{
 "title": "ความรู้ลายไทย ศิลปะไทย และสถาปัตยกรรมไทย",
 "title_en": "Thai Art, Lai Thai & Thai Architecture Knowledge Base",
 "updated": "2026-10-08",
 "site": "https://thai-art-knowledge.pages.dev",
 "pages": [
  {
   "slug": "philosophy",
   "title": "00 ปรัชญาและคติเบื้องหลังรูปทรงไทย — อ่านก่อนออกแบบทุกครั้ง",
   "title_en": "Philosophy & cosmology: form before ornament, chom hae curve, Traiphum, rank",
   "group": "foundations",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/philosophy",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/philosophy.md",
   "headings": [
    "1. ทรงมาก่อนเครื่องประดับ",
    "2. ทรงจอมแห — เส้นรอบนอกของสถาปัตยกรรมไทย",
    "3. ไตรภูมิและเขาพระสุเมรุ — ทำไมทุกอย่างซ้อนชั้นและชี้ขึ้น",
    "4. ฐานานุศักดิ์ — รูปทรงบอกสถานะ",
    "5. ธรรมชาติ ศรัทธา และการคลี่คลาย",
    "6. ภูมิอากาศ",
    "7. ช่างสิบหมู่ และสีเบญจรงค์"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_1.jpg",
     "caption": "พระมณฑปวัดพระแก้ว (ข้างพระศรีรัตนเจดีย์): ยอดมณฑปซ้อนชั้น",
     "author": "Radosław Botev",
     "license": "CC BY 3.0 pl",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(1).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg",
     "caption": "วัดโพธิ์: จั่วซ้อน 3 ชั้น ช่อฟ้าทุกชั้น ป้านลมนาคสะดุ้งขนานกัน ผืนหลังสูงกว่า",
     "author": "LBM1948",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_complex.jpg",
     "caption": "หมู่พระปรางค์วัดอรุณจากแม่น้ำ: ปรางค์ประธาน (เขาพระสุเมรุ) ล้อมด้วยปรางค์ทิศ 4 มุม",
     "author": "This Photo was taken by Supanut Arunoprayote.\n\nFeel free to use any of my images, but please mention me as the author and may send me a message.  (สามารถใช้ภาพได้อิสระ แต่กรุณาใส่เครดิตผู้ถ่ายและอาจส่งข้อความบอกกล่าวด้วย) \n\n\n\nPlease do not upload an updated image here without consultation with the Author. The author would like to make corrections only at his own source. This ensures that the changes are preserved.Please if you think that any changes should be required, please inform the author.Otherwise you can upload a new image with a new name. Please use one of the templates derivative or extract.",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Prang_Wat_Arun_during_day.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 00 ปรัชญาและคติเบื้องหลังรูปทรงไทย — อ่านก่อนออกแบบทุกครั้ง\n\n> \"หากทรงไม่ดีแล้ว จะแต่งตัวอย่างไรก็ยากที่จะให้ดีได้\" — คติช่างไทย [S18]\n\n## 1. ทรงมาก่อนเครื่องประดับ\nสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงอธิบายไว้ว่า:\n\n> \"ที่พอใจนั้นไม่ใช่เพราะมีเครื่องลำยองประดับมาก พอใจในรูปทรงซึ่งเห็นว่าเขาทำงามอย่างยิ่ง เครื่องลำยองนั้นมีแรงทำประกอบเข้าไปเถิดไม่ว่าไร ขอแต่อย่าประกอบให้เสียทรงก็แล้วกัน แม้ว่าเครื่องลำยองนั้นจะผุตกลงมาหมด ก็จะยังดูงามอยู่นั่นเองเพราะทรงงาม\" (อ้างใน [S18])\n\n**สิ่งที่ต้องทำในงานออกแบบ:**\n1. กำหนด **ทรง** ก่อน ได้แก่ เส้นรอบนอก ผัง สัดส่วนมวล และการซ้อนชั้นของหลังคา\n2. จากนั้นจึงใส่ **องค์ประกอบ** เช่น ซุ้ม บันแถลง และชั้นบัว\n3. แล้วจึงใส่ **ลาย** (ปากกา ฉลุ หรือปูนปั้น)\n\nงานมณฑปวัดอรุณผิดซ้ำหลายรอบเพราะใส่รายละเอียดก่อนที่ทรงจะถูก เช่น ผังยังเป็นจัตุรัส การซ้อนจั่วกลับด้าน และยอดลอยอยู่บนสัน (ดู [15](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/design-rules.md))\n\n**ในการออกแบบไทย ทรงถูกสร้างจากเส้น 2 แบบ:**\n- **เส้นทรงตั้งต้น:** เส้นจอมแหที่ช่างกำหนดเอง\n- **เส้นทรงที่อิงหลักทรงเดิม:** เส้นที่ \"คู่ขนาน\" หรือ \"ล้อกัน\" กับเส้นตั้งต้น และรวบไปที่ปลายยอดจุดเดียวกัน ใช้หาจังหวะย่อมุม ตำแหน่งซุ้ม บราลี และนาคปัก\n\nกฎของเส้นที่สองคือ \"ต้องไม่ไปทำลายความเป็นรูปทรงตั้งต้น\" [S18] **ความ \"ขนาน\" ของเส้นจึงเป็นหลักใหญ่ของงานไทย** และเป็นที่มาของกฎที่ว่าป้านลมของจั่วที่ซ้อนกันต้องขนานกัน (ดู [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md))\n\n## 2. ทรงจอมแห — เส้นรอบนอกของสถาปัตยกรรมไทย\n- **ที่มาของชื่อ:** เอาแหขึ้นตาก ผูกเชือกที่จอมแหแขวนกับคาน แล้วถ่างปากแหออก จะเห็นเส้นสองข้าง **แอ่นเว้าเข้าด้านใน** แล้วรวบขึ้นสู่จอม [S17, S18]\n- **ใช้กับ:** ปั้นลมของเรือนเครื่องสับและเรือนชั้นสูง หน้าจั่ว เส้นรอบนอกของเจดีย์ บุษบก และมณฑป [S17]\n- **ยอดอาคารไทยมีทรงหลัก 2 แบบ** [S18]\n  1. **ทรงจอมแห** (งานเครื่องไม้): สามเหลี่ยมที่ \"โค้งแอ่น\" แล้ว \"รวบขึ้น\" สู่ปลายยอด\n  2. **ทรงปรางค์** (งานเครื่องก่อ): ด้าน \"ก่ง (โก่ง) ออก\" แล้ว \"รวบเข้า\" ก่อนถึงปลาย ดึงเป็น \"จอม\" ขึ้นเล็กน้อย\n- **เผื่ออากาศกิน:** เมื่อแปลงแบบ 2 มิติเป็นของจริงขนาดใหญ่ ระนาบที่เอียงรวบเข้าหาศูนย์กลางทั้ง 4 ทิศ ประกอบกับการมองจากพื้น ทำให้ยอดดูเตี้ยลง ช่างจึงยืดสัดส่วนให้สูงขึ้น เช่น จากกว้าง 1 : สูง 2.5 เป็น 1 : 3 เมื่อขยายแบบ [S18]\n  **ใช้กับโมเดล:** ถ้าโมเดลเล็กและคนมองจากด้านบน ไม่ต้องเผื่อมาก แต่ถ้ามองจากระดับต่ำ ให้ยืดยอดขึ้น\n\n![ยอดพระมณฑปวัดพระแก้ว: เส้นรอบนอกโค้งแอ่นแบบทรงจอมแห](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_1.jpg)\n\n*ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(1).jpg*\n\n![ป้านลมของจั่วซ้อนวัดโพธิ์: เส้นจอมแหที่วิ่งขนานกัน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg)\n\n*ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg*\n\n## 3. ไตรภูมิและเขาพระสุเมรุ — ทำไมทุกอย่างซ้อนชั้นและชี้ขึ้น\n- **ไตรภูมิ** แบ่งจักรวาลเป็น 3 ภูมิ ได้แก่ กามภูมิ (11 ชั้น มีนรกและสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่ในนี้) รูปภูมิ (16 ชั้น) และอรูปภูมิ (4 ชั้น) [S8]\n- **เขาพระสุเมรุ** เป็นแกนกลางของจักรวาล ล้อมด้วย **เขาสัตตบริภัณฑ์ 7 ชั้น** เหมือนวงแหวน [S8, S20] มีป่าหิมพานต์ และสัตว์อย่างนาค ครุฑ กินรี\n- **ในสถาปัตยกรรม:**\n  - หอสูงหรือยอดแทนแกนเขาพระสุเมรุ\n  - ฐานและลานซ้อนชั้นแทนเขาและทะเลที่ล้อมรอบ\n  - **ผังวัดอรุณจำลองจากจักรวาลตามไตรภูมิ** [S20] ปรางค์ประธานคือเขาพระสุเมรุ [S12] บนยอดมีมงกุฎ ย้ำคติพระอินทร์ผู้ครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์บนยอดเขาพระสุเมรุ [S20]\n  - พระมณฑปวัดพระแก้วสร้างตาม \"คติเขาพระสุเมรุ\" มียอด 7 ชั้นซ้อน [S10]\n- **ผลต่อรูปทรง:** ชั้นซ้อนคือสวรรค์หลายชั้น ยิ่งสูงยิ่งเล็กยิ่งละเอียด ส่วนผู้แบก (ยักษ์ กระบี่ มาร) อยู่ชั้นล่าง เพราะเป็นภูมิของสัตว์ที่ต่ำกว่า (ดู [14](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/figures.md))\n\n![หมู่พระปรางค์วัดอรุณ: ผังจำลองเขาพระสุเมรุและจักรวาล](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_complex.jpg)\n\n*ภาพ: This Photo was taken by Supanut Arunoprayote. Feel free to use any of my images, · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Prang_Wat_Arun_during_day.jpg*\n\n## 4. ฐานานุศักดิ์ — รูปทรงบอกสถานะ\n- สังคมไทยโบราณใช้ระบบศักดินา อาคารจึงแสดงฐานันดรของผู้อยู่หรือเจ้าของ ช่างถือกฎอย่างเคร่งครัด **ไม่ทำเรือนสามัญชนให้เหมือนวัดหรือวัง** [S17]\n- **อาคารทรงไทยชั้นสูง** (มีเครื่องลำยอง ปิดทองประดับกระจก) ใช้ได้เฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์และศาสนา มาจากคติเทวราชา/สมมุติเทพ พระมหากษัตริย์ทรงอนุญาตให้วัดใช้อาคารทรงจั่วชั้นสูงและทรงเครื่องยอดได้ [S17]\n- **ลำดับฐานานุศักดิ์ของปั้นลม:** เรือนเครื่องผูก → เรือนเครื่องสับ → เรือนชั้นสูง (ดู [06](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md))\n- **ลำดับฐานานุศักดิ์ของเครื่องยอด** [S18]\n  - **บุษบก** = ซุ้มยอด (เล็ก)\n  - **มณฑป** = เรือนยอด\n  - **ปราสาท** = เรือนยอดที่มีมุข\n  - **มหาปราสาท** อยู่สูงสุด\n  - จำนวนชั้นเชิงกลอนตามแบบแผนช่างหลวง: บุษบก 5 · มณฑป 7 · ปราสาท 5 · มหาปราสาท 7\n- **ลวดลายวิจิตรใช้กับศาสนาและวังเท่านั้น** อาคารสามัญในอดีตเรียบ เพราะ \"อาจถูกมองว่าเป็นการเทียบชั้น\" [S16]\n\n## 5. ธรรมชาติ ศรัทธา และการคลี่คลาย\n- ลายไทยเริ่มจากการดูธรรมชาติ เช่น เถาวัลย์ ดอกบัว เปลวไฟ กาบไผ่ และกาบกล้วย กับเครื่องบูชา เช่น ดอกบัว พวงมาลัย ควันธูป และเปลวเทียน จากนั้น **ดัดแปลงตามคติ** ไม่ได้เลียนธรรมชาติตรงๆ แบบศิลปะตะวันตก [S15]\n- ต้นแบบมาจากลายอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ ช่างไทยปรับจนเป็นเอกลักษณ์ [S15, S16]\n- **ลักษณะของงานที่ดี:** เส้นอ่อนช้อยลื่นไหล ไม่หักกระด้าง ช่องไฟสม่ำเสมอ จังหวะซ้ำแต่ไม่จำเจ และสมดุล (ดู [13](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-principles.md))\n\n## 6. ภูมิอากาศ\n- หลังคาสูงชันให้น้ำไหลเร็ว ชายคายื่นยาวกันฝนสาดและแดด ส่วนเรือนยกใต้ถุนสูงให้ลมผ่าน [S9 เรือนไทยภาคกลาง]\n- **ฐานหย่อนท้องช้าง (ตกท้องช้าง/ท้องสำเภา):** เริ่มจากไม้ที่แอ่นกลางเมื่อรับน้ำหนัก \"ครั้นเห็นกันว่างาม คงแปลงมาใช้กับงานก่ออิฐ\" [S19] **ความโค้งแอ่นในงานไทยจึงมีที่มาจากธรรมชาติของวัสดุ** ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อความสวยอย่างเดียว\n\n## 7. ช่างสิบหมู่ และสีเบญจรงค์\n- **ช่างสิบหมู่:** ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างรัก (ลงรักปิดทอง) ช่างบุ และช่างปูน\n- **ทุกแขนงตั้งต้นจากงานเขียน:** \"ผลงานศิลปกรรมไทยทุกแขนงมีพื้นฐานมาจากลักษณะงานจิตรกรรมหรืองานเขียนทั้งสิ้น\" [S16] ร่างลายและทรงบนแผ่นเรียบก่อนเสมอ\n- **สีเบญจรงค์ (5 สีหลักของช่าง):** เหลือง คราม แดงชาด ขาว ดำ\n  - ช่างเรียกสีว่า \"รงค์\" หรือ \"กระยารงค์\" และเรียกกาวที่ผสมว่า \"น้ำยา\"\n  - จิตรกรรมอยุธยาตอนต้นใช้เพียง 4 สี คือ แดง เหลือง ขาว ดำ\n  - สีอื่นเพิ่มเข้ามาจากจีนในสมัยอยุธยาตอนปลาย [S14]\n"
