpg* ## รูปแบบที่แตกต่าง (variation) - **ทรงระฆัง (ทรงลังกา):** ระฆังกลมใหญ่ ฐานกลม เรียบ - **ทรงย่อมุม (ย่อมุมไม้สิบสอง):** ทุกส่วน ตั้งแต่ฐาน ระฆัง ถึงบัลลังก์ เป็นเหลี่ยมย่อมุม พบมากในอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ - **ทรงดอกบัว / บัวยอดตูม:** ยอดเหมือนดอกบัวตูม พบในสุโขทัย - **ทรงปราสาทยอด:** เรือนธาตุมีซุ้มทิศและยอดเป็นเจดีย์ - **เจดีย์ราย:** เจดีย์เล็กล้อมรอบองค์ประธาน ## เหตุผลของรูปร่าง - ระฆังคือเนินดินฝังพระธาตุตามคติอินเดีย บัลลังก์คือแท่นที่ประทับ ปล้องไฉนคือฉัตรซ้อนที่ยกย่องพระพุทธเจ้า - ยิ่งเรียวขึ้นข้างบน ยิ่งเน้นแกนตั้งที่ชี้สู่ฟ้า ## สัดส่วน (แนวทาง) - องค์ระฆังกว้างประมาณ 0.6–0.75 เท่าของฐาน ส่วนปล้องไฉนรวมปลียาวประมาณ 1–1.5 เท่าของความสูงระฆัง - รัตนโกสินทร์เรียวกว่าสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **ส่วนกลม:** ใช้วงแหวนซ้อนแบบ `rings` โดยไล่ขนาดตามโปรไฟล์ระฆัง ถ้าเป็นวงกลมจริงใช้ polygon หลายเหลี่ยม (n สูง) - **ปล้องไฉน:** วงแหวนเล็กสลับใหญ่ - **ปลี:** เป็นยอดของแผ่นแกน --- # 11 มณฑป — กรณีศึกษา: มณฑปทิศวัดอรุณ ไฟล์นี้บันทึกรูปทรงที่ได้หลังแก้กับผู้ดูแล 14 รอบ ใช้เป็นแม่แบบของอาคารทรงมณฑปแบบไทย โมเดลอยู่ที่ `E:\blender\wat_arun_mondop\part_v14\` ## มณฑปคืออะไร อาคารสี่เหลี่ยม (จัตุรัสหรือผืนผ้า) มีหลังคาจั่วทั้ง 4 ทิศ และ **ยอดทรงมณฑปที่งอกจากกลางหลังคา** ใช้ประดิษฐานสิ่งสำคัญ เช่น รอยพระพุทธบาท พระไตรปิฎก หรือพระพุทธรูป มณฑปทิศวัดอรุณมี 4 หลังบนแกน 4 ทิศรอบปรางค์ประธาน ในแต่ละหลังมีพระพุทธรูปปางสำคัญ เช่น ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน **(ควรตรวจว่าหลังไหนเป็นปางไหน)** **ภาพจริงจาก Wikimedia Commons:** ![มณฑปทิศเหนือ วัดอรุณ ทั้งองค์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_north.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-18.jpg* | ฐานซุ้ม | เทวดาแบก | มณฑปทิศใต้ | |---|---|---| | ![ฐานซุ้มโค้ง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_base_niches.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-33.jpg* | ![แถบเทวดาแบก](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg* | ![มณฑปทิศใต้](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_south.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Southern_mondop._2016-10-10_14-50-46.jpg* | **ภาพที่ผู้ดูแลส่งมา (ภายใน):** *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ด้านข้าง: จั่ว 2 คู่]* *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: มุม]* *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ด้านยาว]* *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ทั้งองค์]* **ตามนิยามช่าง** [S18]: มณฑปคือ "เรือนยอด" ซึ่งมาตรฐานมีชุดเชิงกลอน 7 ชั้น ส่วนมณฑปที่มีมุขเรียกปราสาท ตามคำอธิบายของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ มณฑปทิศวัดอรุณมีมุขยื่นหน้าหลังและมีปีก **รูปทรงจึงใกล้ปราสาท** และหลังคาเป็นแบบทรงปราสาท (ดู [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md)) ## ผัง ``` มองจากบน (ด้านยาว = แนวขนานลานทักษิณ) ┌──────┬────────────┬──────┐ │ ปีก │ มุขกลาง │ ปีก │ ← มุขยื่นหน้า 1.2 ม. ┌────┘ │ ┌──────┐ │ └────┐ │ จั่วปลาย │ │ ยอด │ │ จั่วปลาย │ │ ปีก(ต่ำ) │ └──────┘ │ ปีก(ต่ำ) │ └────┐ │ │ ┌────┘ │ │ │ │ ← มุขยื่นหลังเช่นกัน └──────┴────────────┴──────┘ ``` - **ผัง:** สี่เหลี่ยมผืนผ้า ในผังกรมศิลปากรเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีกากบาทข้างใน ด้านยาวขนานกับลานทักษิณ - **ด้านยาว:** แบ่ง 3 ช่วงเกือบเท่ากัน (ปีก–มุข–ปีก) ช่วงละหนึ่งหน้าต่าง - **มุขกลางยื่นหน้าและหลัง** และฐานทุกชั้นยื่นตามมุข มุมของมุขย่อ 2 จังหวะ - **ด้านสกัด (ปลายปีก):** มีหน้าต่าง 1 บาน ## ไล่จากล่างขึ้นบน 1. **ฐานซุ้ม:** ซุ้มโค้งเรียง ในซุ้มมีกินรี 2. **ฐานแบก:** เทวดาหรือยักษ์คุกเข่ายกแขนแบก (ที่วัดอรุณเป็นรูปปั้นนูนเกือบลอยตัว) 3. **บัวคาด 3 ชั้น:** ทุกชั้นยื่นตามมุข 4. **ตัวเรือน:** สูงชะลูด (สูงประมาณ 2 เท่าของความลึก) มุมย่อมุม หน้าต่างลายกระเบื้องเขียวสูงประมาณ 3/4 ของผนัง มีกรอบซุ้มยอดแหลม 5. **บัวหัวผนังและชายคา** 6. **หลังคาทรงปราสาท:** - **แขนหน้า–หลัง:** หลังคาจั่วยื่นไปถึงหน้ามุข มีหน้าจั่วชั้นเดียวอยู่ไกลจากยอด - **แขนซ้าย–ขวา:** หลังคาสั้น หน้าจั่วอยู่ใกล้ยอด - **หลังคาปีก:** ต่ำกว่า อยู่นอกหน้าจั่วซ้ายขวา ยาวไปถึงปลายปีก - **มองจากด้านข้าง:** เห็นหน้าจั่ว 2 ชั้น ผืนหน้าคือปีก ผืนหลังคือแขนยอด ซึ่งกว้างกว่าและสูงกว่า ความชันเท่ากัน - **มองจากด้านหน้า:** เห็นหน้าจั่วเดียวตรงกลาง สองข้างเป็นลาดหลังคาปีก มีช่อฟ้า 4 ตัว (2 ตัวปลายปีก และ 2 ตัวของแขนข้างที่อยู่ใกล้ยอด) 7. **เรือนธาตุของยอด:** เริ่มในหลังคา สันทั้ง 4 วิ่งเข้าชน 8. **บัวรับและบันแถลง 4 ทิศ** 9. **ชั้นเชิงกลอน:** สูงพอๆ กับหน้าจั่ว 10. **ปลียาว** ## ลำดับการแก้ (บทเรียน) | รอบ | ทำผิด | ที่ถูก | |---|---|---| | v1–v2 | ผังจัตุรัส | ผังผืนผ้า มีปีกซ้ายขวา | | v3 | ช่อฟ้าม้วนข้างในระนาบหน้าจั่ว | ช่อฟ้าโผล่จากสัน ชี้ขึ้น โค้งออก | | v4–v5 | มีเสาสี่เหลี่ยมโผล่ระหว่างหลังคา | หลังคาสามเหลี่ยมมาชนกันตรงกลาง | | v6 | หน้ามุขแบน | มุขยื่นจริง | | v7 | ฐานเป็นสี่เหลี่ยมเรียบ | ฐานยื่นตามมุข มุมย่อมุม | | v8 | หน้าจั่ว 2 ชั้นอยู่ด้านหน้า | หน้าจั่ว 2 ชั้นอยู่ด้านข้าง ด้านหน้าชั้นเดียว | | v9–v10 | หน้าจั่วยอด 4 ทิศเป็นจัตุรัส | หน้าจั่วหน้าหลังอยู่ไกล ซ้ายขวาอยู่ใกล้ | | v11 | เชื่อโมเดลสแกนที่ไม่มีหลังคาหลังหน้าจั่ว | มีหลังคาจริง (ช่องว่างในสแกนคือข้อผิดพลาดของเครื่อง) | | v12 | ยอดวางลอยบนสัน | เรือนธาตุเริ่มในหลังคา สันวิ่งเข้าชน | | v14 | หลังคาผืนหลังแคบกว่าผืนหน้า | ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า ขนานกัน | | v15 | หน้า/หลังมีจั่วชั้นเดียว ข้างมีแขนละชั้นเดียว | **ทุกแขนซ้อน 2 ชั้น:** ด้านข้างเห็นช่อฟ้า 4 ตัว (คู่ล่าง = ปลายปีก, คู่บน = แขนยอด) ด้านหน้าเห็น 2 ตัว | ## แหล่งอ้างอิงที่ใช้ - รูป Wikimedia Commons: มณฑปทิศตะวันตก ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศเหนือ - โมเดล Sketchfab "Wat Arun temple 3D model" (photogrammetry ซึ่งมีจุดผิดเพี้ยนบนหลังคา) และ CGTrader - ผังพื้นและรูปด้าน: กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน กองโบราณคดี กรมศิลปากร - พระมณฑปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม: ใช้เทียบแบบแผนหลังคาทรงปราสาท ## ผลลัพธ์: โมเดลไม้ตัด v15 (1:80, basswood 1.5 มม., 293 ชิ้น) | มุมจากพื้น | หลังคาระยะใกล้ | |---|---| | ![v15 มุม](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_photo_corner.jpg) | ![v15 หลังคา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_roof_close.jpg) | | ด้านข้าง: ช่อฟ้า 4 ตัว (คู่ล่าง + คู่บน) | ด้านหน้า: จั่ว 2 ชั้น | | ![v15 ข้าง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_side.jpg) | ![v15 หน้า](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_front.jpg) | --- # 12 บันได ระเบียง กำแพงแก้ว และองค์ประกอบรอบอาคาร *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: บันไดข้างมณฑป]* ![บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/naga_staircase_lampang_luang.jpg) *ภาพ: Ahoerstemeier · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_Tat_Lampang_Luang_Naga_Staircase.jpg* ![บันไดชันขึ้นปรางค์ประธานวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_central_prang_stairs.jpg) *ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun_-_central_prang_(1).jpg* ## บันได - **บันไดหน้าอาคารหรือฐานทักษิณ** หันหน้าออกจากอาคาร คนเดินจากข้างนอกขึ้นมาหาอาคาร ขั้นบันไดตั้งฉากกับผนัง - **พนักบันได / ราวบันได:** ผนังเตี้ยสองข้างของบันได ปลายล่างมักเป็นนาค (ราวนาค) สิงห์ หรือยักษ์ทวารบาล - **บันไดของฐานทักษิณวัดอรุณ:** บันไดชั้นล่างอยู่ซ้ายขวาข้างฐานมณฑป และวิ่งขึ้นเข้าหาปรางค์ประธาน มีระเบียงหรือสะพานเชื่อมจากลานชั้น 1 ไปถึงหลังมณฑป บันไดชั้น 2 เริ่มจากบนสะพานนั้น (ตามผังกรมศิลปากร) - **บันไดวัดอรุณชันมาก** ลูกตั้งสูง ลูกนอนแคบ เพื่อให้ผู้ขึ้นก้มตัว ตามคติการขึ้นเขาพระสุเมรุ **(ควรตรวจคำอธิบายเชิงคติ)** ## ระเบียงและกำแพงแก้ว - **กำแพงแก้ว:** กำแพงเตี้ยล้อมเขตอาคารสำคัญ หัวกำแพงมีบัวหรือลายกระจัง - **พนักระเบียง / ลูกกรง:** แถวลูกกรงหรือพนักประดับกระเบื้องที่ขอบฐานทักษิณ ที่วัดอรุณเป็นพนักต่อเนื่องตามแนวย่อมุม และเปิดช่องตรงบันได - **เสาเม็ด / เสานางเรียง:** เสาหัวเม็ดที่มุมกำแพงหรือหัวพนัก - **ระเบียงคด:** ทางเดินมีหลังคาล้อมรอบอุโบสถหรือเจดีย์ ## องค์ประกอบอื่น - **ใบเสมา / ซุ้มเสมา:** หลักแสดงเขตอุโบสถ มี 8 ทิศ - **ซุ้มประตู:** ประตูกำแพงที่มียอดแบบมณฑป ปราสาท หรือมงกุฎ - **ตุ๊กตาจีน / ยักษ์ทวารบาล:** ยืนเฝ้าข้างบันได ที่วัดอรุณเป็นตุ๊กตาศิลาจีน ## ข้อผิดพลาดที่พบ 1. ทำขั้นบันไดหันข้าง ผิด ต้องหันหน้าออก 2. ทำบันไดชั้นล่างกว้างเกินไป ส่วนช่องที่มณฑปแคบเกินไป สัดส่วนผิด 3. ใช้บันไดตรงกลางชนมณฑป ผิด ที่ถูกคือบันไดอยู่ซ้ายขวาข้างฐานมณฑป ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **บันได:** แผ่นซ้อนขนานผนัง แต่ละแผ่นสั้นลงทีละขั้น (ลูกตั้งอย่างน้อย 3.6 มม.) มีพนักสองข้าง ใช้ `stairs_out`, `stair_steps`, `layers_per_step` - **พนักระเบียง:** แถบตามขอบย่อมุม