  },
  {
   "slug": "overview",
   "title": "01 ภาพรวม: อาคารไทยอ่านจากล่างขึ้นบน",
   "title_en": "Overview: base–body–roof–spire, wat zoning, building types, design order",
   "group": "foundations",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/overview",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/overview.md",
   "headings": [
    "หลักใหญ่: 3 ส่วนในแนวตั้ง",
    "เหตุผลของรูปทรงไทยโดยรวม",
    "ผังวัด [S11]",
    "นิยามเครื่องยอด (สมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ อ้างใน [S18])",
    "ประเภทอาคาร (ย่อ)",
    "ลำดับการออกแบบที่แนะนำ"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# 01 ภาพรวม: อาคารไทยอ่านจากล่างขึ้นบน\n\n## หลักใหญ่: 3 ส่วนในแนวตั้ง\n\nอาคารไทยประเพณีทุกประเภทแบ่งได้เป็น 3 ส่วนเสมอ การออกแบบต้องคิดทีละส่วนแล้วดูว่าต่อกันอย่างไร\n\n```\n            ┌── ยอด / เครื่องยอด  (ปลี, บัวกลุ่ม, ชั้นเชิงกลอน, นภศูล)\n   ส่วนบน ──┤\n            └── หลังคา + เครื่องลำยอง (จั่ว, ช่อฟ้า, ใบระกา, หางหงส์)\n   ส่วนกลาง ── ตัวเรือน / เรือนธาตุ (ผนัง เสา ซุ้มประตูหน้าต่าง ซุ้มจระนำ)\n   ส่วนล่าง ── ฐาน (ฐานเขียง ฐานบัว ฐานสิงห์ ฐานทักษิณ ฐานไพที)\n```\n\n- **อาคารมีหลังคา** (อุโบสถ วิหาร ศาลา หอไตร พระที่นั่ง): ฐาน → ตัวเรือน → หลังคาจั่ว (อาจมียอดตั้งบนหลังคา)\n- **อาคารทรงยอด** (ปรางค์ เจดีย์): ฐาน → เรือนธาตุ → ยอด ไม่มีหลังคาจั่ว แต่ \"ชั้นซ้อน\" ของยอดทำหน้าที่แทนหลังคาที่ย่อส่วนลงไปเรื่อยๆ\n- **อาคารเครื่องยอด** (มณฑป ปราสาท บุษบก): ฐาน → ตัวเรือน → หลังคาจั่ว 4 ทิศ → **ยอดที่งอกขึ้นจากกลางหลังคา** เป็นการรวมทั้งสองแบบข้างบน\n\n## เหตุผลของรูปทรงไทยโดยรวม\n\n1. **ความศักดิ์สิทธิ์ไล่ขึ้นข้างบน:** ยิ่งสูงยิ่งเรียว ยิ่งละเอียด และยิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปลายยอดคือจุดที่ต่อกับฟ้า เป็นคติเขาพระสุเมรุ\n2. **ชั้นซ้อนคือการจำลองอาคารซ้อนกัน:** ชั้นของยอดปรางค์หรือยอดมณฑปคืออาคารย่อส่วนที่วางซ้อนขึ้นไป แต่ละชั้นจึงมีหน้าจั่วจำลอง (บันแถลง) และซุ้มของตัวเอง\n3. **ภูมิอากาศ:** หลังคาชันเพื่อให้ฝนไหลเร็ว ชายคายื่นยาวกันแดดฝนให้ผนัง และใต้หลังคาสูงโปร่งเพื่อระบายความร้อน\n4. **สถานะของอาคาร:** จำนวนชั้นลด ชั้นซ้อน และจำนวนย่อมุมบอกฐานันดร อาคารหลวงหรือพระอารามสำคัญจะมีชั้นมากกว่าและย่อมุมมากกว่า\n\n## ผังวัด [S11]\n- **พุทธาวาส:** เขตที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า มีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ปรางค์ มณฑป หอไตร และหอระฆัง\n- **สังฆาวาส:** เขตที่อยู่ของสงฆ์ มีกุฏิ ศาลา และครัว\n- ทั้งสองเขตมีกำแพงล้อมแยกจากโลกภายนอก ส่วนอุโบสถมี **ใบเสมา 8 ทิศ** กำหนดเขตสีมา และมี **กำแพงแก้ว** ล้อมชั้นใน\n\n## นิยามเครื่องยอด (สมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ อ้างใน [S18])\n- **ปราสาท:** เรือนยอดแหลมที่มีมุข\n- **มณฑป:** เรือนยอดแหลมที่ไม่มีมุข\n- **บุษบก:** ของเล็กที่มีหลังคาซ้อนชั้น สำหรับนั่งหรือตั้งของ\n- ทั้งสามแบบ \"ต้องเป็นหลังคาซ้อนชั้น มียอดแหลม\"\n\n## ประเภทอาคาร (ย่อ)\n\n| อาคาร | ผัง | หลังคา / ยอด | จุดสังเกต |\n|---|---|---|---|\n| อุโบสถ / วิหาร | สี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว | จั่ว ลดชั้นตามยาว ซ้อนชั้นด้านหน้า มีมุข | หน้าบันใหญ่ด้านสกัด ประตูหน้า-หลัง มีใบเสมาล้อมรอบอุโบสถ |\n| มณฑป | สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือผืนผ้า มีมุข | จั่ว 4 ทิศ + ยอดทรงมณฑป | ยอดงอกจากกลางหลังคา (ดู 08, 11) |\n| ปราสาท | จัตุรมุข (กากบาท) | จั่ว 4 ทิศ + ยอดปราสาท | อาคารฐานันดรสูงสุด ใช้กับพระที่นั่งหรือพระอารามหลวง |\n| ปรางค์ | ย่อมุมจัตุรัส | ยอดฝักข้าวโพด ชั้นซ้อนมีกลีบขนุน | สืบจากปราสาทขอม (ดู 09) |\n| เจดีย์ | กลม หรือย่อมุม | ระฆัง → บัลลังก์ → ปล้องไฉน → ปลี | (ดู 10) |\n| บุษบก | จัตุรัส เล็ก โปร่ง | ยอดทรงมณฑป | เป็นมณฑปขนาดเล็ก มีแต่เสา ไม่มีผนัง ใช้ประดิษฐานสิ่งสำคัญ |\n| ศาลา | ผืนผ้า โปร่ง | จั่ว หรือปีกนก | เสารับหลังคาโดยตรง ไม่มีผนัง |\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ปราสาท: ฐาน-เรือน-หลังคาซ้อน-ยอด]*\n\n## ลำดับการออกแบบที่แนะนำ\n\n1. **ผังพื้น:** จัตุรัส ผืนผ้า หรือมีมุข ดูให้ชัดว่ามุขยื่นด้านไหน (ข้อผิดพลาดแรกของงานวัดอรุณคือทำมณฑปผังจัตุรัส ทั้งที่จริงเป็นผืนผ้ามีปีก)\n2. **ย่อมุม:** มุมทุกชั้นย่อหรือไม่ ย่อกี่จังหวะ แล้วให้การย่อมุมไล่ต่อเนื่องจากฐานถึงยอด\n3. **ฐาน:** มีกี่ชั้น และฐานยื่นตามมุขด้านบนหรือไม่ (ต้องยื่นตาม)\n4. **ตัวเรือน:** ช่องประตูหน้าต่าง จำนวนช่วงเสา (bay) และซุ้ม\n5. **หลังคา:** แกนสันหลังคาทุกตัว ความสูงสัน การซ้อนชั้น (อันหลังต้องใหญ่และสูงกว่า) และจุดที่หลังคาชนกัน\n6. **ยอด:** ตัวยอดเริ่มจากในหลังคา ไม่ได้วางทับบนสัน แล้วไล่ชั้นขึ้นไปถึงปลายยอด\n7. **เครื่องลำยองและลวดลาย:** ใส่หลังสุด เมื่อรูปทรงหลักถูกต้องแล้ว\n"
  },
  {
   "slug": "design-rules",
   "title": "15 กฎการออกแบบและรายการตรวจ (Checklist)",
   "title_en": "Design rules & checklist (verified corrections)",
   "group": "foundations",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/design-rules",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/design-rules.md",
   "headings": [
    "A. ผังและมวล",
    "B. ย่อมุม",
    "C. หลังคา",
    "D. เครื่องลำยอง",
    "E. ยอด",
    "F. บันไดและลาน",
    "F2. หลักวิชาจากแหล่งอ้างอิง (เพิ่มหลังศึกษา)",
    "G. วิธีทำงานที่ได้ผล",
    "H. หลักของคลังความรู้ (ผู้ดูแลยืนยัน)"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg",
     "caption": "วัดโพธิ์: จั่วซ้อน 3 ชั้น ช่อฟ้าทุกชั้น ป้านลมนาคสะดุ้งขนานกัน ผืนหลังสูงกว่า",
     "author": "LBM1948",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 15 กฎการออกแบบและรายการตรวจ (Checklist)\n\nกฎในไฟล์นี้มาจากการที่ผู้ดูแลแก้งานจริงระหว่างทำวัดอรุณ (ตุลาคม 2026) **ถือว่าถูกต้องเหนือข้อสันนิษฐานทั่วไปและเหนือโมเดลสแกน**\n\n## A. ผังและมวล\n- [ ] ผังถูกแบบหรือไม่ (จัตุรัส ผืนผ้า มีปีก หรือมีมุข) ให้เทียบกับผังพื้นจริง เช่น ผังกรมศิลปากร ก่อนเชื่อรูปถ่ายมุมเดียว\n- [ ] ส่วนที่ยื่น (มุข) ยื่นจริงตั้งแต่ฐานถึงชายคา ไม่ใช่แค่ลายบนผนังแบน\n- [ ] **ฐานทุกชั้นยื่นตามมุขข้างบน** และมุมของส่วนที่ยื่นต้องย่อมุม\n- [ ] สัดส่วนเรียวสูงแบบรัตนโกสินทร์ ไม่อ้วนเตี้ย (ข้อผิดพลาดแรกของปรางค์)\n\n## B. ย่อมุม\n- [ ] ทุกชั้นย่อมุม ทั้งฐาน ตัวเรือน และชั้นยอด\n- [ ] การย่อมุมไล่ต่อเนื่องในแนวตั้ง\n\n## C. หลังคา\n- [ ] มีลาดหลังคาจริงอยู่หลังหน้าจั่วทุกด้าน (โมเดลสแกนอาจมีช่องว่างผิดเพี้ยน อย่าเชื่อ)\n- [ ] **กฎซ้อน: ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า ความชันเท่ากัน ป้านลมขนานกัน** ผืนหลังห้ามเล็กหรือแคบกว่าผืนหน้า\n- [ ] หลังคาที่มาบรรจบกันเป็นผืนสามเหลี่ยมชนกัน ไม่มีเสาหรือแท่งเหลี่ยมโผล่ระหว่างหลังคา\n- [ ] ระวังตำแหน่งหน้าจั่ว: ด้านไหนมีจั่วชั้นเดียว ด้านไหนมีสองชั้น (มณฑปวัดอรุณ: ด้านหน้าชั้นเดียว ด้านข้างสองชั้น)\n- [ ] ระยะหน้าจั่วจากศูนย์กลางไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกทิศ (มณฑปวัดอรุณ: หน้าหลังไกล ซ้ายขวาใกล้)\n\n![ตัวอย่างจริงของกฎซ้อน: วัดโพธิ์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg)\n\n*ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg*\n\n**ภาพที่ผิด (v13):** ผืนหลังแคบกว่าผืนหน้า\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ผิด]*\n\n- [ ] **ทุกแขนของหลังคาเป็นจั่วซ้อน 2 ชั้น** (ผู้ดูแลยืนยัน, มณฑปทิศ v15): แต่ละแขนมีชั้นล่างอยู่ด้านนอก และชั้นบนที่อยู่ถัดเข้าไป สูงกว่าและกว้างกว่า ความชันเท่ากัน\n  มณฑปทิศมองจากด้านข้าง (ด้านปีก) จึงเห็นช่อฟ้า 4 ตัว เป็น \"คู่ล่าง\" (จั่วปลายปีก 2 ชั้น) และ \"คู่บน\" (จั่วแขนยอดด้านข้าง 2 ชั้น) ส่วนด้านหน้าและหลังเห็นจั่วมุข 2 ชั้น\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ด้านข้าง: จั่ว 2 คู่]* *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ทั้งองค์]*\n\n## D. เครื่องลำยอง\n- [ ] ช่อฟ้าโผล่จากปลายสัน ชี้ขึ้น และโค้งออกในระนาบของสัน (มองด้านหน้าเป็นเขาตั้งตรง)\n- [ ] หางหงส์ชี้ขึ้น\n- [ ] ทุกผืนหลังคาที่มีหน้าจั่วมีช่อฟ้าและหางหงส์ของตัวเอง\n\n## E. ยอด\n- [ ] ยอดไม่วางลอยบนสัน ตัวเรือนของยอดเริ่มในหลังคา สันวิ่งเข้าชนผนังของมัน\n- [ ] ชั้นแรกของยอดอยู่ระดับเดียวกับยอดหน้าจั่ว\n- [ ] ชั้นเชิงกลอนสูงพอ ประมาณความสูงของหน้าจั่ว มีบันแถลงที่เชิงยอด\n- [ ] ยอดปรางค์ทำเป็นผนัง (กล่องซ้อน) ไม่ใช่วงแหวนซ้อนแบบกองเหรียญ และยาวพอ\n\n## F. บันไดและลาน\n- [ ] ขั้นบันไดหันหน้าออกจากอาคาร\n- [ ] ตำแหน่งบันไดตรงกับผัง (วัดอรุณ: บันไดชั้นล่างอยู่ซ้ายขวาข้างฐานมณฑป และมีระเบียงเชื่อม)\n\n## F2. หลักวิชาจากแหล่งอ้างอิง (เพิ่มหลังศึกษา)\n- [ ] **ทรงก่อน เครื่องประดับทีหลัง:** \"แม้ว่าเครื่องลำยองนั้นจะผุตกลงมาหมด ก็จะยังดูงามอยู่นั่นเองเพราะทรงงาม\" (สมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ) [S18]\n- [ ] เส้นรอบนอกของจั่ว ยอด และเจดีย์เป็น **เส้นจอมแห** (แอ่นเว้าเข้าแล้วรวบขึ้น) ไม่ใช่เส้นตรง (ยกเว้นเรือนเครื่องผูก) [S17, S18]\n- [ ] **เส้นรองต้องขนานหรือล้อกับเส้นทรงหลัก** และรวบไปที่จุดเดียวกัน [S18]\n- [ ] **ยอดบุษบก-มณฑป:**\n  - ทรง กว้าง 1 : สูง 2–2.5 · หลังคา 1 : ยอด 1.5 · เชิงกลอนบนสุด ≈ 1/3 ของเชิงกลอนล่างสุด [S18]\n  - **ความสูงชุดเชิงกลอนเพิ่มขึ้นทีละค่าคงที่เมื่อขึ้นไป** และชั้นองค์ระฆังเพิ่มพิเศษ [S18]\n- [ ] เครื่องยอดใช้จำนวนชั้นตามฐานานุศักดิ์: บุษบก 5 · มณฑป 7 · ปราสาท 5 · มหาปราสาท 7 [S18]\n- [ ] **เครื่องลำยองวางตามโครงหลังคา** [S17]\n  - นาคสะดุ้งอยู่ที่แปลานตัวที่ 1 งวงไอยราอยู่ที่แปตัวที่ 2 (แปงวง)\n  - ช่อฟ้าอยู่เหนืออกไก่\n  - หางหงส์อยู่ที่เชิงกลอน เป็นเศียรนาคหันไปด้านข้างของจั่ว (ถ้าเบือนหน้ามาด้านหน้า = นาคเบือน)\n- [ ] เครื่องลำยองเต็มชุดสงวนไว้สำหรับวัดและวัง (ฐานานุศักดิ์) อาคารสามัญใช้ปั้นลมตัวเหงา [S6, S17]\n- [ ] ลาย: ช่องไฟสม่ำเสมอ เส้นอ่อนไม่หักกระด้าง ซ้ำแต่ไม่จำเจ หน้าบันใช้ความสมมาตร [S16]\n\n## G. วิธีทำงานที่ได้ผล\n1. ขอหรือหาผังพื้นกับรูปด้านจริงก่อน ผังของกรมศิลปากรช่วยแก้ความเข้าใจผิดได้มากที่สุด\n2. เทียบกับอาคารแบบแผนเดียวกันที่ชัดกว่า เช่น หลังคาทรงปราสาทให้ดูพระมณฑปวัดพระแก้ว\n3. ใช้โมเดลสแกนเพื่อดูมวลรวมเท่านั้น รายละเอียดหลังคาในสแกนมักเพี้ยน\n4. ทำทีละส่วนจากล่างขึ้นบน เรนเดอร์มุมเดียวกับรูปอ้างอิงแล้วเทียบกันทุกครั้ง\n5. แยกส่วนที่ยากออกมาทำเป็น part เดี่ยวที่สเกลใหญ่ เช่น มณฑปที่ 1:80 ให้ถูกก่อน แล้วค่อยย่อไปรวม\n\n## H. หลักของคลังความรู้ (ผู้ดูแลยืนยัน)\n- [ ] ภาพในคลังความรู้ต้องเป็น **ภาพต้นฉบับจริง** คือภาพถ่ายของจริง หรือภาพร่างของผู้รู้ ระบุผู้ถ่าย สัญญาอนุญาต และที่มาทุกภาพ\n- [ ] แผนภาพที่วาดย่อหรือ optimize เอง **ไม่ใช่แหล่งอ้างอิง** ให้แยกไว้ใช้ตอนออกแบบ ((ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน)) ไม่นำมาใส่ในคลังความรู้\n"
  },
  {
   "slug": "periods",
   "title": "17 ยุคสมัยของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย",
   "title_en": "Periods & styles: Dvaravati to Rattanakosin",
   "group": "foundations",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/periods",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/periods.md",
   "headings": [
    "ข้อควรระวัง"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# 17 ยุคสมัยของศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย\n\nใช้เลือก \"สำเนียง\" ของงาน ถ้าจะทำวัดหรืออาคารที่มีอยู่จริง ให้ดูก่อนว่าสร้างยุคไหน แล้วใช้ลักษณะของยุคนั้น\n\n| ยุค (พุทธศตวรรษ) | พื้นที่ | ลักษณะสถาปัตยกรรม | ลาย (กลุ่มตาม S15) | ที่มา |\n|---|---|---|---|---|\n| ทวารวดี (12–16) | ภาคกลาง ศูนย์กลางนครปฐม | ก่ออิฐสอดิน เจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ระฆังคว่ำ ยอดแหลม | กลุ่ม 1: เลียนธรรมชาติตรงๆ (เช่น ลายสลักบนธรรมจักร) | S9, S15, S16 |\n| ศรีวิชัย (13–18) | ภาคใต้ (ไชยา) | ฐานและเรือนธาตุสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดแปดเหลี่ยม มีสถูปจำลองที่มุม | — | S9, S15 |\n| ลพบุรี (12–18) | ภาคกลาง ภาคอีสาน | คล้ายศิลปะขอม อิฐ ศิลาแลง หินทราย เช่น พระปรางค์สามยอด พิมาย พนมรุ้ง | กลุ่ม 1 | S9, S15 |\n| เชียงแสน (16–23) | ภาคเหนือ | ผสมสุโขทัย ทวารวดี ศรีวิชัย พม่า สร้างด้วยไม้ หลังคาซ้อนหลายชั้น มุงกระเบื้องดินเผา | กลุ่ม 2 | S9, S15 |\n| สุโขทัย (18–20) | ภาคกลางตอนบน | ฐานสี่เหลี่ยมซ้อน 3 ชั้นแล้วฐานบัว เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (เอกลักษณ์) ทรงกลม และทรงขอม \"ยุคคลาสสิก\" ของพระพุทธรูป | กลุ่ม 2 | S9, S15 |\n| อู่ทอง (17–20) | ภาคกลาง | ผสมทวารวดีกับขอม ฐานแปดเหลี่ยม ซุ้ม ลายบัว ยอดทรงระฆัง | กลุ่ม 2 | S9, S15 |\n| อยุธยา (20–23) | ภาคกลาง | ยิ่งใหญ่ ร่ำรวย ปรางค์แบบขอม พระพุทธรูปทรงเครื่อง **เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง** หน้าต่างแคบ แสงส่องพระประธาน อาคาร \"ทรงวิลันดา\" **ฐานหย่อนท้องช้าง** (อยุธยาตอนปลาย) | กลุ่ม 3 | S9, S11, S15, S19 |\n| รัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร.1–ร.2) | กรุงเทพฯ | สืบแบบอยุธยา เช่น พระมณฑปวัดพระแก้ว (พ.ศ. 2332) ยอด 7 ชั้นซ้อน | กลุ่ม 3 | S10 |\n| รัตนโกสินทร์ ร.3 | กรุงเทพฯ | **แบบพระราชนิยม:** ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันปูนปั้น เสานางเรียง โครงสร้างแบบจีน ซุ้มทรงมงกุฎ ประดับเครื่องถ้วย **วัดอรุณเสร็จในรัชกาลนี้** | กลุ่ม 3–4 ลายดอกไม้จีน | S12, S15 |\n| รัตนโกสินทร์ ร.4–5 | กรุงเทพฯ | ศิลปะตะวันตกเข้ามา เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท (ตะวันตกผสมไทย) พระที่นั่งอนันตสมาคม วัดนิเวศธรรมประวัติ (กอธิก) จิตรกรรมใช้แสงเงาและทัศนียภาพ | กลุ่ม 4 | S15 |\n| ปัจจุบัน | | ไทยประยุกต์ และไทยจารีตตามแบบแผนช่างหลวง | กลุ่ม 4 | S15 |\n\n## ข้อควรระวัง\n- ลายของยุคต่างๆ \"มีการเลียนแบบหยิบยืมซึ่งกันมาโดยตลอด ... อาจแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยที่จังหวะ ลีลา หรือสัดส่วน\" [S15] อย่าแยกยุคจากลายชิ้นเดียว\n- ช่วงปีของแต่ละยุคต่างกันไปตามตำรา ตัวเลขข้างบนตาม [S9]\n"
  },
  {
   "slug": "bases",
   "title": "02 ฐาน (Base / Plinth)",
   "title_en": "Bases: thaan khiang, lotus, lion, sagging base, atlas bands",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/bases",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/bases.md",
   "headings": [
    "อยู่ตรงไหน",
    "เหตุผลของรูปร่าง",
    "ศัพท์ของชิ้นส่วนในฐาน (ใช้ร่วมกันทุกแบบ)",
    "แบบของฐาน (variation)",
    "ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร",
    "สัดส่วน (แนวทาง)",
    "ข้อผิดพลาดที่พบ",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_base_garuda_asura.jpg",
     "caption": "ฐานพระมณฑปวัดพระแก้ว: ครุฑและอสูรพนมมือเรียงรอบฐาน",
     "author": "Ziegler175",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:ThaiBangkokK%C3%B6nigspalastD3.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg",
     "caption": "แถบเทวดาแบกที่ฐานมณฑปทิศตะวันออก วัดอรุณ: ยกแขนแบกบัวชั้นบน ประดับกระเบื้องถ้วยชาม",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_base_niches.jpg",
     "caption": "ฐานมณฑปทิศเหนือ วัดอรุณ: ฐานซุ้มโค้งมีรูปปั้นในซุ้ม และตุ๊กตาจีนเฝ้าบันได",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-33.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 02 ฐาน (Base / Plinth)\n\n## อยู่ตรงไหน\nฐานคือส่วนล่างสุดของทุกอาคารและทุกองค์ประกอบ ตัวอาคาร เจดีย์ เสา ซุ้ม พระพุทธรูป และแม้แต่ชั้นย่อยของยอด ล้วนมีฐานของตัวเอง\nส่วนที่ซ้อนขึ้นไปแต่ละชั้นจึงมักเริ่มด้วยฐานเล็กๆ อีกชุด ทำให้รูปทรงไทยมีชั้นบัวซ้ำกันเป็นจังหวะ\n\n## เหตุผลของรูปร่าง\n- **หน้าที่:** ยกตัวอาคารพ้นดินและน้ำ และกระจายน้ำหนัก\n- **ความหมาย:** ฐานคือการ \"ยกขึ้นสู่ที่สูง\" ยิ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์มาก ฐานยิ่งมีชั้นมาก ฐานบัวมาจากคติดอกบัวรองรับสิ่งบริสุทธิ์ ฐานสิงห์มาจากแท่นที่มีขาสิงห์ ซึ่งเป็นแท่นของกษัตริย์และเทพ\n- **การมองเห็น:** เส้นนอนของบัวแต่ละชั้นสร้างเงาแถบเข้มสลับสว่าง ทำให้ฐานดูหนักแน่นและอ่านความสูงได้ง่าย\n\n## ศัพท์ของชิ้นส่วนในฐาน (ใช้ร่วมกันทุกแบบ)\n\n| ศัพท์ | ลักษณะ |\n|---|---|\n| หน้ากระดาน | แถบแบนตั้งตรง เป็นแผ่นเรียบ มักมีลายประจำยามหรือกระจังเรียงอยู่ |\n| ฐานเขียง | แท่นเหลี่ยมเรียบเป็นขั้น คล้ายเขียงซ้อนกัน อยู่ล่างสุด |\n| บัวคว่ำ | บัวที่โค้งลงเหมือนกลีบบัวคว่ำ เป็นตัวรับน้ำหนักลงพื้น อยู่ช่วงล่าง |\n| บัวหงาย | บัวที่โค้งขึ้นเหมือนกลีบบัวบาน อยู่ช่วงบน รองรับสิ่งที่อยู่ข้างบน |\n| ท้องไม้ | แถบคอดลึกเข้าไประหว่างบัวคว่ำกับบัวหงาย ทำให้เกิดเงาเข้ม |\n| ลูกแก้ว | วงกลมนูนคาดรอบตรงท้องไม้ หน้าตัดกลม |\n| ลูกแก้วอกไก่ | ลูกแก้วที่มีสันคมตรงกลางเหมือนอกไก่ หน้าตัดเป็นรูปข้าวหลามตัดมน |\n| เส้นลวด | เส้นนูนบางๆ คั่นระหว่างชั้น |\n| กลีบบัว (บัวแวง/บัวจงกล) | บัวที่ทำเป็นกลีบให้เห็นทีละกลีบ |\n| เท้าสิงห์ / แข้งสิงห์ | ส่วนโค้งเหมือนขาสัตว์ เตะออกที่ปลายล่าง เป็นเอกลักษณ์ของฐานสิงห์ |\n| กาบเท้าสิงห์ / กาบแข้งสิงห์ | ลายกาบประดับที่มุมของแข้งสิงห์ |\n| บัวหลังสิงห์ | บัวที่อยู่เหนือแข้งสิงห์ |\n\n![ฐานพระมณฑปวัดพระแก้ว: ครุฑและอสูรเรียงรอบฐาน (ฐานแบกแบบหนึ่ง)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_base_garuda_asura.jpg)\n\n*ภาพ: Ziegler175 · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:ThaiBangkokK%C3%B6nigspalastD3.jpg*\n\n![ฐานแบก: เทวดาแบก มณฑปทิศวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg*\n\n![ฐานซุ้ม: มณฑปทิศเหนือวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_base_niches.