ขัดกันที่มุม และตัดเว้นช่องตรงบันได ใช้ `outline_strips` --- # 24 อาคารในวัด — ผังวัด · อุโบสถ · วิหาร · หอไตร · หอระฆัง · ศาลา · กุฏิ · วิหารล้านนา ## 1. ผังวัด [S11] - **พุทธาวาส:** เขตพระพุทธเจ้า มีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ปรางค์ มณฑป หอไตร หอระฆัง - **สังฆาวาส:** เขตสงฆ์ มีกุฏิ ศาลา ครัว - กำแพงล้อมแยกจากโลกภายนอก และมี **กำแพงแก้ว** ล้อมรอบเขตอาคารศักดิ์สิทธิ์ชั้นใน | อุโบสถ (วัดพระแก้ว) | หอไตร (วัดระฆัง) | หอระฆัง (วัดราชบูรณะ) | |---|---|---| | ![อุโบสถ (วัดพระแก้ว)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_roofs.jpg) *ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_(55).jpg* | ![หอไตร (วัดระฆัง)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg) *ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg* | ![หอระฆัง (วัดราชบูรณะ)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bell_tower_ratchaburana.jpg) *ภาพ: media lib · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Ratchaburana_Glocke.jpg* | | ใบเสมา สุโขทัย | ใบเสมาทรงมงกุฎ | ซุ้มเสมา วัดพระแก้ว | ศาลา วัดราชบพิธ | |---|---|---|---| | ![ใบเสมา สุโขทัย](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_sukhothai.jpg) *ภาพ: User Hdamm on de.wikipedia · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_1.jpg* | ![ใบเสมาทรงมงกุฎ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_crowned.jpg) *ภาพ: User Hdamm on de.wikipedia · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_2.jpg* | ![ซุ้มเสมา วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_wat_phra_kaew.jpg) *ภาพ: User Hdamm on de.wikipedia · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_4.jpg* | ![ศาลา วัดราชบพิธ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/sala_wat_ratchabophit.jpg) *ภาพ: Author: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Salawatrajbopit04.jpg* | ## 2. อาคารแต่ละประเภท | อาคาร | หน้าที่ | ลักษณะเด่น | ที่มา | |---|---|---|---| | **อุโบสถ (โบสถ์)** | สงฆ์ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย (มาจากบาลี อุป + วสฺ + อถ) | มี **ใบเสมา 8 ทิศ** กำหนดเขตสีมา (ใต้ดินฝังลูกนิมิต ◇) มีพระประธานสำคัญ หลังคาซ้อนและลด มีหน้าบันด้านสกัด | S36, S11 | | **วิหาร** | ประดิษฐานพระพุทธรูป ให้ฆราวาสชุมนุมฟังธรรม | ผังผืนผ้า ใหญ่ คล้ายอุโบสถแต่ **ไม่มีใบเสมา** | S11, S9 | | **เจดีย์ / ปรางค์** | บรรจุพระธาตุ แทนเขาพระสุเมรุ | ดู [09](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/prang.md), [10](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/chedi.md) | | | **มณฑป** | ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระไตรปิฎก พระพุทธรูป | ผังจัตุรัสหรือกากบาท มียอดแหลม ดู [08](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/spires.md), [11](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/case-wat-arun-mondop.md) | S11, S18 | | **หอไตร** | เก็บพระไตรปิฎก | **มักสร้างกลางสระน้ำ** กันปลวกและแมลงสาบขึ้นไปกัดคัมภีร์ ถอดสะพานออกได้ มีทั้งแบบไม้ แบบก่ออิฐ และแบบผสม (ล่างก่อ บนไม้) หอไตรล้านนาประดับเทวดาถือดอกบัว | S37 | | **หอระฆัง / หอกลอง** | ตีบอกเวลาและเรียกประชุมสงฆ์ | หอสูงมียอด | S11 | | **ศาลาการเปรียญ** | ฟังเทศน์ เรียนธรรม | อาคารโถงใหญ่ | S11 | | **ศาลา** | พักร้อนหลบฝน | โถง มีเสารับหลังคา | S11, S35 | | **กุฏิ** | ที่อยู่สงฆ์ | ขนาดตามวินัย 12 × 7 คืบ (ราว 4 × 2.3 ม.) เพื่อไม่ให้สะสมสิ่งของ | S35 | | **ระเบียงคด** | ทางเดินมีหลังคาล้อมอาคาร | มีพระพุทธรูปเรียงรายตลอดแนว | | ## 3. ศาลหลักเมือง [S35] ศาลที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง เทพผู้พิทักษ์เมือง เสาทำจากไม้ชัยพฤกษ์ ตั้งก่อนสร้างเมือง ## 4. วิหารล้านนา (ภาคเหนือ) ◇ (ควรตรวจกับงานวิจัยล้านนา) | วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง | กู่ในวิหาร | ช่อฟ้าวิหารล้านนา | |---|---|---| | ![วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lanna_wihan_lampang_luang.jpg) *ภาพ: Bienvenue en Thaïlande · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Lampang_Luang_3.jpg* | ![กู่ในวิหาร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lanna_ku.jpg) *ภาพ: Bienvenue en Thaïlande · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Lampang_Luang_4.jpg* | ![ช่อฟ้าวิหารล้านนา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_wat_chet_yot.jpg) *ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatchyod04.jpg* | - **หลังคาซ้อนและลดหลายชั้น** ชายคาคลุมต่ำ ลาดหลังคาด้านหน้าลดชั้นยืดเข้าหาทางเข้า [S11] - **โหง่ (ช่อฟ้า):** อยู่กลางสัน (ภาคกลางอยู่ที่ปลายสัน) [S6] - **หน้าแหนบ (หน้าบัน):** มีโก่งคิ้วและปากแล - **สัตตภัณฑ์:** เชิงเทียน 7 ยอดหน้าพระประธาน สร้างตามคติจักรวาล [ผลค้นหางานวิจัย] - **โขงพระเจ้า:** ซุ้มประดิษฐานพระประธาน - **บันไดนาคหรือมกรคายนาค** หน้าวิหาร ## 5. ทิศและการวาง ◇ - อุโบสถส่วนมากหันหน้าไปทิศตะวันออก หรือหันหาแม่น้ำ - พระประธานหันหน้าออกทางประตูหน้า ส่วนผนังด้านหลังพระประธานคือผนังสกัดหลัง (ดูแบบแผนจิตรกรรมใน [20](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/painting.md)) --- # 23 เรือนไทย 4 ภาค — รูปทรง หลังคา ส่วนประกอบ เหตุผล ![เรือนไทยภาคกลาง: หอไตรวัดระฆัง (เดิมเป็นพระตำหนักของ ร.1) เรือนสามหลังแฝด จั่วสูง ปั้นลมเส้นจอมแห](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg) *ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg* ## หลักร่วม [S34, S9] - **โครงเรือน:** ยกใต้ถุน หลังคาสูงชันระบายน้ำเร็ว ชายคายื่นยาว - **ตัวกำหนดรูปแบบ:** "สภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ อาชีพ" - **ข้อห้ามและความเชื่อ:** ไม่เหยียบธรณีประตู · ไม่วางเตียงขนานกับความยาวห้อง · ไม่นอนหันหัวไปทิศตะวันตก [S35] - **ฐานานุศักดิ์ของเรือน:** เรือนเครื่องผูก → เรือนเครื่องสับ → เรือนชั้นสูง (ดู [06](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md)) ## ภาคกลาง [S34, S17] - **ประเภท:** - **เรือนเดี่ยว** - **เรือนหมู่:** หอกลาง หอรี และหอนก - **เรือนหมู่คหบดี** - **เรือนแพ:** ลอยขึ้นลงตามระดับน้ำ - **ใต้ถุน:** ยกสูง "ประมาณพ้นศีรษะ" - **สัดส่วนพื้นที่:** นอกชานและระเบียงราว 60% ห้องนอนราว 40% (เหมาะกับอากาศร้อนชื้น) พื้นลดระดับเป็นขั้นประมาณ 40 ซม. จากห้องนอน ไประเบียง แล้วไปชาน - **หลังคา:** จั่วสูงชัน ปั้นลมเส้นจอมแห ปลายล่างเป็นตัวเหงา ยอดเป็นหางปลา - **เสาสอบ:** เสาเอนเข้าหากัน - **ฝาเรือน:** ฝาปะกน (กรอบลูกฟัก) · ฝาสายบัว · ฝาสำหรวด - **สัดส่วนเรือน:** ส่วนล่างและส่วนบนต้องพอดีกัน ถ้าตัวเรือนเตี้ยแต่เสาสูงมาก เรียก "อาคารหอบพื้น" ถือว่าไม่เป็นมงคล [S17] ## ภาคเหนือ (ล้านนา) [S34] - **ประเภท:** - **เรือนชนบท:** ไม้ไผ่ผูกหวาย อยู่ได้ 2–4 ปี - **เรือนไม้:** ไม้สัก ต่อด้วยเดือย ไม่ใช้ตะปู - **เรือนกาแล:** ชั้นสูงสุด - **กาแล:** ไม้แกะไขว้กันเป็นรูปกากบาท (V) ที่ยอดจั่ว - **ส่วนประกอบ:** - **ข่วง:** ลานดินกวาดหน้าเรือน - **เติ๋น:** พื้นที่กึ่งเปิด ใช้นั่งเล่นและรับแขก - **ห้องนอน:** หันทิศตามความเชื่อ - **ครัวแยก:** มีที่ตั้งเตาไฟและหิ้งรมควัน - **ร้านน้ำ:** ชั้นวางหม้อน้ำ มีความหมายทางพิธี - **หำยนต์:** แผ่นไม้แกะเหนือประตูห้องนอน กันสิ่งไม่ดี - **หลังคา:** จั่วคู่แฝด ชายคาคลุมต่ำ เหมาะกับอากาศเย็นกว่าภาคอื่น ## ภาคอีสาน [S34] - **ประเภท:** - **เถียงนา:** ชั่วคราว อยู่ได้ 1–2 ปี - **เรือนเหย้า:** กึ่งถาวร มีตูบต่อเล้าและดั้งต่อดิน - **เรือนถาวร:** เฮือนเกย · เฮือนแฝด · เฮือนโข่ง - **ลักษณะ:** เรือนปิดทึบ หน้าต่างน้อย (หน้าหนาว) ภายในเปิดโล่ง ประตูหน้าทางเดียว - **หลังคา:** มุงกระเบื้องดินเผาหรือแป้นเกล็ดไม้ - **ส่วนประกอบ:** - **เกย:** ระเบียงเปิดสำหรับรับแขก - **ห้องนอนแบ่ง 3 ส่วน:** ส่วนลูกชาย ส่วนพ่อแม่ ส่วนลูกสาว - **เสามงคล:** ประดับหน่อกล้วยและอ้อย ## ภาคใต้ [S34] - **ประเภท:** เรือนเครื่องผูก · เรือนเครื่องสับ · เรือนก่ออิฐฉาบปูน - **หลังคา:** - **จั่ว:** ไม่ประดับหน้าจั่ว ใช้ในชุมชนเกษตรและประมง - **ปั้นหยา:** โครงแข็งแรง ต้านฝนและลมได้ดี พบมากที่สงขลา - **มนิลา / บลานอ:** จั่วเตี้ยผสมลาด พบที่ปัตตานีในชุมชนไทยมุสลิม - **ฐานเสา:** ตีนเสาตั้งบนฐานหินหรือปูนสูงจากพื้น 1–2 ฟุต กันปลวกและความชื้น เรือนจึงย้ายได้ - **เหตุผลของรูปแบบ:** ลมพายุและฝนชุก ## ใช้ในงานโมเดล ถ้าทำเรือนไทยภาคกลาง ใช้ปั้นลมจอมแห ตัวเหงา และหางปลา **ห้ามใส่ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์** เพราะเป็นของวัดและวัง (ฐานานุศักดิ์) --- # 13 ลายไทย — ระบบ แม่ลาย หลักการผูกลาย และเทคนิคการประดับ ## 1. นิยาม - **ลวดลายไทย** แยกเป็น 3 คำ [S16] - **ลวด:** "องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ประดิษฐ์เป็นเส้นสันนูนครึ่งวงกลมบนพื้นผิววัตถุเรียบ" - **ลาย:** "เส้นที่ผูกขึ้นเป็นรูปในด้านวิจิตรศิลป์" - **ไทย:** รูปแบบที่สื่อรสนิยมและเอกลักษณ์ไทย - **กระหนก หรือกนก:** พจนานุกรมให้ความหมายว่า "ลวดลาย" สะกด "กนก" ได้ และ "กนก" ยังแปลว่าทอง [S1] คนทั่วไปเรียกลายไทยทั้งหมดว่าลายกนก แต่ที่จริง **กระหนกเป็นลายตระกูลหนึ่ง** - **การผูกลาย:** "การออกแบบหรือการจัดวางองค์ประกอบของเส้นด้วยฝีมือและความคิด เพื่อให้เกิดรูปแบบตามที่ต้องการ" [S16] - **ที่มา:** ต้นแบบจากลายอินเดียสมัยคุปตะ (ราว พ.ศ. 800–1200) แล้วช่างไทยคลี่คลายต่อ [S1, S15, S16] ## 2. ลายไทยแบ่งตามยุค 4 กลุ่ม [S15] | กลุ่ม | ลักษณะ | ยุค | |---|---|---| | 1 | เลียนธรรมชาติโดยตรง เช่น เถาวัลย์ ผักกูด ดอกไม้ | ทวารวดี · ลพบุรี | | 2 | เลียนธรรมชาติแล้วประยุกต์ให้เป็นตัวเอง | สุโขทัย · เชียงแสน · อู่ทอง | | 3 | คลี่คลายจากธรรมชาติจนพลิ้วและลงตัว เอกลักษณ์ชัด | อยุธยา · รัตนโกสินทร์ตอนต้น | | 4 | คลี่คลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะบุคคล | รัตนโกสินทร์ตอนปลาย · ปัจจุบัน | งานวัดอรุณ (รัชกาลที่ 3) อยู่ในกลุ่ม 3 คาบกลุ่ม 4 และมีลายดอกไม้จีนจากกระเบื้องถ้วยชามมาก ## 3. ที่มาของรูป (แรงบันดาลใจ) [S15] - **ธรรมชาติ:** เถาวัลย์ ดอกบัว (บัวหลวง บัวสัตตบงกช บัวสัตตบุษย์) กาบไผ่ กาบกล้วย และเปลวไฟที่พลิ้วไหว - **ศรัทธา:** ดอกบัว พวงมาลัย ควันธูป เปลวเทียน - ศิลปะไทย **ดัดแปลงธรรมชาติไปตามคติและปรัชญา** ไม่เลียนแบบตามจริงแบบตะวันตก ## 4. แม่ลายพื้นฐาน | ลายรดน้ำบานประตู: กระหนกเปลวรอบสัตว์หิมพานต์ | ลายรดน้ำผนัง: ลายกนกเต็มพื้นและภาพเล่าเรื่อง | |---|---| | ![ลายรดน้ำ วัดนางนอง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_nang_nong.jpg) *ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Nang_Nong_temple_004.JPG* | ![ลายรดน้ำ วังสวนผักกาด](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_wall_suan_pakkad.jpg) *ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bkkwangsuanpakkardrb03.jpg* | ### 4.1 กระหนก — "พื้นฐานจากสามเหลี่ยมชายธง" [S1, S15] - อาจมีตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ มักวางฐานมุมแหลมหันไปทางเดียวกัน ขนาดและสัดส่วนต่างกันไป [S15] - **ต้นแบบ** คือ "หางไหล" ซึ่งมาจากลักษณะของเปลวไฟ [S1] - **กระหนกสามตัว = แม่ลายของกระหนกทั้งหลาย** [S1] เป็นแม่ลายอันดับหนึ่งใน "แม่ลายทั้งสี่" อาจารย์บางท่านเรียกกระหนกกินนรีหรือกระหนกหางหงส์ เพราะหางของกินนร กินรี และหงส์ทำเป็นลายนี้ [S14] *ภาพตัวอย่างกระหนกสามตัวที่เป็นภาพต้นฉบับจริงยังไม่ได้รวบรวม (ควรหาภาพจากตำราลายไทยที่ใช้สัญญาอนุญาตเสรี) ดูกระหนกเปลวในกรอบประตูลายรดน้ำด้านล่าง* ![ลายรดน้ำบานประตู วัดพระธาตุดอยสุเทพ: กรอบกระหนกเปลวล้อมเทวดา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_deity_1.jpg) *ภาพ: Dinkum · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Doi_Suthep_D_30.jpg* **โครงสร้างกระหนกสามตัว** [S14, S16] - **ทรง:** สามเหลี่ยมมุมฉากด้านไม่เท่า **สูงกว่ากว้าง** หรือทรงดอกบัวครึ่งซีก 1. **ตัวเหงา** — อยู่ล่างและหน้า "ขมวดก้นหอยคว่ำหน้าลง ปลายยอดตั้งขึ้น แสดงความรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ" รองรับกาบและตัวยอด 2. **กาบ (ตัวประกบหลัง)** — ประกบหลังตัวเหงา และส่งให้เกิดตัวยอด 3. **ตัวยอด** — เปลวบนสุด "ปลายยอดสะบัดอ่อนไหวคล้ายเปลวไฟ" ที่โคนเถาลายมีกาบหุ้ม - **การบากตัวลายให้ละเอียดขึ้น** ทำให้เกิดกระหนกเปลว ใบเทศ หางโต ฯลฯ **ซึ่งยังแบ่งตามโครงสามส่วนนี้ทั้งสิ้น** [S14] - **ตระกูลกระหนก** [S1]: กระหนกเปลว · ใบเทศ · ผักกูด · นารี · หางหงส์ · ลายนาค · กระหนกกอ · กระหนกช่อลายต่างๆ ### 4.2 กระจัง — ทรงคล้ายสามเหลี่ยมหน้าจั่ว [S2, S15] | แบบ | โครงสร้าง | |---|---| | กระจังฟันปลา | ฐานที่สุด: สามเหลี่ยมในสี่เหลี่ยม | | กระจังตาอ้อย | พัฒนาจากฟันปลา ทรงในสี่เหลี่ยมด้านเท่า เส้นอ่อนเรียวทั้งซ้ายขวา **ปลายยอดแหลมมีบาก (หยัก) ทั้งสองข้าง** ถ้าอยู่เดี่ยวเรียก "ตาอ้อย" ถ้าเรียงต่อกันซ้ายขวาใช้ทำลายบัวหงายและบัวคว่ำ [S14] | | กระจังใบเทศ | ทรงอ่อนช้อยเหมือนตาอ้อย แต่แบ่งชั้นในได้หลายชั้นตามความละเอียด ส่วนในเรียก **"แข้งสิงห์"** | | กระจังหู / กระจังปฏิญาณ | อยู่ในสัดส่วน **กว้าง 1 : สูง 3** บนเป็นใบเทศ ข้างและกลางเป็นกระหนก | | กระจังรวน | สัดส่วนเหมือนกระจังหู แต่กลับด้านยอด เอียงซ้ายหรือขวาได้ (ใช้ที่หลบหลังคา [S18]) | **ใช้ที่:** ขอบบนของบัว หัวกำแพง และขอบแถบลาย เรียงเป็นแถวให้จังหวะ ### 4.3 ประจำยาม — สี่เหลี่ยมจัตุรัสตะแคง [S3, S15] - ดัดแปลงจาก **"ดอกสี่ทิศ"** [S15] เป็นสี่เหลี่ยมตะแคงประกอบวงกลมกับกระจังใบเทศ ถ้าย่อจะใช้กระจังตาอ้อยเล็กๆ [S3] - เป็นลายฐานของลายรักร้อยและลายราชวัตร [S3] - **ใช้ที่:** กลางหน้ากระดานของฐาน คั่นจังหวะลายแถว ### 4.4 พุ่มข้าวบิณฑ์ — "ลายช่อ" ทรงพุ่ม [S3, S14, S15] - **ที่มา:** "ข้าวปั้นตีแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวตูมที่ใช้บวงสรวงบูชา" จึงใช้ในงานทางศาสนา [S15] - **สัดส่วนกว้าง 2 ส่วน สูง 3 ส่วน:** สองส่วนบนเขียนอย่างกระจังใบเทศแต่ให้สั้น เอายอดลงต่อกับตอนบน "เท่ากับเขียนกระจังใบเทศสองตัวกัน" มีแข้งสิงห์ล้อมรอบ และใส่ "ตัวห้าม" ตรงรอยต่อ [S14] - **ใช้เป็นลายดอกลอย** เช่น ผนังด้านในพระมณฑปวัดพระแก้วเป็นลายรดน้ำทรงข้าวบิณฑ์บนพื้นชาด [S10] และเป็นชิ้นบนสุดของยอดบุษบก-มณฑป [S18] - **ลายหน้าขบ:** ทรงเหมือนพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ทำเป็นหน้าสัตว์หิมพานต์ [S3] ### 4.5 ลายกาบ · นกคาบ · นาคขบ [S15] - **ลายกาบ:** ต้นกำเนิดของ "ช่อลาย" โครงมาจากกาบหุ้มโคนหรือข้อของพืช เช่น กาบไผ่ กาบกล้วย - **นกคาบ / นาคขบ:** หน้านกหรือหน้านาคที่คาบลายอื่น หรือมีช่อลายออกจากปาก **วางที่ข้อต่อของก้าน** (เช่น กระหนกก้านขดนกคาบ ที่ขอบประตูพระมณฑป [S10]) ### 4.6 เครือเถา / ก้านขด [S4] - เส้น "คดโค้งหลายแนว แตะหรือสอดสลับกัน คล้ายการเกี่ยวพันของเถาวัลย์" มีใบงอกจากกาบ - **3 แบบ:** เครือเถาหางโต · เครือเถาใบเทศ · เครือเถาเปลว - **ใช้ที่:** หน้าบัน กรอบประตูหน้าต่าง ตู้ งานปัก และผ้าไหม ### 4.7 พรรณพฤกษา [S16] - ลีลาใกล้พรรณไม้จริง ที่พบมากคือ **ลายพุดตานและลายบัว** - โครงประกอบด้วย ดอก ใบ ก้าน ต้องจัดให้เข้ากับโครงพื้นที่ - **ตัวอย่าง:** หน้าบันลายพรรณพฤกษาปิดทอง (รูปอ้างอิง 42) ## 5. หลักการออกแบบลาย 5 ข้อ [S16] 1. **พื้นที่:** รู้กรอบก่อนเสมอ - **ขอบเขตเหลี่ยม:** สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า **สามเหลี่ยมหน้าจั่ว** - **ขอบเขตวง:** วงกลม วงรี ครึ่งวง - **พื้นที่อิสระ:** ผิวภาชนะ หรือที่ว่างระหว่างตัวภาพ 2. **ความซ้ำ:** เรียงลายเดิมซ้ำให้เป็นระเบียบและเป็นเอกภาพ แต่ถ้าซ้ำล้วนจะจำเจ 3. **สัดส่วน:** ขนาดลายต้องสัมพันธ์กับตัวภาพและพื้นที่ ลายที่อยู่ใกล้กันต้องมีขนาดและรายละเอียดใกล้กัน 4. **ความสมดุล:** - **สมมาตร:** ใช้มากที่สุด เช่น หน้าบัน - **อสมมาตร:** ซ้ายขวาไม่เหมือนกันแต่น้ำหนักรวมเท่ากัน 5. **ช่องไฟ (ช่องไฟพื้น)** — "การเขียนลายไทยเป็นการเล่นกับช่องไฟ" - ช่องว่างระหว่างตัวลายต้องสม่ำเสมอ "การมองเห็นลวดลาย สิ่งแรกที่จะเห็นได้ก่อน คือ ช่องไฟพื้น และถัดมาจึงมองเห็นเถาลาย" - ถ้าช่องไฟดี แม้ตัวลายไม่ดีนักก็ยังดูงาม **หลักจากการผูกลาย** [S5]: มีจุดเริ่มลาย เช่น โคนใบ ตัวนก หรือทรงกลม · เส้นโค้งไม่หักกระด้าง · น้ำหนักเส้นต่างกันเมื่อลายซ้อน · จัดพื้นที่ว่างอย่างมีชั้นเชิง ## 6. เทคนิคการออกแบบ 5 ขั้น [S16] 1. **กำหนดพื้นที่:** ขนาดของพื้นที่ต้องพอดีกับภาพรวม 2. **กำหนดโครงสร้างลาย** เลือกชนิดของลาย: - **ลายเดี่ยว / แม่ลาย** เช่น กระจังตาอ้อย กระจังฟันปลา แข้งสิงห์ - **ลายกนก:** ปลายสะบัดพลิ้ว - **ลายพรรณพฤกษา** จากนั้นร่างโครงเส้นทั้งหมดก่อน แล้วตรวจสมดุล สัดส่วน และช่องไฟ 3. **จัดวางลายแต่ละตัว:** - กนก = ตัวเหงา + ตัวประกบ + ตัวยอด - พรรณพฤกษา = ดอก + ใบ + ก้าน - ที่ที่ช่องไฟห่างเกินไป ให้เติมลายอื่น 4. **ใส่รายละเอียด** (จุด เส้นใน) ให้สัมพันธ์กับโครงรอบนอก - **ไส้ลาย:** "กระจกรูปคล้ายหยดน้ำที่ใช้ประดับส่วนที่เป็นไส้ของลาย" เช่น ในกระจังตาอ้อยและกระหนกใบเทศ งานประดับกระจกต้องเว้นพื้นที่ไส้ลายไว้ 5. **กลับด้านลาย:** ออกลายจากแกนกลางไปข้างหนึ่งจนเต็ม คัดลอกลงกระดาษไข แล้วพลิกไปวางอีกข้าง ได้ลายสมมาตร ใช้กับหน้าบัน บานประตู และตู้ ข้อเสียคือถ้าใช้ทุกที่จะจำเจ ## 7. เทคนิคการประดับ (ตามแขนงงาน) [S16] | แขนง | เทคนิค | ข้อจำกัด | |---|---|---| | จิตรกรรม | เขียนสีตัดเส้น · **ลายรดน้ำ** (เขียนด้วยน้ำยาหรดาล ลงรักปิดทอง รดน้ำ) · **ลายกำมะลอ** · พระบฏ (บนผ้า) | สะบัดพลิ้วได้เต็มที่ | | ประติมากรรม | ปั้นปูน · จำหลักไม้ · สลักหิน · หล่อ | **ลดความพลิ้วลง** เพื่อความแข็งแรง ส่วนที่ยื่นพ้นมากมักแตกหัก | | สถาปัตยกรรม | ภายในใช้แบบจิตรกรรม (กันแดดฝน) ภายนอกใช้แบบประติมากรรม (ปูนปั้น ไม้จำหลัก) | ลายวิจิตรสงวนไว้ให้ศาสนาและวัง | | ประณีตศิลป์ | ประดับมุก · ทองแผ่ลวด · เครื่องศิราภรณ์ · หัวโขน · เบญจรงค์ | ผสม 2 เทคนิคขึ้นไป | - **วัดอรุณ:** ประดับกระเบื้องถ้วยชามจีน และเปลือกหอย *Mauritia mauritiana* ที่เรือจีนใช้ถ่วงน้ำหนัก [S12] ## 8. ใช้กับงานไม้ตัด - **หลักของประติมากรรมใช้กับงานไม้ตัดตรงๆ:** ลดความพลิ้ว ส่วนที่ยื่นต้องหนาพอ (เนื้อไม้อย่างน้อย 3.4 มม.) - **ลายเล็ก** (กระจัง ประจำยาม ไส้ลาย ใบระกา): ใช้ปากกาวาด - **ลายใหญ่** (ซุ้ม กรอบ เปลวกนกใหญ่): ฉลุแล้วซ้อน 2 ชั้น - **หน้าบัน:** ใช้เทคนิคกลับด้าน วาดครึ่งเดียวแล้วสะท้อน - **ช่องไฟสำคัญกว่าความละเอียด:** ลายปากกาที่ถี่เกินจะเป็นปื้นดำ ให้คุมระยะห่างเส้นให้สม่ำเสมอ --- # 19 ลายไทย — ระบบ 4 ตระกูล · แม่ลาย · รายการลายตามชื่อ · รูปแบบการเรียงลาย ไฟล์นี้ต่อจาก [13](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-principles.md) ซึ่งอธิบายหลักการและเทคนิค ส่วนไฟล์นี้เป็น **พจนานุกรมลาย** สำหรับค้นชื่อ ![ลายรดน้ำผนังวังสวนผักกาด: ลายไทยหลายตระกูลในพื้นที่เดียว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_wall_suan_pakkad.jpg) *ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bkkwangsuanpakkardrb03.jpg* ## 1. สี่ตระกูลของการเขียนลายไทย (กนก · นารี · กระบี่ · คชะ) [S23, S24] การเรียนเขียนลายไทยและภาพไทยแบ่งเป็น 4 หมวด เริ่มจากกนกก่อนเสมอ เพราะเป็นพื้นฐานของทุกหมวด | ตระกูล | เนื้อหา | ตัวอย่าง | |---|---|---| | **กนก** | ลวดลายประดับ เช่น เปลว ใบ ก้าน ดอก | กระหนกสามตัว ใบเทศ ก้านขด ประจำยาม กระจัง | | **นารี** | ภาพมนุษย์ เทวดา นางฟ้า ในท่าต่างๆ | เทพพนม นางรำ กษัตริย์ | | **กระบี่** | อมนุษย์ เช่น ยักษ์ ลิง ตัวละครรามเกียรติ์ | ทศกัณฐ์ หนุมาน ยักษ์ทวารบาล | | **คชะ** | สัตว์ เช่น ช้าง ม้า และสัตว์หิมพานต์ | ช้างเอราวัณ ราชสีห์ คชสีห์ หงส์ | | กนก | นารี | กระบี่ | คชะ | |---|---|---|---| | ![กนก: กระหนกเปลว ลายรดน้ำ วัดนางนอง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_nang_nong.jpg) *ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Nang_Nong_temple_004.JPG* | ![นารี: ตัวภาพชั้นสูง วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_court.jpg) *ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_013.JPG* | ![กระบี่: ยักษ์ วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_demon.jpg) *ภาพ: Mattana (มัทนา) · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_017.JPG* | ![คชะ: ช้าง วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_elephant_battle.jpg) *ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:041_Taken_by_Force_(9169880467).jpg* | ## 2. แม่ลาย 9 แบบ (ตัวอย่างจากงานเครื่องถมเมืองนคร) [S25] ช่างเริ่มจาก "ลายทั้ง 9 ลายเป็นลายหลัก จากนั้นจะต่อเติมลาย หรือที่เรียกว่าผูกลาย" 1. **กนกเปลว:** เลียนแบบธรรมชาติจากเปลวไฟ 2. **ใบเทศ:** เป็นช่อ มีก้าน กาบ ดอก ใบ ต่อกับลายอื่นได้ 3. **ประจำยาม:** สี่เหลี่ยมด้านเท่า ข้างในเป็นดอกสี่กลีบ มีเกสรตรงกลาง 4. **พุ่มข้าวบิณฑ์:** ทรงพุ่มคล้ายหยดน้ำ 5. **กระจัง:** รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ใช้ตามขอบริมฐานของชิ้นงาน 6. **ก้านขด:** นำลายต่างๆ มาเขียนต่อเนื่องกันเป็นเถา 7. **บัวคว่ำ บัวหงาย:** รูปกลีบบัว ใช้ประกอบฐาน 8. **เม็ดบัว (ไข่ปลา):** กลมหรือรี ใช้เรียงต่อเป็นเส้น 9. **ภาพประกอบลาย:** ภาพเทวดา สัตว์หิมพานต์ ตัวละครในวรรณคดี และสิบสองนักษัตร ## 3. รายการลายตามชื่อ (เรียงตามหมวด) > คำอธิบายที่มีรหัสแหล่ง [S#] มาจากแหล่งอ้างอิง ส่วนที่มีเครื่องหมาย ◇ เป็นคำอธิบายทั่วไปของช่าง **(ควรตรวจกับพจนานุกรมศัพท์ลายไทย ราชบัณฑิตยสถาน 2557)** ### 3.1 ตระกูลกนก (สามเหลี่ยมชายธง) | ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ | |---|---|---| | กระหนกสามตัว | ตัวเหงา + กาบ + ตัวยอด เป็นแม่ลายของกระหนกทุกชนิด [S14] | ทุกที่ | | กระหนกเปลว | ตัวยอดยืดยาวพลิ้วเหมือนเปลวไฟ [S1, S25] | หน้าบัน ซุ้ม ตู้ เครื่องถม | | กระหนกใบเทศ | บากตัวลายเป็นหยักใบไม้ซ้อน [S1] เป็นลายที่พบมากที่สุดบนเครื่องถม (56%) [S25] | หน้าบัน เครื่องประดับ | | กระหนกหางโต | ตัวยอดใหญ่ ปลายพองโต [S14] ◇ | ลายเครือเถา | | กระหนกผักกูด | ปลายม้วนเหมือนยอดผักกูด [S1] ◇ | งานยุคแรก ลายเครือเถา | | กระหนกนารี · หางหงส์ · ลายนาค · กอ · ช่อลาย | ชื่อตามรูปที่ประกอบ เช่น กระหนกที่ปลายเป็นหน้านาง หางหงส์ หรือหัวนาค [S1] | หางหงส์ของเครื่องลำยองทำเป็นกระหนกเปลว [S11] | ### 3.2 ตระกูลกระจังและลายขอบ | ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ | |---|---|---| | กระจังฟันปลา | สามเหลี่ยมในสี่เหลี่ยม เป็นกระจังที่ง่ายที่สุด [S2] | ขอบฐาน | | กระจังตาอ้อย | ปลายบากสองข้าง ข้างอ่อนเรียว [S2, S14] | บัวหงาย บัวคว่ำ | | กระจังใบเทศ | แบ่งชั้นในด้วยแข้งสิงห์ [S2] | หัวเสา ขอบฐาน | | กระจังหู / ปฏิญาณ | กว้าง 1 : สูง 3 [S2] | มุม ปลายแถว | | กระจังรวน | กระจังหูที่กลับด้านยอด เอียงซ้ายหรือขวา [S2] | หลบหลังคา [S18] | | ฟันยักษ์ | ◇ สามเหลี่ยมใหญ่เรียงห่าง | ขอบ | | ไข่ปลา / เม็ดบัว | เม็ดกลมหรือรีเรียงเป็นเส้น [S25] | เส้นคั่น | | ลูกฟัก | ◇ กรอบสี่เหลี่ยมนูน (แผงลูกฟัก) | บานประตู ฝาเรือน ขอบตู้ | | ลูกขนาบ | ◇ แถบเส้นคู่ขนาบลายหลัก | ขอบแถบลาย | | แข้งสิงห์ | เส้นแบ่งชั้นภายในกระจังและพุ่ม [S2, S14] | ใช้ภายในลาย | ### 3.3 ลายดอกและลายพุ่ม | ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ | |---|---|---| | ประจำยาม | สี่เหลี่ยมตะแคง ดอกสี่ทิศ [S3, S15] | กลางหน้ากระดาน | | ประจำยามก้ามปู | ◇ ประจำยามที่มีกระหนกยื่นออกสี่มุมคล้ายก้ามปู | ลายพื้น | | พุ่มข้าวบิณฑ์ | กว้าง 2 : สูง 3 คือกระจังใบเทศ 2 ตัวต่อกัน [S14] | ลายดอกลอย ผนังด้านใน | | ลายหน้าขบ | พุ่มที่ทำเป็นหน้าสัตว์หิมพานต์ [S3] | ตรงกลางลาย | | ดอกพุดตาน | ดอกไม้กลมกลีบซ้อน (อิทธิพลจีน) [S16, S25] | พรรณพฤกษา งาน ร.3 | | ดอกพิกุล | ◇ ดอกเล็กแปดกลีบเรียงเป็นพื้น | ลายพื้น เครื่องถม [S25] | | ดอกลอย | ลายดอกที่วางกระจายเป็นจังหวะบนพื้น [S25] ◇ | ผนัง เพดาน ผ้า | | ดอกจอก / ดาวเพดาน | ◇ ดอกกลมเรียงบนพื้นแดงหรือคราม | เพดานอุโบสถ | | บัวคว่ำ / บัวหงาย / บัวแวง / บัวจงกล | รูปกลีบบัว [S25, S21] | ฐาน หัวเสา | ### 3.4 ลายเถาและลายต่อเนื่อง | ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ | |---|---|---| | ก้านขด | ก้านขดเป็นวงต่อเนื่อง มีกระหนกและใบแตกออก [S25] | หน้าบัน ประตู | | เครือเถา (หางโต · ใบเทศ · เปลว) | คดโค้งสอดสลับเหมือนเถาวัลย์ [S4] | หน้าบัน กรอบ ผ้า | | รักร้อย (หน้าสิงห์ · บัวร้อย · ใบเทศ) | ลายร้อยต่อเป็นสาย ใช้ประดับเสาโบสถ์ วิหาร ปราสาท [S26] | เสา ครอบสันหลังคา [S18] | | นกคาบ / นาคขบ | หน้านกหรือนาคคาบก้านลาย วางที่ข้อต่อของก้าน [S15] | ข้อของก้านขด | | เถาเลื้อย | ◇ เถาไม้เลื้อยแบบธรรมชาติ | พรรณพฤกษา | ### 3.5 ลายแถว (การจัดเรียงลายตามตำแหน่ง) | ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ | |---|---|---| | **ลายหน้ากระดาน** | แถบนอนยาว เรียงลายซ้ำ ใช้เป็นตัวกั้นหรือลายขอบ [S26] | ขอบบนและล่างของตู้ ฐาน หน้ากระดาน | | **ลายกรวยเชิง** | ลายสามเหลี่ยมยาวห้อยหรือตั้ง ปลายแหลม (ทรงกรวย) [S26] ◇ | ตอนบนและตอนล่างของเสาขอบตู้ โคนเสา หัวเสา | | ลายเฟื่อง / เฟื่องอุบะ | ◇ ลายห้อยเป็นพวงโค้ง (เฟื่อง) มีอุบะห้อยปลาย [S26] | ใต้คาน ขอบบน | | ลายราชวัตร | ◇ ลายตารางทแยงที่มีดอกประจำยามที่จุดตัด (ใช้ประจำยามเป็นฐาน [S3]) | ลายพื้นผนังและผ้า | | ลายประแจจีน | ลายเส้นหักมุมต่อเนื่องจากจีน มีหลายแบบ เช่น เมฆ สายฟ้า สวัสดิกะ ขนมเปียกปูน [S26] | ขอบ งาน ร.3 | | ลายเกลียว | ◇ เส้นเกลียวเชือก | ขอบเส้นลวด | | ลายผ้าทิพย์ | ◇ ผืนผ้าลายห้อยหน้าฐานพระหรือฐานชุกชี | หน้าฐานชุกชี | ![ลายเรียงซ้ำบนอาคารจริง: กระเบื้องเชิงชายรูปเทพพนมเรียงเป็นจังหวะ วัดเบญจมบพิตร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/roof_tiles_eave_ornament.jpg) *ภาพ: Mustang Joe · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Roof_tiles_on_the_Wat_Benchamabophit_Dusitwanaram,_Bangkok_(54202197593).jpg* ## 4. ลายตามวัสดุ (เทคนิคบังคับรูปลาย) - **ลายรดน้ำ:** ลายทองบนพื้นรักดำ ใช้กับตู้พระธรรม บานประตู และผนัง เป็นงานลายเส้นล้วน มีสีเดียวคือทอง [S16] - **ลายถม (เครื่องถม):** แกะลายบนเงิน ถมยาดำ แล้วขัด ทำได้ทั้งถมเงินและถมทอง [S25] - **ลายประดับมุก:** ฉลุเปลือกหอยมุกฝังในรัก ช่องไฟเป็นตัวกำหนดความงาม [S16] - **ลายเบญจรงค์ / ลายน้ำทอง:** ลายบนเครื่องกระเบื้อง (ดูไฟล์ [25](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/crafts.md)) - **ลายปูนปั้น / ไม้จำหลัก:** ลดความพลิ้วลงเพื่อความแข็งแรง [S16] - **ลายกระเบื้องถ้วยชาม (วัดอรุณ):** ชิ้นถ้วยชามปะเป็นดอกและกลีบบนปูน ## 5. ใช้ลายให้ถูกที่ (สรุปสำหรับผู้ออกแบบ) | ตำแหน่งบนอาคาร | ลายที่เหมาะ | |---|---| | หน้าบัน (สามเหลี่ยม) | ก้านขด เครือเถา กระหนกเปลว หรือใบเทศ ล้อมรูปประธาน แล้วกลับด้านให้สมมาตร | | หน้ากระดานของฐาน | ประจำยามคั่นจังหวะ + ลายหน้ากระดาน | | บัวคว่ำ บัวหงาย | กระจังตาอ้อยหรือกระจังใบเทศ เรียงชิดกัน | | หัวเสา โคนเสา | บัวแวง บัวจงกล กรวยเชิง | | ตัวเสา | รักร้อย | | ครอบสันหลังคา | รักร้อย [S18] | | หลบหลังคา | กระจังรวน [S18] | | บานประตูหน้าต่าง | ลายรดน้ำ ก้านขด ทวารบาล หรือเทพพนม | | ผนังด้านในและเพดาน | พุ่มข้าวบิณฑ์ ดอกลอย ดาวเพดาน | --- # 20 จิตรกรรมไทย — ลักษณะ · แบบแผนการวางเรื่องบนผนัง · สีและเทคนิค ## 1. ลักษณะของจิตรกรรมไทยประเพณี [S27, S28] | ตัวภาพชั้นสูง (นารี) | อมนุษย์ (กระบี่) | สถาปัตยกรรมในภาพ | |---|---|---| | ![ตัวภาพชั้นสูง วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_court.jpg) *ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_013.JPG* | ![ยักษ์ วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_demon.jpg) *ภาพ: Mattana (มัทนา) · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_017.JPG* | ![ปราสาทในภาพ วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_palace.jpg) *ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:014_King_and_Queen_(9172250426).jpg* | | ฉากรบ | ภาพวิถีชีวิต | ชาวบ้าน | |---|---|---| | ![ฉากรบบนช้าง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_elephant_battle.jpg) *ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:041_Taken_by_Force_(9169880467).jpg* | ![วิถีชีวิต](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_childbirth.jpg) *ภาพ: Mattana (มัทนา) · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_021.jpg* | ![ชาวบ้าน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_commoner.jpg) *ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_014.JPG* | - **ศิลปะแบบอุดมคติ (idealistic):** มุ่งความงามตามคติ ไม่ได้เลียนแบบความจริง - **สองมิติ ไม่มีทัศนียภาพ:** ระบายสีแบน ไม่มีแสงเงา ใช้เส้นเป็นขอบเขตหลักของรูป - **มุมมองจากที่สูง (bird's-eye):** "นำสิ่งใกล้ไว้ตอนล่างของภาพ สิ่งไกลไว้ตอนบนของภาพ" ทำให้เล่าเรื่องต่อเนื่องได้ทั้งผนัง - **แบ่งตอนของเรื่อง:** ใช้ต้นไม้ ภูเขา ลำธาร โขดหิน หรือเส้น **สินเทา** (เส้นหยักฟันปลาที่แบ่งฉาก) คั่นเหตุการณ์ - **สี:** ใช้หลายสีแต่ให้มีสีเด่นสีเดียว (เอกรงค์) - **ตัวภาพตามแบบ:** - เทวดาและกษัตริย์ "ลีลาอันชดช้อย" แต่งเครื่องทรง - ยักษ์และลิงแสดงพละกำลัง - ชาวบ้านแสดงอารมณ์ขันหรือความทุกข์ เขียนอิสระกว่าตัวภาพชั้นสูง - **ยุครัตนโกสินทร์:** พื้นหลังเข้ม ปิดทองมาก - **รัชกาลที่ 4:** ขรัวอินโข่งนำทัศนียภาพแบบตะวันตกเข้ามา [S28] ## 2. ⭐ แบบแผนการวางเรื่องบนผนังอุโบสถ (อยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) [S22] "แต่เดิมนั้นพระอุโบสถโดยทั่วไป ผนังระหว่างกรอบหน้าต่างมักเขียนเรื่องพุทธประวัติหรือทศชาติ … บนผนังสกัดหน้าเขียนภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ผนังสกัดหลังเขียนภาพไตรภูมิโลกสัณฐาน หรืออาจจะเขียนแทนด้วยภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดาและภาพเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ … เขียนภาพเทพชุมนุมบนผนังแปในส่วนผนังเหนือกรอบหน้าต่างขึ้นไป" (อ้างจาก สันติ เล็กสุขุม 2014) | ผนัง | เรื่อง | เหตุผล | |---|---|---| | ผนังสกัดหน้า (ด้านประตู ตรงข้ามพระประธาน) | **มารผจญ** | พระประธานปางมารวิชัยหันหน้ามาทางนี้ เรื่องจึงต่อเนื่องกัน | | ผนังสกัดหลัง (หลังพระประธาน) | **ไตรภูมิโลกสัณฐาน** หรือเสด็จลงจากดาวดึงส์ | ภาพจักรวาลอยู่ด้านหลังพระพุทธเจ้า | | ผนังแป (เหนือหน้าต่าง) | **เทพชุมนุม** เรียงเป็นแถว หันไปทางพระประธาน | เหตุการณ์หลังตรัสรู้ เทวดามาชุมนุม | | ผนังระหว่างช่องหน้าต่าง | **พุทธประวัติ / ทศชาติชาดก** | เดินอ่านเรื่องรอบอาคารได้ | - **สมัยรัชกาลที่ 3 แบบแผนเปลี่ยนไป:** - วัดกัลยาณมิตรเขียนพุทธประวัติต่อเนื่องเหนือหน้าต่างทั้ง 4 ด้าน และเปลี่ยนภาพมารผจญเป็นโทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ - วัดเครือวัลย์เขียนชาดก 550 ชาติในกรอบสี่เหลี่ยม - วัดพระเชตุพน (26 ห้องภาพ) ใช้ผนังระหว่างหน้าต่างเขียนพระสาวกเอตทัคคะ 41 องค์ [S22] ## 3. สีและเทคนิค [S14, S28] - **สีฝุ่นผสมกาว (เทมเพอรา)** ช่างเรียกว่า "รงค์" หรือ "กระยารงค์" และเรียกกาวว่า "น้ำยา" - **เบญจรงค์ของช่างเขียน:** เหลือง คราม แดงชาด ขาว ดำ - อยุธยาตอนต้นใช้เพียงแดง เหลือง ขาว ดำ - สีครามและเขียว (ตั้งแซ) จากจีนเข้ามาในสมัยอยุธยาตอนปลาย - **ที่มาของสี:** สีดินแดง ดินเหลือง ดินขาว (ดินสอพอง) เขม่า (ดินหม้อ) แร่ หิน โลหะ พืช และบางส่วนของสัตว์ - **พู่กันและแปรง:** - พู่กันขนหูวัวใช้ระบายสี - พู่กันหนวดหนูใช้ตัดเส้น เพราะปลายเรียวพลิ้ว - แปรงเปลือกกระดังงาและแปรงรากลำเจียกใช้กระทุ้งเป็นพุ่มไม้ - **ขั้นตอน:** เตรียมพื้น → ร่างภาพ → ลงสีพื้น → ระบายสี → ปิดทอง → ตัดเส้น - **ลายรดน้ำ:** เขียนด้วยน้ำยาหรดาลบนพื้นรัก ปิดทอง แล้วรดน้ำล้างหรดาลออก ทองติดเฉพาะส่วนที่ไม่ได้เขียน - **ลายกำมะลอ:** ระบายสีแบบจิตรกรรม แล้วเสริมด้วยเทคนิคลายรดน้ำ [S16] - **พระบฏ:** จิตรกรรมบนผืนผ้า มีพระพุทธเจ้าอยู่กลางภาพ [S16] ## 4. เนื้อหาที่นิยม พุทธประวัติ · ทศชาติชาดก (เช่น มหาชนก มโหสถ เวสสันดร) · ไตรภูมิ · เทพชุมนุม · รามเกียรติ์ (ระเบียงวัดพระแก้ว) · พระสาวก · และภาพวิถีชีวิตที่สอดแทรกในฉาก ## 5. ใช้กับงานโมเดลหรืองานกราฟิก - **ภาพเล่าเรื่อง:** ใช้มุมมองจากที่สูงและแบ่งฉากด้วยสินเทาหรือเส้นต้นไม้ ไม่ใส่ทัศนียภาพ - **ภายในอาคารจำลอง:** วางเรื่องตามแบบแผนผนังในข้อ 2 ถ้าวางผิดผนัง ผู้รู้จะเห็นทันที --- # 21 พระพุทธรูปและประติมากรรมไทย — ปาง · ปางประจำวัน · ลักษณะตามยุค ## 1. ปาง "ปาง" คือ "ลักษณะของรูปสมมุติของพระพุทธเจ้าในอิริยาบถต่างๆ" ตามเหตุการณ์ในพุทธประวัติ มีมากกว่า 80 ปาง [S29] อิริยาบถหลัก 4 แบบ ได้แก่ นั่ง ยืน เดิน (ลีลา) และนอน (ไสยาสน์) ### ปางที่พบบ่อย | ปาง | ท่า | เหตุการณ์ | |---|---|---| | มารวิชัย | นั่งขัดสมาธิ มือขวาคว่ำวางที่เข่า นิ้วชี้ลงที่พื้นดิน | ชนะมาร (เรียกแม่พระธรณีเป็นพยาน) **นิยมเป็นพระประธานอุโบสถ** | | สมาธิ | นั่ง มือทั้งสองวางซ้อนบนตัก | ตรัสรู้ | | ประทานพร | มือหงายยื่นออกไปข้างหน้าต่ำ | | | ห้ามญาติ / ห้ามสมุทร | ยืน ยกมือข้างเดียว (ห้ามญาติ) หรือทั้งสองข้าง (ห้ามสมุทร) ตั้งฝ่ามือออก | ห้ามญาติวิวาท / ห้ามน้ำท่วม | | ลีลา | เดิน ยกส้นเท้าหลัง มือหนึ่งยกขึ้น | เสด็จลงจากดาวดึงส์ **เอกลักษณ์ของสุโขทัย** [S28] | | ไสยาสน์ | นอนตะแคงขวา | ปรินิพพาน หรือโปรดอสุรินทราหู | | ปฐมเทศนา | มือจีบเป็นวงล้อธรรม | แสดงธรรมครั้งแรก | | นาคปรก | นั่งสมาธิ มีนาคแผ่พังพานปรก | | | ป่าเลไลยก์ | นั่งห้อยพระบาท มีช้างและลิงถวายของ | | ### ปางประจำวันเกิด [S29] | วัน | ปาง | |---|---| | อาทิตย์ | ถวายเนตร (ยืน มือประสานหน้าตัก มองต้นโพธิ์) | | จันทร์ | ห้ามสมุทร / ห้ามญาติ | | อังคาร | ไสยาสน์ (โปรดอสุรินทราหู) | | พุธ (กลางวัน) | อุ้มบาตร | | พุธ (กลางคืน) | ป่าเลไลยก์ ◇ | | พฤหัสบดี | สมาธิ (ตรัสรู้) | | ศุกร์ | รำพึง (ยืน มือประสานที่อก) | | เสาร์ | นาคปรก | ◇ = ตามความเชื่อที่นิยมทั่วไป **(ควรตรวจ)** ## 2. ลักษณะพระพุทธรูปตามยุค [S28] | ยุค | ลักษณะสำคัญ | |---|---| | ทวารวดี (พุทธศตวรรษ 12–16) | หินปูนหรือควอตไซต์ ยืนหรือนั่งบนบัลลังก์ สมมาตร อิทธิพลคุปตะ หลังคุปตะ และอมราวดี | | ศรีวิชัย | สำริด มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระพุทธรูปนาคปรก (มหายาน) | | ลพบุรี | หินและสำริด อิทธิพลขอม นาคปรก ใบหน้าเหลี่ยม | | เชียงแสน / ล้านนา | หน้ากลม ยิ้ม ขมวดพระเกศาใหญ่ หรือหน้ารูปไข่มีรัศมีเปลว | | สุโขทัย | **อ่อนช้อย สัดส่วนประณีต รัศมีเปลวบนพระเศียร สีหน้าสงบ** ปางลีลาเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็น "ยุคคลาสสิก" [S15] | | อู่ทอง | ผสมทวารวดี ลพบุรี สุโขทัย แต่ทวารวดีเด่นที่สุด | | อยุธยา | **พระพุทธรูปทรงเครื่อง** สวมมงกุฎและเครื่องทรง แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับพระพุทธเจ้า | | รัตนโกสินทร์ | สืบอยุธยาตอนปลาย พระพุทธรูปทรงเครื่องเพิ่มขึ้น ร.4 เริ่มทำแบบเหมือนจริงมากขึ้น | ## 3. ส่วนของพระพุทธรูปที่ควรรู้ ◇ **พระรัศมี** (เปลวหรือลูกแก้วบนยอด) · **พระเกตุมาลา** (ส่วนนูนบนพระเศียร) · **เม็ดพระศก** (ขมวดผม) · **อุณาโลม** (ระหว่างคิ้ว) · **ชายสังฆาฏิ** (ผ้าพาดบ่า) · **ฐานบัว / ฐานสิงห์ / ฐานชุกชี** (ดู [02](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/bases.md)) ## 4. ประติมากรรมประดับอาคาร ดู [14](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/figures.md) (ผู้แบก ทวารบาล) และ [22](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/himmapan.md) --- # 14 ประติมากรรมประดับ (Figures) *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: แถบเทวดาแบกที่ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ (หมายเลข 6)]* ![เทวดาแบก มณฑปทิศวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg) *ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg* ![ยักษ์ทวารบาล (ทศกัณฐ์) วัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_yaksha_thotsakan.jpg) *ภาพ: Jakub Hałun · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:20160727_Bangkok_Wat_Arun_5513.jpg* ## ผู้แบก (atlantes / caryatids) | ชื่อ | รูป | ตำแหน่งที่พบ | |---|---|---| | ยักษ์แบก | ยักษ์ยืนหรือนั่งยองๆ ยกแขนแบก | ฐานปรางค์ ฐานเจดีย์ | | กระบี่แบก (ลิงแบก) | วานรยกแขนแบก | ฐานปรางค์วัดอรุณ | | มารแบก | อสูรร่างเล็กแบกแถว | ฐานชั้นซ้อน | | ครุฑแบก / ครุฑยุดนาค | ครุฑกางปีกยุดนาค | ฐานอุโบสถหลวง | | เทวดาแบก | เทวดาคุกเข่ายกแขนแบก | ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ | - **ความหมาย:** สิ่งที่อยู่ข้างบนมีความศักดิ์สิทธิ์จนแม้ยักษ์และเทวดายังต้องแบกไว้ ตัวผู้แบกยังทำหน้าที่เป็นท้องไม้ของฐาน - **ท่าทาง:** คุกเข่าหรือย่อตัว แขนทั้งสองยกเหนือศีรษะ ฝ่ามือดันชั้นบน ยืนเรียงชิดกันเป็นจังหวะ ## รูปอื่นบนอาคาร - **กินรี / กินนร:** ครึ่งคนครึ่งนก อยู่ในซุ้มฐาน - **พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ:** ในซุ้มจระนำของปรางค์ประธานวัดอรุณ - **พระพายทรงม้า:** ในซุ้มของปรางค์ทิศวัดอรุณ **(ควรตรวจ)** - **ยักษ์ทวารบาล / ตุ๊กตาจีน:** เฝ้าประตูและบันได - **สิงห์ / นาค:** ปลายพนักบันได ## การทำเป็นชิ้นไม้ - **แถวผู้แบก:** - เป็นแถบไม้มีคานบนกับคานล่าง ระหว่างรูปแต่ละตัวเจาะช่องยอดแหลม (ช่องใต้แขนที่ยกขึ้น) - ซ้อน 2 ชั้น ชั้นหน้ามีลายปากกาเป็นตัวคน - ระยะห่างระหว่างรูปประมาณ 12 มม. ที่สเกล 1:80 - **รูปในซุ้ม:** วาดด้วยปากกาเป็นเส้นโครง (`fig_kinnari`, `fig_yaksha`, `fig_erawan`, `fig_buddha` ใน generator) --- # 22 สัตว์หิมพานต์และสัตว์ในคติ — ครุฑ · นาค · กินรี · หงส์ · ราชสีห์ · คชสีห์ ฯลฯ ## 1. หิมพานต์ **ป่าหิมพานต์** เป็นป่าในจินตนาการเชิงเขาไกรลาส ปรากฏในไตรภูมิพระร่วงและรามเกียรติ์ สัตว์ในป่านี้มักผสมลักษณะของสัตว์หลายชนิดเข้าด้วยกัน [S30] **แบ่ง 3 จำพวก:** สัตว์สองเท้า (ทวิบาท) · สัตว์สี่เท้า (จตุบาท) · ปลา [S30] | ครุฑยุดนาค ฐานพระอุโบสถวัดพระแก้ว | บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง | กินรี วัดพระแก้ว | |---|---|---| | ![ครุฑยุดนาค ฐานพระอุโบสถวัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/garuda_naga_row_ubosot.jpg) *ภาพ: Supercarwaar · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Garudas_in_the_bot_of_the_Wat_Phra_Kaew.jpg* | ![บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/naga_staircase_lampang_luang.jpg) *ภาพ: Ahoerstemeier · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_Tat_Lampang_Luang_Naga_Staircase.jpg* | ![กินรี วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/kinnari_wat_phra_kaew.jpg) *ภาพ: Manfred Werner · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Wat-Phra-Kaeo_Kinnari.jpg* | | ยักษ์แบกเจดีย์ วัดพระแก้ว | ยักษ์ทวารบาล วัดพระแก้ว | พระอินทร์ทรงเอราวัณ วัดอรุณ | |---|---|---| | ![ยักษ์แบกเจดีย์ วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/yaksha_supporting_chedi.jpg) *ภาพ: Basile Morin · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Statues_of_Yaksha_supporting_one_of_the_Two_Golden_Chedi_of_Wat_Phra_Kaew,_Bangkok,_Thailand.jpg* | ![ยักษ์ทวารบาล วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/yaksha_guardian_wat_phra_kaew.jpg) *ภาพ: Arian Zwegers from Brussels, Belgium · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Phra_Kaew,_Yaksha_(6172950512).jpg* | ![พระอินทร์ทรงเอราวัณ วัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_indra_erawan.jpg) *ภาพ: Random username 083794703875938 · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B9%97_Prang,_Wat_Arun_7.jpg* | ## 2. สัตว์สำคัญในศิลปะและสถาปัตยกรรม | สัตว์ | ลักษณะ | ความหมายและตำแหน่งบนอาคาร | |---|---|---| | **ครุฑ** | ครึ่งนกครึ่งคน พาหนะของพระนารายณ์ เป็นศัตรูของนาค [S31] | **ครุฑยุดนาค** (ฐานอุโบสถหลวง) · **ครุฑพ่าห์** (ตราแผ่นดิน) · ครุฑหน้าเรือนยอดที่จุดตัดหลังคา (รูปอ้างอิง 39, 40) · ช่อฟ้าคือครุฑที่ยุดหางนาค [S11] สื่อถึงพระราชอำนาจและคติเทวราชา [S31] | | **นาค** | งูใหญ่ เทพแห่งน้ำ แบ่ง 4 ตระกูลตามการเกิด (โอปปาติกะ สังเสทชะ อัณฑชะ ชลาพุชะ) [S32] | **ราวบันไดนาค** · **ลำยอง / นาคสะดุ้ง / หางหงส์** (ตัวนาคบนป้านลม) · **นาคปรก** · หัวเรือพระที่นั่ง · ความเชื่อ "นาคให้น้ำ" [S32] และคตินาคเป็นสะพานสายรุ้งเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ ◇ | | **กินรี / กินนร** | ครึ่งคนครึ่งนก (หญิง/ชาย) [S30] | ความงามและความอ่อนช้อย อยู่ในซุ้มฐาน (ฐานมณฑปวัดอรุณ) หางทำเป็นกระหนกสามตัว [S14] | | **หงส์** | นกในคติ พาหนะของพระพรหม | เสาหงส์ หางหงส์ (ชื่อเรียกปลายป้านลม) | | **ราชสีห์** | สิงห์ | ทวารบาลหน้าวัด · ฐานสิงห์ (ขาสิงห์) | | **คชสีห์** | หัวช้าง ตัวสิงห์ | พละกำลัง [S30] | | **นรสิงห์** | ครึ่งคนครึ่งสิงห์ | ลายบนเบญจรงค์ [S33] | | **มกร** | สัตว์น้ำ (ผสมจระเข้กับช้าง) | ซุ้มขอม · ปลายราวบันได (มกรคายนาค) | | **เหรา** | ครึ่งนาคครึ่งจระเข้ | หางหงส์บางแบบ | | **สินธพ** | ม้าในคติ | | | **เอราวัณ** | ช้างสามเศียรหรือ 33 เศียร พาหนะของพระอินทร์ | ซุ้มจระนำปรางค์ประธานวัดอรุณ (พระอินทร์ทรงเอราวัณ) [S12] | ## 3. ยักษ์และลิง (ตระกูลกระบี่) - **ยักษ์:** ทวารบาล (เช่น ยักษ์วัดพระแก้ว) และยักษ์แบกที่ฐานปรางค์ - **ลิง (กระบี่):** กระบี่แบกที่ฐานปรางค์วัดอรุณ - **ตัวละครรามเกียรติ์:** ทศกัณฐ์ และสหัสเดชะ เป็นยักษ์ที่ฐานพระปรางค์วัดอรุณ [S12] ## 4. หลักการเขียนสัตว์หิมพานต์ - จัดอยู่ในตระกูล **คชะ** ของการเขียนลายไทย ([19](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-catalogue.md)) - **ตัวสัตว์:** เส้นโครงเป็นแบบไทย ขนและเกล็ดเขียนเป็นกระหนก ส่วนหางและแผงคอเขียนเป็นเปลวกระหนก - **เลือกให้ตรงตำแหน่ง:** - ครุฑและนาคใช้กับหลังคาและฐาน เพราะอยู่ในฟ้าและในน้ำ - กินรีใช้ในซุ้ม - สิงห์และยักษ์ใช้ที่ประตูและบันได เพราะทำหน้าที่ผู้เฝ้า --- # 25 ประณีตศิลป์และช่างสิบหมู่ — ช่าง · เทคนิค · วัสดุ ## 1. ช่างสิบหมู่ [S38, S28] "สิบ" มาจากบาลี **สิปฺป** (สันสกฤต ศิลฺป = ศิลปะ) ไม่ได้แปลว่ามีช่างเพียงสิบชนิด แต่เป็นการรวมช่างหลวงหลายแขนงไว้ในหมวดเดียว [S38] รัชกาลที่ 1 ฟื้นฟูกรมช่างสิบหมู่หลังเสียกรุงศรีอยุธยา [S28] | ช่าง | งาน | |---|---| | ช่างเขียน | จิตรกรรม ลายไทย ร่างแบบ (เป็นพื้นฐานของทุกแขนง [S16]) | | ช่างแกะ | แกะไม้ แกะหนัง (หนังใหญ่) แกะตรา | | ช่างสลัก | สลักหยวก สลักไม้ สลักหิน | | ช่างกลึง | กลึงไม้ งา โลหะ | | ช่างหล่อ | หล่อพระพุทธรูป หล่อโลหะ | | ช่างปั้น | ปั้นปูน ปั้นดิน ปั้นขี้ผึ้ง (แม่พิมพ์) | | ช่างหุ่น | หุ่นละคร หุ่นกระบอก หัวโขน | | ช่างรัก | ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ประดับมุก ลายรดน้ำ | | ช่างบุ | บุโลหะเป็นลาย ทองแผ่ลวด | | ช่างปูน | ก่อและฉาบปูน ปูนปั้นประดับอาคาร | | ลายรดน้ำ ตู้พระธรรมอยุธยา | ตู้พระธรรมในหอไตรวัดระฆัง | ไม้จำหลัก ธรรมาสน์อยุธยา | ช่างบูรณะลายรดน้ำ | |---|---|---|---| | ![ลายรดน้ำ ตู้พระธรรมอยุธยา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lacquer_cabinet_ayutthaya.jpg) *ภาพ: Unknown authorUnknown author · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Military_Procession_Soldiers_Ayutthaya_Cabinet_Detail.png* | ![ตู้พระธรรมในหอไตรวัดระฆัง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_interior_cabinet.jpg) *ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Watrakhanghortrai052000b.jpg* | ![ไม้จำหลัก ธรรมาสน์อยุธยา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wood_carving_guardian_ayutthaya.jpg) *ภาพ: Artanisen · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Gatekeeper_in_Armor_Carved_Wood_on_Buddhist_Pulpit_Ayutthaya.png* | ![ช่างบูรณะลายรดน้ำ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_restoration.jpg) *ภาพ: Paul_012 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lai_rot_nam_window_panel_restoration_work_at_Bangkok_National_Museum.jpg* | ## 2. เทคนิคประณีตศิลป์ | เทคนิค | วิธีทำ | ที่มา | |---|---|---| | **ลายรดน้ำ** | เขียนลายด้วยน้ำยาหรดาลบนพื้นรักดำ ลงรัก ปิดทอง แล้วรดน้ำ ทองติดเฉพาะส่วนที่ไม่ได้เขียน | S16, S28 | | **ลายกำมะลอ** | ระบายสีแบบจิตรกรรมบนพื้นรัก แล้วเสริมด้วยเทคนิครดน้ำ | S16 | | **ประดับมุก** | ฉลุเปลือกหอยมุกฝังในพื้นรัก ช่องไฟคือหัวใจของงาน รุ่งเรืองสมัยอยุธยา (บานประตูมุก) | S16, S28 | | **ประดับกระจก** | ชิ้นกระจกสีปะบนปูนปั้นหรือไม้ ส่วน **ไส้ลาย** คือกระจกรูปหยดน้ำในไส้ของลาย | S16 | | **เครื่องถม** | แกะลายบนเงิน ถมยาถมสีดำ แล้วขัด ทำได้ทั้งถมเงินและถมทอง เครื่องถมเมืองนครมีชื่อเสียงที่สุด แบบถมตะทอง = เงินมีจุดทอง | S25, S28 | | **เบญจรงค์** | เครื่องกระเบื้องเขียนลายด้วยวิธีลงยา 5 สี (ดำ ขาว เหลือง แดง เขียว/คราม) ลายที่นิยม: เทพพนม นรสิงห์ กนก ก้านขด | S33 | | **ลายน้ำทอง** | เบญจรงค์ที่เขียนเส้นทอง เริ่มในรัตนโกสินทร์ตอนต้น | S33 | | **จำหลักไม้** | แกะไม้สัก ไม้ประดู่ ทำบานประตู หน้าต่าง หน้าบัน และพระพุทธรูป | S28 | | **ปูนปั้น** | ปั้นลายบนผนังและหน้าบัน (นิยมในแบบพระราชนิยม ร.3) | S15, S16 | | **ประดับกระเบื้องถ้วยชาม** | ตัดเครื่องถ้วยจีนเป็นกลีบ ปะเป็นดอกไม้บนปูน (วัดอรุณ) | S12 | | **สังคโลก** | เครื่องเคลือบสุโขทัย สีเขียวไข่กา | S28 | ## 3. วัสดุอาคารตามยุค [S9, S35] - **ทวารวดี:** อิฐ ศิลาแลง - **ลพบุรี:** อิฐ หินทราย ศิลาแลง - **เชียงแสน / ล้านนา:** ไม้ กระเบื้องดินเผา - **อยุธยาและรัตนโกสินทร์:** ก่ออิฐถือปูน เครื่องบนเป็นไม้ หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ ประดับปิดทองกระจก --- # 16 แปลงสถาปัตยกรรมไทยเป็นชุดไม้ตัด (Cricut, basswood 1.5 มม.) ระบบที่ใช้ในงานวัดอรุณ โค้ดอยู่ที่ `E:\blender\wat_arun\source\generate.py` (ไลบรารีกลาง) และ `E:\blender\wat_arun_mondop\part_v14\source\` ## กติกาการตัด | ค่า | ขนาด | |---|---| | เนื้อไม้แคบสุด | 3.4 มม. | | รูเล็กสุด | 3 มม. | | ร่องบาก (slot) | กว้าง 1.8 มม. และต้องเปิดปลายเสมอ ห้ามมีร่องปิด 1.8 มม. | | ระยะเผื่อ (FIT) | 0.15 มม. | | ระยะห่างระหว่างชิ้นบนแผ่น | ≥ 1.5 มม. (packer ใช้ 1.8) | | ห้ามใช้ | แท่งไม้กลมสำเร็จรูป (rod) ผู้ดูแลไม่ชอบ | ## แต่ละองค์ประกอบทำอย่างไร | องค์ประกอบไทย | วิธีทำด้วยไม้ | ตัวเลือกในโค้ด | |---|---|---| | แกนกลาง | แผ่นแกน X/Y บากครึ่งไขว้กัน มีเดือยลงแผ่นฐาน | `Tower` core | | บัวคาด / ชั้นยอด | แผ่นวงแหวนแนวนอนย่อมุม มีรูกลางและร่องแขนเปิดสวมลงบนแกน | `ring`, `rings`, `tiers` | | ฐาน ตัวเรือน เรือนธาตุ | กล่องผนัง 4 แผ่น ขัดกันที่มุม (ปลายยื่น 3.6 มม.) | `box` (`c`, `h`, `e`) | | ผนังย่อมุม | ผนังขนานด้านละ n+1 แผ่น | `box` (`n`, `s` ≥ 5.2 มม.) | | ผังผืนผ้า (ปีก) | ยืดวงแหวนและกล่องตามแกน x | `ex` (เมตร) | | มุข (ยื่นหน้า/หลัง) | ไม้ซ้อนชั้นติดกาว 10 ชั้น ชั้นในเจาะกลาง 4 ชั้นนอกแคบลงเป็นย่อมุม วงแหวนมีแถบยื่นตาม | `bay_mm=(ครึ่งกว้าง, ยื่น, step, 2)` | | หลังคาจั่ว | แผ่นเอียง 2 แผ่นต่อผืน คำนวณรางตะเข้กับผืนอื่น