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-33.jpg*\n\n**ลำดับฐานของพระปรางค์ จากล่างขึ้นบน** [S13 ตามที่อ้างในผลค้นหาวิกิพีเดีย]:\nฐานเขียง (ฐานชั้นล่างสุด) → ฐานปัทม์ (ฐานอาคาร) → **ชุดฐานสิงห์ 3 ชั้น** → เรือนธาตุ\n**เจดีย์ทรงลังกาแบบอยุธยา:** ฐานเขียง → ฐานปัทม์หรือฐานบัว → บัวถลา (ลักษณะจากลังกา) → บัวปากระฆัง\n\n**ฐานหย่อนท้องช้าง** (ช่างบางท่านเรียกหย่อนท้องหมู หรือหย่อนท้องสำเภา)\n- คือฐานอุโบสถที่แอ่นโค้งตรงกลาง\n- \"การทำฐานหย่อนท้องช้าง ย่อมเกิดจากงานปลูกสร้างซึ่งโครงสร้างเป็นไม้มาก่อน เพราะธรรมชาติของไม้อ่อน หย่อนกลางเมื่อรับน้ำหนัก ครั้นเห็นกันว่างาม คงแปลงมาใช้กับงานก่ออิฐ\" [S19]\n- เป็นลักษณะเด่นของอยุธยาตอนปลาย [S11]\n\n**ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ** (รูปอ้างอิง 30 และ 25): ฐานซุ้มโค้ง → แถบผู้แบก → บัวซ้อนหลายชั้น **ยื่นตามมุข มุมย่อ**\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ฐานยื่นตามมุข]*\n\n## แบบของฐาน (variation)\n\n**1. ฐานเขียง** เป็นขั้นเหลี่ยมเรียบ 1–3 ชั้น ใช้กับอาคารทั่วไป หรือเป็นชั้นล่างสุดของฐานแบบอื่น\n**2. ฐานบัว (ฐานบัวคว่ำบัวหงาย / ฐานปัทม์)** ไล่จากล่างขึ้นบน: หน้ากระดานล่าง → บัวคว่ำ → ท้องไม้ → บัวหงาย → หน้ากระดานบน\n**3. ฐานบัวลูกแก้ว** เหมือนฐานบัว แต่มีลูกแก้วคาดกลางท้องไม้ ถ้าลูกแก้วมีสันคมเรียกฐานบัวลูกแก้วอกไก่\n**4. ฐานสิงห์** ไล่จากล่างขึ้นบน: ฐานเขียง → เท้าสิงห์และแข้งสิงห์ (โค้งเตะ มีกาบเท้าสิงห์ที่มุม) → บัวหลังสิงห์ → ท้องไม้ (อาจมีลูกแก้ว) → บัวหงาย → หน้ากระดานบน\n   อาจซ้อนเป็นฐานสิงห์ 2 ชั้น ใช้กับอาคารหรือแท่นที่ศักดิ์สูง เช่น พระที่นั่ง ฐานชุกชี ฐานปรางค์\n**5. ฐานทักษิณ / ฐานประทักษิณ** เป็นลานรอบองค์เจดีย์หรือปรางค์ที่เดินเวียนได้ มีพนักหรือกำแพงแก้วล้อมรอบ และมีบันไดขึ้น (วัดอรุณมีฐานทักษิณซ้อนกันหลายชั้น)\n**6. ฐานไพที** เป็นลานยกสูงรองรับกลุ่มอาคารหรือเจดีย์หลายองค์บนฐานเดียว\n**7. ฐานแบก** เป็นแถบท้องไม้ที่มีประติมากรรมยักษ์ กระบี่ มาร หรือเทวดาเรียงกันทำท่าแบกชั้นข้างบน (ดู 14) ที่วัดอรุณมีทั้งที่ฐานปรางค์และที่ฐานมณฑปทิศ\n**8. ฐานซุ้ม** ท้องไม้ทำเป็นซุ้มโค้งเรียง ในซุ้มมีรูปปั้นหรือลวดลาย ฐานล่างของมณฑปทิศวัดอรุณเป็นแบบนี้ มีซุ้มโค้งและกินรีเรียงกัน\n\n## ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร\n- ฐานต้องเดินตามผังของตัวเรือนข้างบนทุกจุด **ถ้าตัวเรือนมีมุขยื่น ฐานทุกชั้นข้างใต้ต้องยื่นตามด้วย** และมุมของส่วนที่ยื่นต้องย่อมุมเหมือนมุมอาคาร (ผู้ดูแลยืนยันแล้ว: \"ของจริงมันต้องยื่นออกมาตาม และไม่ใช่แค่สี่เหลี่ยมเฉยๆ\")\n- บัวหงายบนสุดของฐานคือพื้นที่ผนังตั้งอยู่ ขอบบัวยื่นเลยผนังออกมาเล็กน้อย\n- ฐานทักษิณต่อกับบันไดที่ \"หันหน้าออก\" และมีพนักล้อมเสมอ\n\n## สัดส่วน (แนวทาง)\n- ฐานของอาคารเครื่องยอดสูงประมาณ 0.4–0.6 เท่าของความสูงตัวเรือน (มณฑปวัดอรุณ: ฐานรวมบัวสูงประมาณ 7 ม. ตัวเรือน 9 ม.)\n- แต่ละชั้นของบัวยื่นออกจากชั้นข้างบนประมาณ 0.15–0.35 ม.\n- ท้องไม้สูงกว่าหน้ากระดานเสมอ เป็นช่วงที่ \"หายใจ\" ของฐาน\n\n## ข้อผิดพลาดที่พบ\n1. ทำฐานปรางค์วัดอรุณเป็นลูกบาศก์ ของจริงเป็นฐานทักษิณซ้อน 3 ชั้น ไล่ขั้นเหมือนพีระมิด\n2. ทำฐานเป็นสี่เหลี่ยมตรงๆ ทุกชั้น ของจริงย่อมุมทุกชั้น\n3. ทำฐานมณฑปเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบ ทั้งที่มุขข้างบนยื่น ที่ถูกคือฐานทุกชั้นยื่นตามมุขและย่อมุมที่มุมมุข\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- ใช้กล่องผนัง 4 แผ่นที่ขัดกันที่มุม (ไขว้ยื่นปลาย 3.6 มม.) เป็นตัวฐานแต่ละชั้น และใช้แผ่นวงแหวนแนวนอน (ring) ที่ใหญ่กว่ากล่องเล็กน้อยเป็นบัวคาด\n- ถ้าต้องยื่นตามมุข ให้ใช้แผ่นไม้ซ้อนชั้นติดกาวที่หน้ากล่อง และให้ 4 ชั้นนอกสุดแคบลงเพื่อให้มุมเป็นย่อมุม ส่วนวงแหวนใช้ตัวเลือก `bay_mm=(ครึ่งกว้าง, ระยะยื่น, step, 2)`\n- ลวดลายบนท้องไม้ เช่น ซุ้ม กินรี หรือผู้แบก ใช้ปากกาวาด หรือฉลุ 2 ชั้นซ้อนกันให้เกิดความลึก\n"
  },
  {
   "slug": "redented-corners",
   "title": "03 ย่อมุม (Redented corners)",
   "title_en": "Redented corners (yo mum): 8, 12, 20 corners, radial method",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/redented-corners",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/redented-corners.md",
   "headings": [
    "ชื่อ",
    "อยู่ตรงไหน",
    "เหตุผลของรูปร่าง",
    "ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร",
    "สัดส่วน (แนวทาง)",
    "ข้อผิดพลาดที่พบ",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/redented_chedi_chaiwatthanaram.jpg",
     "caption": "เจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ข้างพระอุโบสถวัดไชยวัฒนาราม อยุธยา",
     "author": "Mastertongapollo",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/redented_chedi_phu_khao_thong_close.jpg",
     "caption": "เจดีย์วัดภูเขาทอง (ระยะใกล้): เส้นย่อมุมไล่ต่อเนื่องจากฐานถึงยอด",
     "author": "Yuttharut",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_3.jpg",
     "caption": "พระมณฑปวัดพระแก้ว: เสาย่อมุมปิดทอง ยอดมณฑปเหนือหลังคาซ้อน",
     "author": "Radosław Botev",
     "license": "CC BY 3.0 pl",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(3).jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 03 ย่อมุม (Redented corners)\n\n## ชื่อ\nย่อมุม หรือย่อเก็จ ในภาษาอังกฤษเรียก redented corners / indented corners\nนับชื่อตามจำนวนมุมยื่น (มุมนอก) ทั้งหมดของผัง\n\n| ชื่อ | การย่อต่อหนึ่งมุม | มุมนอกทั้งหมด | ผังที่ได้ |\n|---|---|---|---|\n| ไม้สี่ (ไม่ย่อ) | 0 | 4 | สี่เหลี่ยมธรรมดา |\n| ย่อมุมไม้แปด | 1 จังหวะ | 8 | มุมละ 2 มุม |\n| ย่อมุมไม้สิบสอง | 2 จังหวะ | 12 | พบบ่อยที่สุดในงานหลวง |\n| ย่อมุมไม้สิบหก | 3 จังหวะ | 16 | |\n| ย่อมุมไม้ยี่สิบ | 4 จังหวะ | 20 | งานชั้นสูง ดูเกือบกลม |\n\n```\nไม้สี่         ไม้แปด          ไม้สิบสอง\n┌──────┐      ┌─┐  ┌─┐      ┌┐ ┌──┐ ┌┐\n│      │      │ └──┘ │     ┌┘└─┘  └─┘└┐\n│      │      └┐    ┌┘     └┐        ┌┘\n│      │      ┌┘    └┐     ┌┘        └┐\n└──────┘      │ ┌──┐ │     └┐┌─┐  ┌─┐┌┘\n              └─┘  └─┘      └┘ └──┘ └┘\n```\n\n| เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง วัดไชยวัฒนาราม | เส้นย่อมุมไล่ถึงยอด วัดภูเขาทอง |\n|---|---|\n| ![เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง วัดไชยวัฒนาราม](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/redented_chedi_chaiwatthanaram.jpg)\n\n*ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1.jpg* | ![เส้นย่อมุมไล่ถึงยอด วัดภูเขาทอง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/redented_chedi_phu_khao_thong_close.jpg)\n\n*ภาพ: Yuttharut · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1.jpg* |\n\n![เสาย่อมุมปิดทอง พระมณฑปวัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_3.jpg)\n\n*ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(3).jpg*\n\n**ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัศมี** (ในยอดบุษบก-มณฑป) [S18]\n- ร่างผังย่อมุมที่ชั้นล่างสุดกับชั้นบนสุด\n- ลากเส้นรัศมีเชื่อม **มุมนอกถึงมุมนอก (12 เส้น)** และ **มุมในถึงมุมใน (8 เส้น)**\n- ทุกชั้นที่อยู่ระหว่างกลางจะได้ตำแหน่งย่อมุมจากเส้นรัศมีเหล่านี้\n- ผลคือ **มุมย่อทุกชั้นเรียงเป็นแนวเดียวกันวิ่งขึ้นไปหายอด** ทำให้ยอดดู \"รวบ\" เป็นทรงเดียว\n- **เหตุผลของการย่อมุมที่ผนังอาคาร:** \"ทำเพื่อลดทอนความแข็งกระด้างอันเกิดจากขนาดและมวลรวมอาคาร\" [S18]\n\n## อยู่ตรงไหน\nใช้ได้ทุกส่วนที่เป็นแท่ง ได้แก่ ฐาน ตัวเรือน เสา ชั้นของยอด ซุ้ม และฐานพระพุทธรูป\n**หลักสำคัญคือย่อทุกชั้นและไล่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ฐานถึงยอด** มุมย่อที่ชั้นล่างต้องเห็นเป็นแนวขึ้นไปถึงชั้นบน\n\n## เหตุผลของรูปร่าง\n1. **เงา:** มุมที่หักหลายครั้งสร้างเส้นตั้งเข้มสลับสว่างจำนวนมาก แท่งเหลี่ยมจึงดูเรียวและสูงขึ้น\n2. **ความกลมโดยใช้ก้อนเหลี่ยม:** ช่างก่ออิฐสร้างทรงที่ใกล้กลมได้โดยไม่ต้องตัดอิฐโค้ง\n3. **ฐานันดร:** ยิ่งย่อมาก ยิ่งประณีตและศักดิ์สูง\n\n## ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร\n- บัวคาดหรือวงแหวนที่วางบนกล่องย่อมุม ต้องย่อมุมจังหวะเดียวกันหรือมากกว่า และต้องคลุมมุมยื่นทั้งหมดของกล่องข้างล่าง\n- เสาย่อมุม (เสาย่อไม้สิบสอง) รับบัวหัวเสาที่ย่อมุมตาม\n- ที่มุมของมุขที่ยื่นออกมา ก็ต้องย่อมุมด้วย ไม่ใช่เฉพาะมุมอาคาร\n\n## สัดส่วน (แนวทาง)\n- ระยะย่อแต่ละจังหวะประมาณ 1/10–1/7 ของครึ่งความกว้างแท่ง\n- ระยะย่อด้านกว้างและด้านลึกเท่ากัน มุมจึงเป็นขั้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส\n\n## ข้อผิดพลาดที่พบ\n- ทำแต่ละชั้นของปรางค์วัดอรุณเป็นสี่เหลี่ยมเรียบ ของจริงย่อมุมทุกชั้น (ผู้ดูแลชี้จากรูปว่า \"แต่ละชั้นไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยม\")\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **แผ่นแนวนอน:** ใช้ `redent(w, s, n)` ซึ่งคือผลรวมของสี่เหลี่ยม n+1 รูป และยืดเป็นผืนผ้าได้ด้วย `ex`\n- **กล่องผนังย่อมุม:** ใช้ผนังขนานด้านละ n+1 แผ่น ที่ระยะ c, c−s, … ทุกคู่ที่มาเจอกันบากล็อกครึ่งกัน ระยะย่อต้องไม่น้อยกว่า 5.2 มม. ผนังชั้นในเจาะช่องซ่อนเพื่อประหยัดไม้\n- **ส่วนที่ซ้อนเป็นชั้น:** ทำให้ชั้นนอกสุด 2–4 ชั้นแคบลงทีละ step เพื่อให้ได้มุมย่อ\n"
  },
  {
   "slug": "body-columns-arches",
   "title": "04 ตัวเรือน: ผนัง เสา ประตูหน้าต่าง ซุ้ม",
   "title_en": "Body, columns, windows and arches (sum), porches (mukh)",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/body-columns-arches",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/body-columns-arches.md",
   "headings": [
    "ตัวเรือน / เรือนธาตุ",
    "เสาและส่วนประกอบ",
    "ประตูหน้าต่างและซุ้ม",
    "เหตุผลของรูปร่าง",
    "มุข (projecting bay)",
    "สัดส่วน (แนวทาง)",