ตัดเว้นรอบเรือนธาตุ | `roof_parts` ใน `mondop_part.py` | | สัน + ช่อฟ้า | แผ่นตั้งในร่อง V ปลายเป็นช่อฟ้า | `CF` parts | | หน้าจั่ว | 2 ชั้น: หน้าบันเต็ม และกรอบป้านลมพร้อมหางหงส์ | `GA` parts | | บันแถลง | แผ่นยอดแหลมยืนบนบัว | `BL` parts | | ปลี / นภศูล | ยอดของแผ่นแกน X ประกบอีกแผ่นให้หนา 3 มม. | `top`, `FD` | | บันได | แผ่นซ้อนขนานผนัง สั้นลงทีละขั้น พร้อมพนัก | `stairs`, `stair_steps` | | พนักระเบียง | แถบตามขอบย่อมุม ขัดกันที่มุม | `balustrade` | | ลายละเอียด | ปากกา Cricut (ถูกตัดให้อยู่บนเนื้อไม้อัตโนมัติ) | `pen=` | ## การตรวจ 1. **generator:** ต้องได้ `n_problems = 0` (ไม่มีเนื้อไม้แคบเกิน รูเล็กเกิน หรือชิ้นแตกเป็นหลายก้อน) 2. **check_kit.py:** ระยะห่างบนแผ่น ปากกาอยู่บนเนื้อไม้ เตือนชิ้นเปราะ 3. **check_assembly.py ใน Blender:** ชิ้นชนกัน 0 และชิ้นลอย 0 โดยตรวจ BVH จาก outline ที่หด 0.06 และขยาย 0.1 มม. 4. **สร้างในเซสชันว่างเสมอ:** `read_homefile(use_empty=True)` แล้วรัน build.py ตามด้วย check_assembly.py ## ข้อควรระวังเรื่องสเกล - รายละเอียดที่ตัดได้ที่ 1:80 (ผู้แบก กรอบหน้าต่าง ช่อฟ้า) จะเล็กเกินตัดที่ 1:220 - ย่อสเกลแล้วต้องลดรายละเอียด แต่คงรูปทรงหลัก (ผัง หลังคา การซ้อน ยอด) ไว้ - วงแหวนบนสุดของยอดต้องมีครึ่งกว้างอย่างน้อยประมาณ 7.75 มม. เนื้อไม้รอบรูแกนจึงจะพอ --- # 18 รูปอ้างอิง — ภาพจริงพร้อมโน้ตว่าดูอะไร รูปทั้งหมดอยู่ที่ (คลังภาพภายใน ไม่เผยแพร่) และรูปที่มีหมายเลขกำกับอยู่ที่ (คลังภาพภายใน ไม่เผยแพร่) **ใช้ภายในเท่านั้น** เพราะหลายรูปเป็นภาพของบุคคลอื่นและมีลายน้ำ ห้ามเผยแพร่หรือใส่ในสินค้า รูปที่มีคำว่า "scan" มาจากโมเดลสแกน 3 มิติ: **ใช้ดูมวลรวมได้ แต่รายละเอียดหลังคาเพี้ยน** (ดู [15](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/design-rules.md)) --- ## A. ระบบหลังคา: ลด · ซ้อน · ตับ ### 43 — จั่วลดด้านหน้า 3 ชั้น และชายคาที่ลดเป็นขั้น *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 43]* - จั่ว 3 ผืนเรียงในแนวลึก **ผืนหลังสูงกว่าและใหญ่กว่า ป้านลมขนานกัน** แต่ละผืนมีช่อฟ้าของตัวเอง (หมายเลข 1–3) - ผืนหลังคาแต่ละตับมีกรอบสีของตัวเอง (5) - **ทุกขั้นที่ชายคาลดลงมีหางหงส์หัวนาคของตัวเอง** (6–8) ### 41 — วัดโพธิ์ มองด้านข้าง *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 41]* - ช่วงประธานสูงที่สุด (1) ที่ปลายอาคารมีจั่วลดลงมาเป็นชั้น แต่ละชั้นมีช่อฟ้า (2–4) - แนวล่างคือหลังคาตับล่าง (ปีกนก หรือซ้อนล่าง) ลาดต่ำล้อมรอบอาคาร และลดลงอีกขั้น (6–7) ### 42 — เครื่องลำยองระยะใกล้ *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 42]* - ใบระกาเรียงบนสันตัวรวย (1) และงวงไอยรา (2) - ตัวรวยพักบนแปเป็นจังหวะ คือนาคสะดุ้ง (7) - หางหงส์เศียรนาคเชิดขึ้น **ที่ทุกตับ** (3–5) - หน้าบันลายพรรณพฤกษาปิดทอง เว้าลึกจากป้านลม (6) ### 35, 36, 37, 38 — จั่วซ้อนกันในแนวลึก (ตัวอย่างประกอบกฎ "ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า") | 35 | 36 | 37 | 38 | |---|---|---|---| | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 35]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 36]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 37]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 38]* | - **35:** ป้านลมของจั่วที่ซ้อนกันวิ่งขนานกัน หางหงส์เรียงตามขั้น - **36:** จั่ว 2 ชั้น ช่อฟ้า 2 ตัว ตัวหลังสูงกว่า - **37:** จั่ว 3 ชั้นในพระบรมมหาราชวัง ผืนหลังโผล่พ้นผืนหน้าทั้งสองข้าง - **38:** 3 ชั้น ผืนกระเบื้องแต่ละผืนมีกรอบสีของตัวเอง ### 19 — หลังคามองด้านข้าง *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 19]* - ช่อฟ้าอยู่ปลายสัน ชี้ขึ้นแล้วโค้งออก ส่วนชายคาลดเป็นขั้น --- ## B. ทรงปราสาท / มณฑป: ยอดงอกจากกลางหลังคา ### 31 — พระมณฑปวัดพระแก้ว *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 31]* - ยอดทรงมณฑป 7 ชั้นซ้อน [S10] (1) เรือนยอดเริ่มจากกลางหลังคา (2) - จั่วหน้าซ้อนชั้น (3) จั่วด้านข้างต่ำกว่า (4) - ผนังมีซุ้มทุกช่อง (6) ### 40 — พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านหน้า *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 40]* - ยอดปราสาทมีซุ้มบรรพแถลงทุกชั้น (1) - ครุฑอยู่หน้าเรือนยอดตรงจุดที่หลังคามาบรรจบ (2) - จั่วหน้าซ้อนหลายชั้น ป้านลมขนาน (3–4) ### 39 — จุดตัดหลังคากับฐานยอด (มุมบน) *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 39]* - หลังคา 4 ทิศมาชนเรือนยอด มีรูปครุฑประดับที่หน้าเรือนยอด - ชั้นยอดแต่ละชั้นมีซุ้มบรรพแถลงและนาคปักที่มุม --- ## C. มณฑปทิศวัดอรุณ (กรณีศึกษา) ### 14 — ด้านยาว *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 14]* - มุขกลางยื่นออกมา (1, 4) และมีปีกซ้ายขวา หน้าต่างลายเขียว 3 บาน (1–3) - แถบเทวดาแบกยื่นตามมุข (6) ฐานซุ้มโค้ง (7) ฐานลายกระเบื้องฉลุ (8) ### 30 — มณฑปทิศตะวันตก ทั้งองค์ (รูปความละเอียดสูงที่สุด) *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 30]* - ฐานซุ้มโค้ง → ยักษ์และเทวดาแบก → บัวซ้อนหลายชั้นยื่นตามมุข → ตัวเรือนสูง หน้าต่างลายเขียว - หลังคาจั่วซ้อนชั้นทุกทิศ → ยอดชั้นเชิงกลอนมีซุ้มทุกชั้น → ปลียาว - ด้านสกัดเห็นจั่วหลายชั้นไล่ขึ้นหายอด ### 16 — ด้านข้างกับบันได *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 16]* - บันไดอยู่ข้างปลายปีก วิ่งขึ้นเข้าหาปรางค์ประธาน ### ภาพจากโมเดลสแกน (ดูมวล ห้ามเชื่อรายละเอียดหลังคา) | 23 หลังคาปีก + ช่อฟ้า | 25 ฐานยื่นตามมุข | 26 ด้านหน้า | 29 จั่วรอบยอด | |---|---|---|---| | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 23]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 25]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 26]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 29]* | - **25:** ฐานทุกชั้นยื่นตามมุขและย่อมุมที่มุมมุข - **29:** ร่องที่เห็นหลังจั่วคือ **ข้อผิดพลาดของการสแกน** ของจริงมีหลังคาอยู่ข้างหลัง ### 33 — ❌ ตัวอย่างที่ผิด (โมเดล v13) *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 33]* - หลังคาผืนหลัง (แขนยอดด้านข้าง) แคบกว่าผืนหน้า (หลังคาปีก) ผิดกฎซ้อน --- ## D. ภาพอ้างอิงที่เผยแพร่ได้ (Wikimedia Commons) ภาพที่ใช้ในทุกหน้าของคลังความรู้นี้เป็น **ภาพต้นฉบับจริง** (ภาพถ่าย หรือภาพร่างของผู้รู้) จาก Wikimedia Commons ที่ใช้สัญญาอนุญาตเสรี ทุกภาพบันทึกชื่อผู้ถ่าย สัญญาอนุญาต และลิงก์หน้าต้นฉบับไว้ใน `images/photos/manifest.json` (บนเว็บดูที่หน้า credits) > **หลักของคลังความรู้นี้:** ใช้เฉพาะภาพต้นฉบับจริงเป็นหลักฐาน แผนภาพที่วาดย่อหรือ "optimize" เองจะไม่อยู่ในคลังความรู้ > แผนภาพเหล่านั้นเก็บแยกไว้ที่ (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) เพื่อใช้เป็นงานออกแบบในภายหลังเท่านั้น --- # อภิธานศัพท์ (ไทย → อังกฤษ → ไฟล์) | ศัพท์ | อังกฤษ / คำอธิบายสั้น | ไฟล์ | |---|---|---| | กนก | flame-like scroll motif | 13 | | กระจัง | row of pointed leaf ornaments | 13 | | กระบี่แบก | monkey atlantes | 14 | | กลีบขนุน | corner antefix leaf on prang tiers | 09 | | กันสาด / พาไล | lean-to side roof | 05 | | กำแพงแก้ว | low enclosing wall | 12 | | กินรี | kinnari (half-bird woman) | 14 | | คันทวย | bracket supporting eaves | 04, 06 | | งวงไอยรา | trunk-like lower curve of bargeboard | 07 | | ชั้นซ้อน | stacked tiers (prang / spire) | 08, 09 | | ชั้นเชิงกลอน | stepped tiers of a mondop/prasat spire | 08 | | ชั้นรัดประคด | band tiers of a prang | 09 | | ช่อฟ้า | chofa: finial at the ridge end | 07 | | ซ้อน (หลังคาซ้อน) | layered gables in depth: rear is wider and higher | 05 | | ซุ้มจระนำ | blind niche with an image | 04, 09 | | ซุ้มบันแถลง / ทรงมงกุฎ / ทรงปราสาท | window/door pediment types | 04 | | ตะเข้ราง / ตะเข้สัน | valley / hip | 05 | | ตับ | one continuous roof plane | 05 | | ท้องไม้ | recessed band in a base | 02 | | ทรงจอมแห | concave "cast-net" spire silhouette | 08, 09 | | นภศูล | trident finial of a prang | 09 | | บันแถลง | miniature gable / pediment | 06, 08 | | บัวกลุ่ม / บัวคลุ่ม | stacked lotus rings below the spire tip | 08 | | บัวคว่ำ / บัวหงาย | inverted / upright lotus moulding | 02 | | บัวหัวเสา (บัวแวง บัวจงกล) | lotus capital | 04 | | บัลลังก์ | throne block above a chedi bell | 10 | | ปลี | spire tip cone | 08, 10 | | ปล้องไฉน | stacked rings of a chedi spire | 10 | | ประจำยาม | four-petal medallion | 13 | | ป้านลม / ลำยอง | bargeboard | 07 | | ปีกนก | lower skirt roof | 05 | | มารแบก / ยักษ์แบก / เทวดาแบก | atlantes | 14 | | มุข (มุขโถง มุขลด มุขประเจิด มุขเด็จ) | projecting bay / porch | 04, 05 | | ย่อมุม (ไม้แปด ไม้สิบสอง ไม้ยี่สิบ) | redented corners | 03 | | รวงผึ้ง | hanging fretwork under a gable | 06 | | ลดชั้น | roof stepping down toward the ends | 05 | | ลูกแก้ว / ลูกแก้วอกไก่ | round / keeled torus | 02 | | เรือนธาตุ | body (cella) of a prang/chedi/spire | 04, 08, 09 | | หน้ากระดาน | flat band | 02 | | หน้าจั่ว / หน้าบัน | gable / tympanum | 06 | | หางหงส์ | upturned end of the bargeboard | 07 | | ฐานเขียง / ฐานบัว / ฐานสิงห์ / ฐานปัทม์ | base types | 02 | | ฐานทักษิณ / ฐานไพที | circumambulation terrace / platform | 02 | | ใบระกา | fin-like crest on the bargeboard | 07 | | ไขรา | soffit projection under the gable | 06 | | เม็ดน้ำค้าง | dew-drop ball at the tip | 08, 10 | | จัตุรมุข | cruciform plan with four porches | 05 | | ทรงปรางค์ | bulging-then-gathered tower profile (masonry) | 00, 09 | | เส้นจอมแห / เส้นทรง | the concave controlling outline; secondary lines run parallel to it | 00, 08 | | เผื่ออากาศกิน | optical correction: stretch the spire taller when built large | 00, 08 | | ชุดเชิงกลอน | one spire tier = ท้องไม้ + เชิงกลอน + หลังคา | 08 | | องค์ระฆัง (ยอดมณฑป) | top roof tier of the spire, the principal roof | 08 | | บัวคอเสื้อ · บัลลังก์ · เหม | collar lotus, throne block, stacked bands above the bell | 08 | | บัวคลุ่ม (บัวโถ) · ปลียอด · พุ่มข้าวบิณฑ์ | bulb rings, finial cone, crowning lotus-bud top | 08 | | ซุ้มบรรพแถลง · กระเปาะ (เก็จ) · บราลี · นาคปัก | tier pediment, projecting bay, ridge spikes, corner naga antefix | 08 | | แปลาน · แปงวง · แปหัวเสา · อกไก่ | purlins; the 2nd purlin hooked by the trunk; wall-plate purlin; ridge beam | 05, 07 | | รวยระกา · นาคสะดุ้ง · นาคเบือน | naga bargeboard; its stepped part on purlin 1; head turned to face front | 07 | | ปั้นลม / ป้านลม / ต้านลม · ตัวเหงา · หางปลา | bargeboard; its scrolled foot and fishtail top on houses | 06 | | เรือนเครื่องผูก · เรือนเครื่องสับ · เรือนชั้นสูง | tied bamboo house, joined hardwood house, royal/religious building | 00, 06 | | ฐานหย่อนท้องช้าง | sagging (ship-hull) base | 02 | | กระหนกสามตัว: ตัวเหงา · กาบ (ตัวประกบ) · ตัวยอด | the mother kranok: scroll, sheath, flame tip | 13 | | กระจังตาอ้อย · กระจังใบเทศ · กระจังฟันปลา · กระจังรวน · แข้งสิงห์ | kranok-jang leaf types; inner divisions | 13 | | พุ่มข้าวบิณฑ์ | lotus-bud bouquet motif, 2:3 | 13 | | ไส้ลาย | teardrop inlay inside a motif | 13 | | ช่องไฟ (ช่องไฟพื้น) | even spacing / ground between motifs | 13 | | ลายรดน้ำ · ลายกำมะลอ | gold-on-lacquer; mixed lacquer painting | 13 | | ไตรภูมิ · เขาพระสุเมรุ · เขาสัตตบริภัณฑ์ | three worlds; Mount Meru; 7 surrounding ranges | 00 | | พุทธาวาส · สังฆาวาส | Buddha zone; monks' zone of a wat | 01 | | ช่างสิบหมู่ · เบญจรงค์ | ten crafts; five-colour palette | 00 | --- # แหล่งอ้างอิง (Sources) ในเอกสารชุดนี้อ้างแหล่งด้วยรหัส **[S#]** ข้อความต้นฉบับที่ดึงมาจาก PDF เก็บไว้ใน `research/` เพื่อตรวจทานได้ ## งานวิชาการ (อ่านฉบับเต็มแล้ว ข้อความอยู่ใน research/) | รหัส | แหล่ง | ใช้เรื่อง | ไฟล์ข้อความ | |---|---|---|---| | S18 | บุณยกร วชิระเธียรชัย (2558). สถาปัตยกรรมเครื่องยอด "ทรงจอมแห" ว่าด้วยหลักวิชา เส้น รูป และความรู้สึก: กรณีศึกษา "ยอดบุษบก-มณฑป". *หน้าจั่ว* ฉบับที่ 12 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร (NAJUA) | องค์ประกอบยอด 16 ส่วน, การขึ้นทรงจอมแห, สัดส่วน, จำนวนชั้นเชิงกลอนตามประเภทอาคาร, ระยะชุดเชิงกลอน, นิยามปราสาท/มณฑป/บุษบกของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) | | S17 | ภาสกร แสงสว่าง (2560). รูปแบบปั้นลมอาคารบ้านเรือนที่เปลี่ยนแปลงไปตามฐานานุศักดิ์ของผู้อาศัย. *Veridian E-Journal ม.ศิลปากร* 10(1) — อ้างอิงหลัก: สมใจ นิ่มเล็ก (2539) *เครื่องบนและงานประดับของสถาปัตยกรรมไทย* | ปั้นลม/ป้านลม, เรือนเครื่องผูก-เครื่องสับ-ชั้นสูง, รวยระกา, นาคสะดุ้ง, งวงไอยรา, แปงวง, ช่อฟ้า 3 แบบ, หางหงส์, นาคเบือน, เส้นจอมแห | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) | | S16 | นฤทธิ์ วัฒนภู (2565). ลวดลายประดับในศิลปกรรมไทย: หลักการและเทคนิคการออกแบบ. *ศิลปกรรมสาร* 15(2) ม.บูรพา | หลักการออกแบบลาย 5 ข้อ, เทคนิค 5 ข้อ, ไส้ลาย, ลายเดี่ยว/กนก/พรรณพฤกษา | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) | | S15 | ขจรเดช หนิ้วหยิ่น และคณะ (2566). วิวัฒนาการความเป็นมาของลายไทย. *วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา* 14(1) มจร. | ยุคสมัย, 4 กลุ่มลายตามยุค, ที่มาจากธรรมชาติและศรัทธา, ลายพื้นฐาน, สถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม ร.3 | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) | | S14 | เอกสารประกอบการสอน รายวิชาศิลปะไทยวิจักษ์ บทที่ 9 ปฏิบัติการจิตรกรรมไทย ม.ราชภัฏสวนสุนันทา | โครงสร้างกระหนกสามตัว (ตัวเหงา กาบ ตัวยอด), กระจังตาอ้อย, พุ่มข้าวบิณฑ์ 2:3, สีเบญจรงค์ | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) | | S19 | วารสารราชบัณฑิตยสภา ปีที่ 40 ฉบับที่ 2 (เม.ย.–มิ.ย. 2558) หน้า 212–214 (อุโบสถวัดใหญ่อินทาราม) | นิยามหลังคาซ้อนชั้น, ฐานหย่อนท้องช้าง | (อ่านจากเว็บ orst.go.th) | ## วิกิพีเดียและเว็บ (อ่านผ่านเว็บ) | รหัส | แหล่ง | ใช้เรื่อง | |---|---|---| | S1 | วิกิพีเดียไทย "ลายกระหนก" | นิยาม กระหนก/กนก, สามเหลี่ยมชายธง, ประเภทกระหนก | | S2 | วิกิพีเดียไทย "ลายกระจัง" | กระจัง 5 แบบ | | S3 | วิกิพีเดียไทย "ลายประจำยาม" | ประจำยาม, พุ่มข้าวบิณฑ์, ลายหน้าขบ | | S4 | วิกิพีเดียไทย "ลายเครือเถา" | เครือเถา 3 แบบ | | S5 | วิกิพีเดียไทย "การผูกลาย" | หลักการผูกลาย | | S6 | วิกิพีเดียไทย "ลำยอง" | องค์ประกอบเครื่องลำยอง | | S7 | วิกิพีเดียไทย "ช่อฟ้า" | ส่วนของช่อฟ้า, แบบปาก | | S8 | วิกิพีเดียไทย "ไตรภูมิ" | ภูมิ 3, เขาพระสุเมรุ | | S9 | วิกิพีเดียไทย "สถาปัตยกรรมไทย" | ยุคสมัย, องค์ประกอบ | | S10 | วิกิพีเดียไทย "พระมณฑป (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)" | ยอดมณฑป 7 ชั้นซ้อน คติเขาพระสุเมรุ | | S11 | Wikipedia "Thai temple art and architecture" | พุทธาวาส/สังฆาวาส, ประเภทอาคาร, ชั้นหลังคา, ช่อฟ้าเป็นครุฑ | | S12 | Wikipedia "Wat Arun" | ปรางค์ = เขาพระสุเมรุ, พระอินทร์ทรงเอราวัณ, ปรางค์ทิศของพระพาย | | S13 | วิกิพีเดียไทย "วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร" | ส่วนของพระปรางค์ | | S20 | silpa-mag.com ?p=129292 "วัดอรุณ แลนด์มาร์กดัง มีสัญลักษณ์อะไรซ่อนอยู่" (เห็นเฉพาะสรุปผลค้นหา) | ผังจำลองไตรภูมิ, มงกุฎบนยอด = คติพระอินทร์, เขาสัตตบริภัณฑ์ 7 ชั้น | | S21 | ancientbangkok.com ?p=2806 "อาคารหลังคาคลุมในสมัยรัตนโกสินทร์" | หลังคาซ้อนชั้นหลายตับ, เสาย่อมุมไม้สิบสองบัวแวง, ซุ้มบรรพแถลง/ซุ้มทรงปราสาทยอด | ## แหล่งรอบที่ 3 (เพิ่มสำหรับเว็บความรู้) | รหัส | แหล่ง | ใช้เรื่อง | |---|---|---| | S22 | กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์, ศักดิ์ชัย สายสิงห์ (2564). เทคนิคงานจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ. *วารสารศิลปกรรมศาสตร์* (อ้าง สันติ เล็กสุขุม 2014) | แบบแผนการวางเรื่องบนผนังอุโบสถ ((ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน)) | | S23 | วิกิพีเดียไทย "ศิลปะไทย" | 4 หมวดลาย กนก นารี กระบี่ คชะ, ลักษณะจิตรกรรม | | S24 | thaiarchiculture.com "สถาปัตยกรรมไทย ว่าด้วยตำราลายไทย" | 4 หมวด, ลายลูกฟัก หน้ากระดาน รักร้อย | | S25 | ธีรวัฒน์ ช่างสาน และคณะ (2550). ลายเครื่องถม. *วารสาร มรภ.ยะลา* 2(1) | แม่ลาย 9 แบบ, รายชื่อลาย 37 ลาย ((ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน)) | | S26 | ผลค้นหา: ลายกรวยเชิง ลายหน้ากระดาน ลายรักร้อย ลายประแจจีน (saranukromthai, tci-thaijo, treasureantique639) | ตำแหน่งใช้ลายแถว | | S27 | วิกิพีเดียไทย "จิตรกรรมไทย" | ลักษณะจิตรกรรม | | S28 | Wikipedia "Thai art" | ยุคสมัย พระพุทธรูป ประณีตศิลป์ ช่างสิบหมู่ ร.1 | | S29 | วิกิพีเดียไทย "ปางพระพุทธรูป" | ปาง, ปางประจำวัน | | S30 | วิกิพีเดียไทย "สัตว์หิมพานต์" | สัตว์หิมพานต์ 3 จำพวก | | S31 | วิกิพีเดียไทย "ครุฑ" | ครุฑ ครุฑยุดนาค ครุฑพ่าห์ | | S32 | วิกิพีเดียไทย "นาค" | นาค 4 ตระกูล นาคให้น้ำ | | S33 | วิกิพีเดียไทย "เครื่องเบญจรงค์" | เบญจรงค์ ลายน้ำทอง | | S34 | วิกิพีเดียไทย "เรือนไทย", "เรือนไทยภาคกลาง/เหนือ/อีสาน/ใต้" | เรือน 4 ภาค | | S35 | Wikipedia "Architecture of Thailand" | หลักร่วม ข้อห้าม กุฏิ หลักเมือง | | S36 | วิกิพีเดียไทย "อุโบสถ" | นิยามอุโบสถ | | S37 | วิกิพีเดียไทย "หอไตร" | หอไตรกลางน้ำ | | S38 | วิกิพีเดียไทย "ช่างสิบหมู่" | ช่างสิบหมู่ ที่มาของคำ | ## แหล่งที่เปิดไม่ได้ (บล็อก 403) — ควรหาอ่านเพิ่ม - ศิลปวัฒนธรรม: "ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์" (?p=155281), "สรรพสัตว์บนหลังคา" (?p=164427), "รูปทรงของหลังคา มงกุฎแห่งสถาปัตย์" (article_166718), "องค์ประกอบหลังคาเรือนไทย" (?p=164025) - หนังสือหลักที่งานวิชาการอ้างถึง (ควรหาฉบับจริง): - สมใจ นิ่มเล็ก (2539) *เครื่องบนและงานประดับของสถาปัตยกรรมไทย* - สมใจ นิ่มเล็ก (2547) *อุโบสถสถาปัตยกรรมไทย* - โชติ กัลยาณมิตร (2548) *พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง* - ราชบัณฑิตยสถาน (2557) *พจนานุกรมศัพท์ลายไทย* - น. ณ ปากน้ำ (2550) *วิวัฒนาการลายไทย* - สันติ เล็กสุขุม *ศิลปะอยุธยา / ศิลปะสุโขทัย* - ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ (2539) *ลายไทย ภาพไทย* ## รูปอ้างอิงที่ผู้ดูแลส่งมา ดู [18_รูปอ้างอิง.md](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/reference-photos.md) ไฟล์อยู่ที่ (คลังภาพภายใน ไม่เผยแพร่) ใช้ภายในเท่านั้น หลายรูปเป็นภาพของบุคคลอื่นและมีลายน้ำ ห้ามเผยแพร่