    "ข้อผิดพลาดที่พบ",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# 04 ตัวเรือน: ผนัง เสา ประตูหน้าต่าง ซุ้ม\n\n## ตัวเรือน / เรือนธาตุ\n- **ตัวเรือน** คือส่วนกลางของอาคารที่มีหลังคา (ผนังและเสา) **เรือนธาตุ** คือส่วนกลางของปรางค์ เจดีย์ และยอด ซึ่งเป็นห้องหรือบรรจุธาตุ ตามคติเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์\n- **ผนังสอบ:** ผนังอาคารไทยมักเอนเข้าด้านบนเล็กน้อย (ประมาณ 1–3%) ทำให้ดูมั่นคงและสูงขึ้น เสาก็สอบเข้าเช่นกัน\n- **ช่วงเสา (ห้อง/bay):** ด้านยาวแบ่งเป็นช่วงเท่าๆ กัน ช่วงละหนึ่งหน้าต่าง จำนวนห้องบอกขนาดของอาคาร\n\n## เสาและส่วนประกอบ\n| ศัพท์ | ลักษณะ / ตำแหน่ง |\n|---|---|\n| เสาย่อมุม | เสาเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองหรือไม้แปด |\n| เสากลม | ใช้ในบางยุค เช่น อยุธยาตอนต้น |\n| บัวหัวเสา | บัวรูปกลีบบัวรอบหัวเสา มีบัวแวง (กลีบยาวเรียว) บัวจงกล (กลีบซ้อนเป็นชั้น) บัวกลุ่ม |\n| คันทวย | แขนค้ำยื่นจากเสาหรือผนังขึ้นไปรับชายคา ทำเป็นรูปนาคหรือลายกนก ที่หน้าบันมุขประเจิดใช้คันทวยรับ |\n| เสาหลอก / เสาอิง | เสาครึ่งซีกติดผนัง ใช้แบ่งช่วงและประดับ |\n| เสานางเรียง | แถวเสาโปร่งรอบอาคาร รับปีกนกหรือพาไล |\n\n## ประตูหน้าต่างและซุ้ม\nช่องเปิดของอาคารสำคัญมักมี **ซุ้ม** (กรอบประดับ) ครอบ แบบของซุ้มบอกฐานันดรของอาคาร\n\n| ซุ้ม | รูปร่าง | ใช้กับ |\n|---|---|---|\n| ซุ้มหน้านาง | กรอบโค้งแบน ขอบเป็นลายเปลว | อาคารทั่วไป |\n| ซุ้มบันแถลง | หน้าจั่วจำลองครอบบนกรอบ | อาคารทั่วไปถึงสูง |\n| ซุ้มทรงมงกุฎ | ยอดแหลมซ้อนชั้นเหมือนชฎา | งานหลวง |\n| ซุ้มทรงปราสาท / ทรงมณฑป | ยอดเป็นอาคารเครื่องยอดจำลอง | ฐานันดรสูงสุด |\n| ซุ้มจระนำ | ช่องตันเว้าลึกไว้ประดิษฐานรูปเคารพ | เรือนธาตุของปรางค์และเจดีย์ (ดู 09) |\n| ซุ้มเรือนแก้ว | กรอบโค้งรอบพระพุทธรูป | หน้าบันและฉากหลังพระประธาน |\n\n- **กรอบช่องเปิดซ้อนชั้น:** กรอบด้านในแบน ด้านนอกยื่นกว่าและมียอดซุ้ม จึงเกิดความลึกเป็นขั้น\n- **ช่องลม / ลูกกรง:** หน้าต่างโปร่งลายฉลุ ที่มณฑปวัดอรุณเป็นลายกระเบื้องเคลือบสีเขียวเป็นตาราง\n\n**อาคารหลังคาคลุมสมัยรัตนโกสินทร์ แบบไทยประเพณี** [S21]\n- เสาย่อมุมไม้สิบสอง บัวหัวเสาเป็นบัวแวง มีคันทวยรับน้ำหนัก\n- ซุ้มประตูหน้าต่าง 2 แบบ: **ซุ้มบรรพแถลง** และ **ซุ้มทรงปราสาทยอด**\n\n**แบบพระราชนิยม ร.3** [S15]: ใช้เสานางเรียงรับชายคาแทนคันทวยและนาคสำรวย ซุ้มประตูทรงมงกุฎ ซุ้มปูนปั้นลายดอกไม้\n\n**ตัวอย่าง:** ผนังพระมณฑปวัดพระแก้วมีซุ้มยอดแหลมทุกช่อง\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: พระมณฑป]*\n\n## เหตุผลของรูปร่าง\n- ซุ้มบอกตำแหน่งสำคัญ (ทางเข้า และที่ประดิษฐานรูปเคารพ) และกันน้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าช่องเปิด\n- ผนังทึบหนา หน้าต่างแคบสูง ทำให้ข้างในเย็นและแสงเข้าเป็นลำ\n\n## มุข (projecting bay)\n- **มุข** คือส่วนที่ยื่นออกจากตัวอาคาร มีหลังคาและหน้าจั่วของตัวเอง\n  - **มุขโถง:** เปิดโล่ง มีเสารับ\n  - **มุขลด:** หลังคามุขต่ำกว่าหลังคาหลัก\n  - **มุขประเจิด:** หน้าจั่วยื่นออกโดยไม่มีเสารับ ใช้คันทวยค้ำ\n  - **มุขเด็จ:** มุขสำหรับเสด็จออก\n- **ตัวเรือนของมุขต้องยื่นจริงตั้งแต่ฐานถึงชายคา** ไม่ใช่แค่แปะลายบนผนังเรียบ\n\n## สัดส่วน (แนวทาง)\n- หน้าต่างอาคารเครื่องยอด กว้างประมาณ 1/4–1/3 ของช่วงเสา สูงประมาณ 70–75% ของความสูงผนัง\n- ด้านยาวของมณฑปวัดอรุณมี 3 ช่วงเกือบเท่ากัน (ปีก–มุข–ปีก) ช่วงละหนึ่งหน้าต่าง ด้านสกัดมีหนึ่งช่วง\n\n## ข้อผิดพลาดที่พบ\n- ทำมุขกลางยื่นเพียง 4.5 มม. (3 ชั้นไม้) จนดูแบน ผู้ดูแลชี้ว่า \"ด้านหน้ายื่นออกมา ไม่ได้แบนเป็นเนื้อเดียว\" จึงแก้เป็น 15 มม. ที่สเกล 1:80 (ราว 1.2 ม.)\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **ผนัง:** กล่อง 4 แผ่น บากล็อกครึ่งที่มุม\n- **มุข:** ไม้ซ้อนชั้นติดกาว ชั้นในเจาะกลางออก 4 ชั้นนอกแคบลงให้มุมย่อ\n- **กรอบหน้าต่าง:** 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นกรอบแบน ชั้นที่สองแคบกว่าและมียอดซุ้ม ลายฉลุของหน้าต่างใช้ปากกาวาด (วงกลมตาราง)\n"
  },
  {
   "slug": "roofs",
   "title": "05 หลังคาทรงไทย — ระบบ ซ้อน · ลด · ตับ · มุข · จัตุรมุข · ปราสาท",
   "title_en": "Thai roofs: son (layering), lot (stepping), tab, mukh, cruciform, prasat",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/roofs",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md",
   "headings": [
    "1. ศัพท์โครงหลังคา (เครื่องบน)",
    "2. ซ้อน — หลังคาซ้อนชั้น",
    "3. ลด — หลังคาลดชั้น",
    "⭐ 4. กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน (ใช้กับทั้งซ้อนและลด)",
    "5. มุข",
    "6. จัตุรมุข · ทรงปราสาท · ทรงมณฑป",
    "7. แบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3",
    "8. ความชัน",
    "9. การทำเป็นชิ้นไม้ (สรุป รายละเอียดดู [16](16_แปลงเป็นงานไม้ตัด.md))"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_chofa_row.jpg",
     "caption": "วัดโพธิ์: ช่อฟ้า 3 ตัวของจั่ว 3 ชั้นเรียงสูงขึ้น",
     "author": "LBM1948",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_06.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg",
     "caption": "วัดโพธิ์: จั่วซ้อน 3 ชั้น ช่อฟ้าทุกชั้น ป้านลมนาคสะดุ้งขนานกัน ผืนหลังสูงกว่า",
     "author": "LBM1948",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_benchamabophit_pano.jpg",
     "caption": "วัดเบญจมบพิตร (ภาพกว้าง): หลังคาซ้อนและลดหลายชั้นตลอดแนวอาคาร",
     "author": "Ssriram mt",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Benchamabophit_Pano.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_roofs.jpg",
     "caption": "พระอุโบสถวัดพระแก้ว: หลังคาซ้อนและลด มีมุข ช่อฟ้าทุกจั่ว",
     "author": "กสิณธร ราชโอรส",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_(55).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_benchamabophit_front.jpg",
     "caption": "วัดเบญจมบพิตร: จั่วด้านหน้าซ้อนชั้น และหลังคาลดของปีกข้าง",
     "author": "Mustang Joe",
     "license": "CC0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Benchamabophit_Dusitwanaram,_Bangkok_-_Flickr_-_Mustang_Joe.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 05 หลังคาทรงไทย — ระบบ ซ้อน · ลด · ตับ · มุข · จัตุรมุข · ปราสาท\n\n![วัดโพธิ์: ช่อฟ้า 3 ตัวของจั่ว 3 ชั้น ตัวหลังสูงกว่า](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_chofa_row.jpg)\n\n*ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_06.jpg*\n\n## 1. ศัพท์โครงหลังคา (เครื่องบน)\n| ศัพท์ | ความหมาย | ที่มา |\n|---|---|---|\n| อกไก่ | ไม้สันบนสุด จุดที่สองลาดมาพบกัน | S17 |\n| แปลาน | ไม้วางขวางบนลาดหลังคาเป็นช่วงๆ ตัวรวยของลำยองพาดบนแปลาน (ดู 07) | S17 |\n| แปหัวเสา | แปที่อยู่บนหัวเสา ช่วงล่างสุดของลาด | S17 |\n| แปงวง | แปลานตัวที่สอง ที่งวงไอยราเกี่ยวกระหวัด | S17 |\n| เชิงกลอน / เชิงชาย | ขอบล่างของลาดหลังคา ปั้นลมวางทับ | S17 |\n| จันทัน | ไม้เอียงตามลาด รับแป | S9 (เรือนไทยภาคกลาง) |\n| ขื่อ / เต้า | คานขวางรับโครง (เต้ายื่นรับชายคา) | S18 |\n| ไขรา / ไขราหน้าจั่ว | ส่วนชายคาที่ยื่นเลยหน้าจั่ว ปั้นลมปิดทับริม | S17 |\n| ตับ | หลังคาหนึ่งผืนที่ต่อเนื่องกัน งานกระเบื้องแต่ละตับมีกรอบสีของตัวเอง (รูปอ้างอิง 38, 43) | สังเกตจากรูป + S21 |\n| ปีกนก / กันสาด / พาไล | หลังคาลาดต่ำที่คลุมระเบียงรอบตัวอาคาร | S11 |\n\n## 2. ซ้อน — หลังคาซ้อนชั้น\n**นิยามของราชบัณฑิตยสภา** [S19]: คิดเป็น \"เรือนหลังคาทรงจั่วสองหรือสามเรือนลดหลั่นซ้อนกัน\" แล้ว \"เมื่อตัดฝาของเรือนที่ซ้อนออก ก็จะเหลือหลังคาทรงจั่วที่ร่นลงมาซ้อนกัน\"\n\n![วัดโพธิ์: จั่ว 3 ชั้นซ้อนในแนวลึก ผืนหลังกว้างกว่าและสูงกว่า ป้านลมขนานกัน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg)\n\n*ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg*\n\n- **เรือนในสุด** ผนังสูงที่สุด หลังคาจึงอยู่บนสุดและเป็นหลังคาประธาน\n- **เรือนที่อยู่ถัดออกมา** กว้างกว่าแต่ต่ำกว่า หลังคาของแต่ละหลังร่นลงมาเป็นชั้นๆ\n- **ความชันเท่ากันทุกชั้น** ป้านลมจึงวิ่งขนานกันเป็นขั้น\n- **มองที่ด้านจั่ว** เห็นป้านลมเป็นขั้นขนานไล่ลงมาด้านนอก และ **มีหางหงส์ที่ทุกขั้น** (รูปอ้างอิง 42, 43)\n- อาคารหลวงใช้ \"หลังคาซ้อนชั้นและมีหลายตับ\" [S21] ส่วนใหญ่ 2–3 ชั้น อาคารหลวงบางหลังมีถึง 4 ชั้น [S11]\n- **การนับ:** ชั้นล่างสุดคือซ้อนที่ 1 แล้วนับขึ้นไปเป็นซ้อนที่ 2, 3, 4 [ผลค้นหาจาก orst.go.th — ควรตรวจกับต้นฉบับ]\n\n## 3. ลด — หลังคาลดชั้น\n**นิยาม** [ผลค้นหาจาก orst.go.th — ควรตรวจกับต้นฉบับ]: ถ้าสันหลังคาของชั้นหนึ่ง **ต่ำกว่าหรือสั้นกว่า** ชั้นถัดไป เรียกว่า \"หลังคาลด\" หรือ \"หลังคาชั้นลด\"\n\n![วัดเบญจมบพิตร: หลังคาลดหลายช่วงตลอดแนวอาคาร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_benchamabophit_pano.jpg)\n\n*ภาพ: Ssriram mt · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Benchamabophit_Pano.jpg*\n\n![พระอุโบสถวัดพระแก้ว: หลังคาซ้อนและลด มุข ช่อฟ้าทุกจั่ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_roofs.jpg)\n\n*ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_(55).jpg*\n\n![วัดเบญจมบพิตรด้านหน้า: จั่วซ้อนชั้นของมุขหน้า](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_benchamabophit_front.jpg)\n\n*ภาพ: Mustang Joe · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Benchamabophit_Dusitwanaram,_Bangkok_-_Flickr_-_Mustang_Joe.jpg*\n\n- **ตามแนวยาวของอาคาร:** ช่วงกลาง (ประธาน) สูงที่สุด ช่วงที่ไปทางปลายหน้าและหลังต่ำลงทีละขั้น (รูปอ้างอิง 41: วัดโพธิ์)\n- **จั่วที่ลดลงมาด้านหน้าจะต่ำกว่าและแคบกว่าจั่วที่อยู่ข้างหลัง** ความชันเท่ากัน ป้านลมจึงขนานกัน ดูแผนภาพ 01 และรูปอ้างอิง 37, 38, 40, 43\n- **ทุกจั่วที่ลดมีช่อฟ้าของตัวเอง:** เห็นช่อฟ้าเรียงสูงขึ้นทีละตัวจากหน้าไปหลัง\n- อาคารทางเหนือ \"ชั้นล่างยืดเข้าหาทางเข้า\" (lower tiers telescope toward the entrance) [S11]\n\n## ⭐ 4. กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน (ใช้กับทั้งซ้อนและลด)\n> **ถ้ามีจั่วและหลังคาอีกผืนอยู่ข้างหลัง ผืนหลังต้อง \"ใหญ่กว่าและอยู่ด้านบน\": สูงกว่าและกว้างกว่า ป้านลมขนานกัน**\n> **ห้ามทำผืนหลังให้เล็กหรือแคบกว่าผืนหน้า** — \"อันนี้เป็น pattern มาตรฐานของหลังคาทรงไทย\"\n\n- **เหตุผลทางรูปทรง:** เป็นหลัก \"เส้นทรงที่อิงหลักทรงเดิม\" ซึ่งต้อง \"คู่ขนาน\" หรือ \"ล้อกัน\" กับเส้นตั้งต้น เพื่อ \"เสริม\" และ \"ส่ง\" รูปทรงขึ้นสู่ยอด [S18] เส้นที่ไม่ขนานจะทำลายทรง\n- **เหตุผลทางโครงสร้าง:** ผืนในหรือผืนหลังคือหลังคาเรือนประธาน ส่วนผืนหน้าหรือผืนนอกเป็นเรือนที่ลดหลั่นลงมา [S19]\n- **ความผิดที่เคยทำ (มณฑปวัดอรุณ v13):** หลังคาปีก (ผืนหน้า กว้าง 31 มม.) มีหลังคายอดด้านข้าง (ผืนหลัง) แคบกว่าคือ 22 มม. แก้เป็นผืนหลังกว้าง 34.5 มม. ความชันเท่ากัน (รูปอ้างอิง 33 คือภาพที่ผิด)\n\n## 5. มุข\n| แบบ | ลักษณะ |\n|---|---|\n| มุขโถง | ยื่นออก เปิดโล่ง มีเสารับ |\n| มุขลด | หลังคามุขลดต่ำกว่าหลังคาหลัก |\n| มุขประเจิด | จั่วยื่นโดยไม่มีเสารับ ใช้คันทวยค้ำ |\n| มุขเด็จ | มุขสำหรับเสด็จออก |\nหลังคามุขวิ่งเข้าชนลาดหลังคาหลัก ทำให้เกิดรางตะเข้ **มุขต้องยื่นจริงตลอดความสูง** ตั้งแต่ฐานถึงชายคา\n\n## 6. จัตุรมุข · ทรงปราสาท · ทรงมณฑป\n- **จัตุรมุข:** มีมุข 4 ทิศ หลังคาจั่ว 4 ผืนมาบรรจบกันตรงกลาง\n- **นิยามของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ** (อ้างใน [S18]):\n  > \"ทั้งสามอย่างต้องเป็นหลังคาซ้อนชั้น มียอดแหลม ถ้าเป็นเรือนยอดแหลมมีมุขเรียกว่าปราสาท ไม่มีมุขเรียกมณฑป ถ้าไม่ใช่เรือน เป็นของเล็กๆ มีหลังคาซ้อนชั้น สำหรับนั่ง หรือสำหรับตั้งอะไรๆ เรียกว่า บุษบก\"\n\n  และ: \"การประกอบมุขเข้ากับมณฑปเป็นปราสาทนั้น เห็นของเก่าทำมุขเล็กกว่าองค์มณฑป ... ในภายหลังขยายมุขโตเท่ากับองค์มณฑป ... จึ่งดูยอดขึ้นไปตั้งอยู่บนหลังคาจตุรมุข ลักษณแห่งมณฑปหายไป\"\n- **ข้อสังเกต:** \"มณฑปทิศ\" วัดอรุณมีมุขยื่นหน้าหลังและมีปีก ตามนิยามข้างบนจึงใกล้ปราสาท แต่เรียกตามประเพณีว่ามณฑป\n- **ยอดงอกจากกลางหลังคา** เรือนยอดหรือเรือนธาตุเริ่มในหลังคา หลังคาและสันทุกผืนวิ่งเข้าชนผนังของมัน ห้ามวางยอดลอยบนสัน และห้ามมีแท่งเสาโผล่ระหว่างหลังคา (ดู [08](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/spires.md))\n- ตัวอย่างอ้างอิง: พระมณฑปวัดพระแก้ว (รูปอ้างอิง 31) และพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (รูปอ้างอิง 39, 40)\n\n## 7. แบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3\n- โบสถ์และวิหาร **ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์** หน้าบันก่ออิฐปั้นปูนแทนไม้จำหลัก\n- ใช้ **เสานางเรียง** รายสองข้างรับชายคาแทนคันทวยและนาคสำรวย\n- ใช้โครงสร้างแบบจีนช่วยให้สร้างได้ใหญ่และเร็ว\n- นิยมสร้าง **มณฑปและซุ้มประตูทรงมงกุฎ** [S15]\n- วัดอรุณสร้างในรัชกาลที่ 3 แต่หมู่ปรางค์และมณฑปเป็นเครื่องยอด ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยชาม\n\n## 8. ความชัน\n- อาคารวัดและวังภาคกลางชันมาก ประมาณ 45–60° อาคารยิ่งสำคัญยิ่งชัน\n- **ผืนที่ซ้อนหรือลดกันต้องชันเท่ากัน** ส่วนแขนต่างทิศของจัตุรมุขใช้ความชันต่างกันได้\n- หลังคาจริงมักแอ่นตามแนวสันเล็กน้อย ปลายเชิดขึ้น และชายคาแอ่นด้วย ตามเส้นจอมแหและหลักหย่อนท้องช้าง [S17, S19]\n\n## 9. การทำเป็นชิ้นไม้ (สรุป รายละเอียดดู [16](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/wood-kit.md))\n- **ลาดหลังคา:** แผ่นเอียงแผ่นเดียว ตัดตามรางตะเข้กับผืนอื่น และตัดเว้นรอบเรือนยอด\n- **ซ้อนหรือลดแต่ละชั้น:** ใช้แผ่นลาดและหน้าจั่วชุดของตัวเอง ความชันเดียวกัน ผืนหลังกว้างและสูงกว่า\n- **ทุกขั้นที่ชายคาลดลง:** ต้องมีหางหงส์ของตัวเอง\n"
  },
  {
   "slug": "gables",
   "title": "06 หน้าจั่วและหน้าบัน (Gable / Tympanum)",
   "title_en": "Gables and pediments; bargeboard by social rank",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/gables",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md",
   "headings": [
    "ชื่อ",
    "ปั้นลม / ป้านลม / ต้านลม [S17]",
    "หน้าบันจริงหลายแบบ",
    "ตัวอย่างจริง",
    "ส่วนประกอบ (จากนอกเข้าใน และจากบนลงล่าง)",
    "เหตุผลของรูปร่าง",
    "รูปแบบที่แตกต่าง (variation)",
    "ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร",
    "สัดส่วน (แนวทาง)",
    "ข้อผิดพลาดที่พบ",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg",
     "caption": "หอไตรวัดระฆัง (เดิมเป็นพระตำหนักของ ร.1): เรือนไทยภาคกลางสามหลังแฝด จั่วสูง ปั้นลม",
     "author": "Supanut Arunoprayote",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_na_phra_men.jpg",
     "caption": "หน้าบันพระอุโบสถวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา: ไม้จำหลัก ป้านลมนาคสะดุ้ง ช่อฟ้า หางหงส์",
     "author": "Mastertongapollo",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_indra.jpg",
     "caption": "หน้าบันรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ล้อมด้วยลายกนก ไม้จำหลักปิดทอง",
     "author": "กสิณธร ราชโอรส",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C_Indhra_tympanum.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_ratchaburana.jpg",
     "caption": "หน้าบันวัดราชบุรณราชวรวิหาร: ลายกนกปิดทองล้อมรูปประธาน",
     "author": "กสิณธร ราชโอรส",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_bowon_porch.jpg",
     "caption": "หน้าบันมุขหน้าพระอุโบสถวัดบวรนิเวศ",
     "author": "Mastertongapollo",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_arun_wihan.jpg",
     "caption": "หน้าบันพระวิหารวัดอรุณ: ปูนปั้นประดับกระเบื้องถ้วยชาม",
     "author": "Mastertongapollo",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AF.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_buppharam.jpg",
     "caption": "หน้าบันพระอุโบสถวัดบุปผาราม: หน้าบันซ้อนชั้นประดับกระเบื้อง",
     "author": "กสิณธร ราชโอรส",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_saowet.jpg",
     "caption": "หน้าบันพระอุโบสถวัดเศวตฉัตร",
     "author": "Mastertongapollo",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%95.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 06 หน้าจั่วและหน้าบัน (Gable / Tympanum)\n\n## ชื่อ\n- **หน้าจั่ว** คือผนังสามเหลี่ยมที่ปลายหลังคาจั่ว\n- **หน้าบัน** คือแผ่นประดับภายในกรอบหน้าจั่ว (tympanum) เป็นจุดแสดงลวดลายสำคัญที่สุดของอาคาร\n- **บันแถลง** คือหน้าจั่วจำลองขนาดเล็กที่ใช้ประดับซุ้มและชั้นของยอด (ดู 08, 09)\n\n## ปั้นลม / ป้านลม / ต้านลม [S17]\n\"เป็นไม้วางทับบนเชิงชาย ทาบทับปลายหัวเสา ทับหลังแปลาน และวางอยู่เหนืออกไก่ทั้งสองข้างซ้าย-ขวา ทำให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยม\"\n- **หน้าที่:** ป้องกันลมพัดหัวจาก หัวแฝก หรือเครื่องมุงอื่นๆ และสร้างความงาม\n- **ปั้นลมเปลี่ยนตามฐานานุศักดิ์:**\n\n| ปั้นลมเรือนเครื่องสับ (หอไตรวัดระฆัง เดิมเป็นเรือนไทย) | เครื่องลำยองของวัด (วัดหน้าพระเมรุ) |\n|---|---|\n| ![ปั้นลมเรือนเครื่องสับ (หอไตรวัดระฆัง เดิมเป็นเรือนไทย)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg)\n\n*ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg* | ![เครื่องลำยองของวัด (วัดหน้าพระเมรุ)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_na_phra_men.jpg)\n\n*ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8.jpg* |\n\n## หน้าบันจริงหลายแบบ\n| พระอินทร์ทรงเอราวัณ ไม้จำหลัก | ลายกนกปิดทอง วัดราชบุรณะ | มุขหน้า วัดบวรนิเวศ |\n|---|---|---|\n| ![พระอินทร์ทรงเอราวัณ ไม้จำหลัก](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_indra.jpg)\n\n*ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C_Indhra_tympanum.jpg* | ![ลายกนกปิดทอง วัดราชบุรณะ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_ratchaburana.jpg)\n\n*ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg* | ![มุขหน้า วัดบวรนิเวศ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_bowon_porch.jpg)\n\n*ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3.jpg* |\n\n| ปูนปั้นกระเบื้องถ้วยชาม วิหารวัดอรุณ | หน้าบันซ้อน วัดบุปผาราม | วัดเศวตฉัตร |\n|---|---|---|\n| ![ปูนปั้นกระเบื้องถ้วยชาม วิหารวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_arun_wihan.jpg)\n\n*ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AF.jpg* | ![หน้าบันซ้อน วัดบุปผาราม](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_buppharam.jpg)\n\n*ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1.jpg* | ![วัดเศวตฉัตร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/pediment_wat_saowet.jpg)\n\n*ภาพ: Mastertongapollo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%95.jpg* |\n\n| เรือน | ปั้นลม |\n|---|---|\n| เรือนเครื่องผูก (ชาวบ้าน ไม้ไผ่ ผูกด้วยหวาย) | ไม้ตรงแข็งทื่อ วางพาดเหนืออกไก่ ไม่แต่งทรง |\n| เรือนเครื่องสับ (ขุนนาง ไม้จริง ต่อด้วยสลักและเดือย) | ถากเป็น **เส้นจอมแห** ปลายบนแหลม (แบบหางปลา) ปลายล่างเป็น **ตัวเหงา** |\n| อาคารทรงไทยชั้นสูง (วัง วัด) | **รวยระกา** มีใบระกา ช่อฟ้า หางหงส์ (ดู [07](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lamyong.md)) |\n\n- **สัดส่วนเรือนเครื่องสับ:** ส่วนล่าง (ใต้ถุน) กับส่วนบน (ตัวเรือน) ต้องพอดีกัน ถ้าตัวเรือนเตี้ยแต่เสาสูงมาก เรียก \"อาคารหอบพื้น\" ถือว่าไม่เป็นมงคล [S17]\n\n## ตัวอย่างจริง\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: หน้าบันและเครื่องลำยอง]*\n\n## ส่วนประกอบ (จากนอกเข้าใน และจากบนลงล่าง)\n| ศัพท์ | ลักษณะ |\n|---|---|\n| ป้านลม / ลำยอง | กรอบไม้หรือปูนตามขอบลาดทั้งสองข้าง (ดู 07) |\n| ช่อฟ้า | ปลายบนสุดที่ยอดจั่ว (ดู 07) |\n| หางหงส์ | ปลายล่างของป้านลม (ดู 07) |\n| หน้าบัน (ตัวแผ่น) | แผ่นสามเหลี่ยมเว้าลึกเข้าไปจากป้านลม |\n| ลายกลางหน้าบัน | รูปประธาน เช่น เทพ พระนารายณ์ทรงครุฑ ตราประจำรัชกาล ช้างเอราวัณ พระพุทธรูป ล้อมด้วยลายกนกก้านขด |\n| ไขรา / ไขราหน้าจั่ว | ส่วนยื่นใต้ฐานของหน้าบันที่รับปลายหลังคา |\n| รวงผึ้ง / สาหร่ายรวงผึ้ง | แผงลายฉลุห้อยใต้คานหน้าจั่ว ระหว่างเสาของมุข |\n| คันทวย | แขนค้ำใต้ไขราของมุขประเจิด |\n\n## เหตุผลของรูปร่าง\n- **หน้าที่:** ปิดปลายโครงหลังคาและกันฝน\n- **ความหมาย:** หน้าบันคือ \"หน้า\" ของอาคาร ลายตรงกลางบอกว่าอาคารเป็นของใครหรืออุทิศให้ใคร อาคารหลวงใช้รูปพระนารายณ์ทรงครุฑหรือตราประจำรัชกาล\n- **ความลึกเป็นชั้น:** หน้าบันเว้าลึกเข้าไปจากป้านลม ทำให้เกิดเงา ลวดลายจึงเด่นและอ่านรูปทรงสามเหลี่ยมได้ชัดแม้มองจากไกล\n\n## รูปแบบที่แตกต่าง (variation)\n1. **ตามวัสดุ:**\n   - ไม้จำหลักปิดทองประดับกระจก (งานหลวงสมัยรัตนโกสินทร์)\n   - ปูนปั้นประดับกระเบื้องถ้วยชาม (วัดอรุณ สมัยรัชกาลที่ 3)\n   - ไม้เรียบลูกฟัก (เรือนไทย)\n2. **ตามการซ้อน:**\n   - หน้าจั่วเดี่ยว\n   - หน้าจั่วซ้อน 2–3 ชั้น ผืนหลังใหญ่และสูงกว่าทุกชั้น (ดู 05)\n3. **แบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3:** บางวัดไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันเป็นลายดอกไม้จีนประดับกระเบื้อง **(ควรตรวจรายชื่อวัด)**\n4. **หน้าจั่วเรือนไทย:**\n   - หน้าจั่วพรหมพักตร์ / ใบปรือ: แผงไม้ตีเป็นลายแสงอาทิตย์\n   - หน้าจั่วลูกฟัก: แผงไม้แบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยม\n   - ป้านลมปลายเป็นตัวเหงา\n5. **หน้าจั่วเครื่องยอด (มณฑป/ปราสาท):** มีหน้าจั่วทั้ง 4 ทิศ สูงชันมาก กรอบหน้าบันหนา มีช่อฟ้าใหญ่\n\n## ต่อกับส่วนอื่นอย่างไร\n- ตั้งบนคานหรือบัวหัวผนังของด้านสกัด หรือบนชายคา (eave)\n- ลาดหลังคาพิงหลังหน้าจั่ว ป้านลมคลุมขอบลาดและเชิดขึ้นเหนือผิวหลังคาเล็กน้อย\n- สันหลังคาวิ่งข้ามยอดจั่วออกไปเป็นช่อฟ้า ยอดของหน้าบันจึงตัดแบนเพื่อให้สันวางพาดได้\n\n## สัดส่วน (แนวทาง)\n- ความชันของหน้าจั่วเท่ากับความชันหลังคา\n- หน้าบันเว้าลึกจากป้านลมอย่างน้อยเท่ากับความหนาป้านลม ในงานไม้ใช้ 1 ชั้น (1.5 มม.)\n- ลายกลางหน้าบันสูงประมาณ 1/3–1/2 ของความสูงหน้าจั่ว และวางชิดฐาน\n\n## ข้อผิดพลาดที่พบ\n1. ทำหน้าจั่วแปะเป็นแผ่นแบนบนกล่อง โดยไม่มีหลังคาจริงอยู่ข้างหลัง ไม่ถูก ต้องมีลาดหลังคาด้วย\n2. ใส่ \"หน้าจั่วเล็ก\" ไว้ที่มุมอาคารโดยไม่มีหลังคาที่สอดคล้องกัน เมื่อแก้ตามโครงหลังคาจริง ตำแหน่งจั่วจะลงตัวเอง\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **2 ชั้น:**\n  - ชั้นหลังเป็นหน้าบันเต็มสามเหลี่ยม มีลายปากกา\n  - ชั้นหน้าเป็นกรอบป้านลมรูป Λ กว้าง 3.8 มม. เปิดด้านล่าง ปลายล่างเป็นหางหงส์ชี้ขึ้น\n- **ยอดจั่ว:** ตัดแบนเพื่อรับแผ่นสัน หรือแผ่นช่อฟ้าสั้นๆ ที่ติดตั้งฉากกับหน้าจั่ว\n- **หน้าจั่วสูงยืนอิสระ:** ถ้าไม่มีอะไรรองรับด้านหลัง ให้ใส่สามเหลี่ยมค้ำเล็กๆ ซ่อนไว้ข้างหลัง\n"
  },
  {
   "slug": "lamyong",
   "title": "07 เครื่องลำยอง: รวยระกา · นาคสะดุ้ง · งวงไอยรา · ใบระกา · ช่อฟ้า · หางหงส์",
   "title_en": "Lamyong roof ornaments: chofa, bai raka, ngouang aiyara, hang hong",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/lamyong",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lamyong.md",
   "headings": [
    "นิยาม",
    "⭐ ระบบตามโครงสร้างจริง (สมใจ นิ่มเล็ก อ้างใน [S17])",
    "⭐ กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน",
    "แบบของช่อฟ้า",
    "ฐานานุศักดิ์",
    "การทำเป็นชิ้นไม้ (ไม้ 1.5 มม. เนื้อไม้อย่างน้อย 3.4 มม.)"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lamyong_labelled_sketch.jpg",
     "caption": "ภาพร่างเครื่องลำยองพร้อมหมายเลข: 1 ช่อฟ้า 2 ใบระกา 3 รวยระกา 4 งวงไอยรา 5 นาคสะดุ้ง 6 หางหงส์ 7 กระจังรวน 8 บัวจงกล 9 จั่วบังนก 10 คันทวย",
     "author": "Chainwit.",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Temple_%22Krueng_Lamyong%22_label_01.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg",
     "caption": "วัดโพธิ์: จั่วซ้อน 3 ชั้น ช่อฟ้าทุกชั้น ป้านลมนาคสะดุ้งขนานกัน ผืนหลังสูงกว่า",
     "author": "LBM1948",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_two_types_sketch.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้า 2 แบบหลัก: ซ้าย ปากหงส์ ขวา ปากครุฑ",
     "author": "Chainwit.",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Chofa_2_types.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_chofa.jpg",
     "caption": "พระอุโบสถวัดพระแก้ว: ช่อฟ้าและใบระกาของจั่วซ้อน",
     "author": "Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatpkaeo05.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_specimens_museum.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้าของจริงที่พิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว: เห็นขนาดและรูปทรงคอ ปาก หงอน",
     "author": "Paul_012",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofa,_Temple_of_the_Emerald_Buddha_Museum_(2023).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_garuda_head_lanna.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้าหัวครุฑ วิหารวัดชัยพระเกียรติ เชียงใหม่",
     "author": "FredTC",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:EagleHeadedChofaP1020517a.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_naga_head_lanna.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้าหัวนาค วัดมณเฑียร เชียงใหม่",
     "author": "FredTC",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:NagaHeadedChofaP1010393.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_wat_chet_yot.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้าวิหารวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ (ล้านนา)",
     "author": "Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatchyod04.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_elephant_head.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้าหัวช้าง วัดแสนเมืองมา เชียงใหม่ (แบบท้องถิ่น)",
     "author": "FredTC",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:ElephantHeadedChofa_P1000637a.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 07 เครื่องลำยอง: รวยระกา · นาคสะดุ้ง · งวงไอยรา · ใบระกา · ช่อฟ้า · หางหงส์\n\n![เครื่องลำยองพร้อมหมายเลข: 1 ช่อฟ้า 2 ใบระกา 3 รวยระกา 4 งวงไอยรา 5 นาคสะดุ้ง 6 หางหงส์ 7 กระจังรวน 8 บัวจงกล 9 จั่วบังนก 10 คันทวย](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lamyong_labelled_sketch.jpg)\n\n*ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Temple_%22Krueng_Lamyong%22_label_01.jpg*\n\n**ดูภาพนี้:** นาคสะดุ้ง (5) และหางหงส์ (6) เกิดซ้ำที่ทุกตับหลังคาที่ลดลงมา ส่วนช่อฟ้า (1) อยู่ปลายสัน\n\n![วัดโพธิ์: จั่วซ้อน 3 ชั้น ช่อฟ้าทุกชั้น ป้านลมนาคสะดุ้งขนานกัน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_pho_gables_son_3.jpg)\n\n*ภาพ: LBM1948 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Pho_1998_05.jpg*\n\n## นิยาม\n**ลำยอง หรือเครื่องลำยอง** คือส่วนประกอบช่วงบนของปั้นลม เป็นเครื่องตกแต่งที่ **\"นิยมสร้างเฉพาะในวัดและพระที่นั่งต่างๆ เท่านั้น\"** [S6]\nตัวรวยที่ทำคล้ายลำตัวพญานาคเรียก \"ลำยอง\" หรือ \"ตัวลำยอง\" ถ้ารวมหางหงส์ นาคเบือน ใบระกา ช่อฟ้า และรวมของหลังคาตับที่ 2, 3, 4 ด้วย เรียกรวมกันว่า **\"เครื่องลำยอง\"** [S17]\n\n## ⭐ ระบบตามโครงสร้างจริง (สมใจ นิ่มเล็ก อ้างใน [S17])\nตัวรวยทำ \"คล้ายธรรมชาติของสัตว์เลื้อยคลาน แสดงกิริยาอาการเลื้อยของงู หรือพญานาค เมื่อเลื้อยลงจากที่สูงจะต้องมีการพักลำตัวหรือม้วนตัวเกี่ยวกับสิ่งที่รองรับ เพื่อป้องกันการพลัดตก\" แต่ละส่วนจึงผูกกับไม้โครงหลังคาตัวใดตัวหนึ่ง ไล่จากล่างขึ้นบน:\n\n| ส่วน | อยู่ตรงไหน (ผูกกับโครงไม้) | รูปร่าง |\n|---|---|---|\n| **หางหงส์** | ปลายล่างสุด ที่เชิงกลอนหรือแปหัวเสา | \"ประดิษฐ์เป็นรูปเศียรพระยานาค\" ปกติ **หันหน้าไปทางด้านข้างของหน้าจั่ว** |\n| **นาคเบือน** | ตำแหน่งเดียวกับหางหงส์ | หางหงส์ที่ \"เอี้ยวคอหรือเบือนหน้า\" มาทางเดียวกับหน้าจั่ว |\n| **นาคสะดุ้ง** | ช่วงที่ตัวรวย \"พาดอยู่กับแปลานตัวที่หนึ่ง\" | ลำตัวพักหรือสะดุ้งเป็นจังหวะ |\n| **งวง / งวงไอยรา** | ที่แปลานตัวที่สอง (เรียก **\"แปงวง\"**) | นาค \"เกี่ยวกระหวัดยึดแป โดยมีปลายแหลมสะบัด\" |\n| ตัวรวยช่วงบน | เหนืองวง ทอดตรงขึ้นถึงอกไก่ | |\n| **ใบระกา** | บนสันตัวรวยตลอดแนว | \"ซี่หรือครีบ\" คือครีบนาคหรือขนครุฑ [S11, S17] |\n| **ช่อฟ้า** | **เหนืออกไก่** (ปลายสันหลังคา) | \"รูปคล้ายหัวนก มีหน้าอก มีปาก มีหงอนเป็นปลายแหลมอ่อนช้อย\" |\n\n**ส่วนอื่นในชุดเดียวกัน** [S6]: รวยระกา · กระจังรวน · บัวจงกล · จั่วบังนก · คันทวย\n\n## ⭐ กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน\n1. **ช่อฟ้าโผล่จากปลายสันหลังคา** อยู่ในระนาบตั้งของสัน ซึ่งตั้งฉากกับหน้าจั่ว ชี้ขึ้นแล้วโค้งออกนอกอาคาร มองตรงที่ด้านจั่วเห็นเป็นเขาตั้งตรง\n   ❌ ผิด: ทำเป็นเขาม้วนไปด้านข้างในระนาบหน้าจั่ว ผู้ดูแลบอกว่า \"คุณทำมันพุ่งไปข้างหน้า\"\n2. **หางหงส์เชิดขึ้น** เป็นเศียรนาค ไม่ใช่ตะขอม้วนลง\n3. **ทุกจั่วมีช่อฟ้าของตัวเอง และทุกขั้นที่ชายคาลดลงมีหางหงส์ของตัวเอง** (รูปอ้างอิง 42, 43)\n\n## แบบของช่อฟ้า\n![ช่อฟ้า 2 แบบหลัก: ซ้าย ปากหงส์ ขวา ปากครุฑ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_two_types_sketch.jpg)\n\n*ภาพ: Chainwit. · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Chofa_2_types.jpg*\n\n| ช่อฟ้าภาคกลาง (พระอุโบสถวัดพระแก้ว) | ช่อฟ้าของจริงในพิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว |\n|---|---|\n| ![ช่อฟ้าพระอุโบสถวัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_chofa.jpg)\n\n*ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatpkaeo05.jpg* | ![ช่อฟ้าของจริง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_specimens_museum.jpg)\n\n*ภาพ: Paul_012 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofa,_Temple_of_the_Emerald_Buddha_Museum_(2023).jpg* |\n\n| ช่อฟ้าหัวครุฑ (ล้านนา) | ช่อฟ้าหัวนาค (ล้านนา) | ช่อฟ้าวัดเจ็ดยอด | ช่อฟ้าหัวช้าง (ท้องถิ่น) |\n|---|---|---|---|\n| ![หัวครุฑ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_garuda_head_lanna.jpg)\n\n*ภาพ: FredTC · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:EagleHeadedChofaP1020517a.jpg* | ![หัวนาค](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_naga_head_lanna.jpg)\n\n*ภาพ: FredTC · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:NagaHeadedChofaP1010393.JPG* | ![วัดเจ็ดยอด](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_wat_chet_yot.jpg)\n\n*ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatchyod04.jpg* | ![หัวช้าง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_elephant_head.jpg)\n\n*ภาพ: FredTC · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:ElephantHeadedChofa_P1000637a.jpg* |\n\n| แบบ | ลักษณะ | ที่มา |\n|---|---|---|\n| ปากนก / ปากครุฑ | \"รูปทรงชะลูดสูง หงอนเพรียว ปากงุ้มเข้า\" / \"ปลายจะงอยแหลมโค้งและงุ้มลง\" | S17, S7 |\n| ปากปลา / ปากหงส์ | \"ปากงอนออก\" / \"ปลายจะงอยทู่หงายขึ้นยื่นไปข้างหน้า\" | S17, S7 |\n| หัวนกเจ่า | \"รูปทรงไม่สูง คอสั้นหงอนเตี้ย\" | S17, S7 |\n| ปากลาว · หัวช้าง และแบบท้องถิ่นอื่น | | S7 |\n\n- **ส่วนของช่อฟ้า:** ส่วนปลายยอดหรือหงอน · ส่วนปาก · ส่วนท้องหรืออกสุบรรณ [S7]\n- **ความหมาย:** ช่อฟ้าคือครุฑที่ \"ยุดหางนาค\" ซึ่งไหลลงมาตามป้านลมทั้งสองข้าง [S11] นิยมแขวนกระดิ่งที่ช่อฟ้า [S11]\n- **ล้านนาและล้านช้าง:** มีช่อฟ้าหรือ \"โหง่\" อยู่ **กลางสัน** ต่างจากภาคกลางที่อยู่ปลายสัน\n- **ใบระกา** มีลายเช่น \"น่องสิงห์\" และ \"หอยจับหลัก\" [S7]\n- **หางหงส์** มีหลายแบบ เช่น นาค · นาคเบือน · หัวนาค [S7] และมักทำเป็นลายกระหนกเปลว [S11]\n\n## ฐานานุศักดิ์\nปั้นลมที่ไม่มีเครื่องลำยองใช้กับเรือนเครื่องสับ (ปลายล่างเป็นตัวเหงา ยอดเป็นหางปลา) และเรือนเครื่องผูก (ไม้ตรง) ส่วนเครื่องลำยองเต็มชุดสงวนไว้สำหรับวัดและวัง [S17] (ดูแผนภาพใน [06](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md))\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้ (ไม้ 1.5 มม. เนื้อไม้อย่างน้อย 3.4 มม.)\n- **ช่อฟ้า:** ต่อเป็นชิ้นเดียวกับแผ่นสัน (ระนาบตั้งตามแนวสัน) คอกว้าง 3.6 มม. ปลายงอออก ถ้าเป็นจั่วยืนอิสระ ให้ใช้ชิ้นสั้นติดตั้งฉากบนยอดจั่วที่ตัดแบนไว้\n- **ป้านลมและหางหงส์:** ฉลุเป็นชิ้นเดียวกับกรอบหน้าจั่วชั้นหน้า หางหงส์ชี้ขึ้น\n- **ใบระกา:** เล็กเกินกว่าจะตัด ให้วาดปากกาเป็นตัว Λ เรียงตามป้านลม\n- **นาคสะดุ้งและงวงไอยรา:** ถ้าสเกลใหญ่พอ (ป้านลมกว้าง 6 มม. ขึ้นไป) ให้ทำขั้นหยักที่ตำแหน่งแปลานตัวที่ 1 และ 2\n"
  },
  {
   "slug": "spires",
   "title": "08 เครื่องยอด: ยอดบุษบก-มณฑป · ยอดปราสาท · ยอดมงกุฎ — องค์ประกอบ วิธีขึ้นทรง สัดส่วน",
   "title_en": "Spires of mondop/busabok/prasat: 16 parts, proportions, tier heights",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/spires",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/spires.md",
   "headings": [
    "1. นิยามและฐานานุศักดิ์",
    "2. องค์ประกอบ 16 ส่วน (บนลงล่าง) [S18]",
    "3. ⭐ ยอดเริ่มจากในหลังคา (กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน + หลักวิชา)",
    "4. วิธีขึ้นทรง 5 ขั้น (สรุปจาก [S18])",
    "5. ⭐ จังหวะความสูงของชุดเชิงกลอน — สูงขึ้นทีละเท่าๆ กันเมื่อขึ้นไป",
    "6. บ่าองค์ระฆัง 2 ลักษณะ [S18]",
    "7. การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_1.jpg",
     "caption": "พระมณฑปวัดพระแก้ว (ข้างพระศรีรัตนเจดีย์): ยอดมณฑปซ้อนชั้น",
     "author": "Radosław Botev",
     "license": "CC BY 3.0 pl",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(1).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/busabok_rama4_insignia.jpg",
     "caption": "บุษบกประดิษฐานพระราชลัญจกร ร.4 วัดพระแก้ว: ยอดซ้อนชั้นแบบบุษบก",
     "author": "Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Rama4insigwpk0609.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/dusit_maha_prasat.jpg",
     "caption": "พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ผังจัตุรมุข หลังคาซ้อนสี่ทิศ ยอดปราสาทงอกจากจุดตัดหลังคา",
     "author": "2008guangzhou",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Thinang_Dusit_Maha_Prasat_(%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97),_Grand_Palace,_Bangkok.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/aphorn_phimok_prasat.jpg",
     "caption": "พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท: ปราสาทโถงขนาดเล็ก จัตุรมุข ยอดปราสาท",
     "author": "Supanut Arunoprayote",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Thinang_Aphorn_Phimok_Prasat_at_Grand_Palace.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 08 เครื่องยอด: ยอดบุษบก-มณฑป · ยอดปราสาท · ยอดมงกุฎ — องค์ประกอบ วิธีขึ้นทรง สัดส่วน\n\nแหล่งหลักของไฟล์นี้: บุณยกร วชิระเธียรชัย (2558) งานวิจัยว่าด้วยการขึ้นทรงยอดบุษบก-มณฑปตามแบบแผนช่างหลวง [S18]\n\n## 1. นิยามและฐานานุศักดิ์\n- **บุษบก** = \"ซุ้มยอด\" อาคารโถงขนาดเล็กใช้ได้คนเดียว ตั้งเสาที่มุมทั้งสี่รับยอด (เสาย่อมุมไม้แปดหรือไม้สิบสอง)\n  ใช้เป็น (1) ธรรมาสน์ (2) ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือตั้งผ้าไตรในพิธีทอดกฐินทางเรือ (3) บุษบกมาลาที่ประทับ\n- **มณฑป** = \"เรือนยอด\" ผังจัตุรัส เป็นได้ทั้งอาคารโถง อาคารทึบ หรืออาคารทึบที่มีเสาหานรอบ ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท พระบรมสารีริกธาตุ หรือพระไตรปิฎก\n- **ปราสาท** = มณฑปที่มีมุข (ดูนิยามของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ใน [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md))\n- **จำนวนชุดเชิงกลอนตามแบบแผนช่างหลวง:** บุษบก 5 ชั้น · มณฑป 7 ชั้น · ปราสาท 5 ชั้น · มหาปราสาท 7 ชั้น\n  ของจริงพบตั้งแต่ 3 ถึง 7 ชั้น และ \"ไม่ได้จำกัดเลขคี่เท่านั้น\" แต่ปัจจุบันนิยมกำหนดให้เป็นเลขคี่\n- **ยอดแบบอื่นที่ยืมมาจากเครื่องสูง:** ยอดมงกุฎ · ยอดเกี้ยว · ยอดเรือนชั้นหรือวิมาน · ยอดปรางค์ · ยอดเจดีย์ · ยอดปรางค์-เจดีย์ · ยอดมณฑป-ปรางค์\n\n## 2. องค์ประกอบ 16 ส่วน (บนลงล่าง) [S18]\n| # | ส่วน | ประกอบด้วย |\n|---|---|---|\n| 1 | พุ่มข้าวบิณฑ์ (ชิ้นบนสุด) | กำพู · ดอกไม้ไหว · ยอดพุ่ม |\n| 2 | เม็ดน้ำค้าง | ปลายเจาะรูสำหรับเสียบพุ่มข้าวบิณฑ์ |\n| 3 | ปลี | ปลียอด · บัวคลุ่ม (บัวโถ) · ลูกแก้ว · ปลี |\n| 4 | บัวกลุ่ม | บัวคลุ่ม 5 ชั้น (ยอด 5 ชั้น) หรือ 7 ชั้น (ยอด 7 ชั้น) |\n| 5 | เหม | 3 ชั้น |\n| 6 | บัลลังก์ | หน้ากระดานบัวคว่ำ · ท้องไม้ · หน้ากระดานบัวหงาย |\n| 7 | บัวคอเสื้อ | สูงเท่ากับบัลลังก์หรือสูงกว่าเล็กน้อย |\n| 8 | องค์ระฆัง | คือหลังคาชั้นที่ 5 หรือ 7 ซึ่งเป็น **หลังคาประธาน** |\n| 9 | ชุดเชิงกลอน 5 หรือ 7 ชั้น | **1 ชุด = ท้องไม้ + เชิงกลอน + หลังคา** (หลังคามีลักษณะบัวคว่ำ) |\n| 10 | การย่อมุมเชิงกลอน | ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัศมี |\n| 11 | การยกเก็จ / ยกกระเปาะบรรพแถลง | ส่วนกลางด้านที่ยื่นออกมารับซุ้ม |\n| 12 | บราลี | ปักบนอกไก่ของหลังคาซุ้ม |\n| 13 | ซุ้มบรรพแถลง | 1 ซุ้ม = ซุ้มรังไก่ + หน้าบัน + เครื่องลำยอง |\n| 14 | กระจัง / นาคปัก / กระจังมุม | ที่มุมของชั้น |\n| 15 | เสา / เสาหาน / เสารับยอดปราสาท | |\n| 16 | ไขรายอด / ไขรายอดปราสาท | |\n\n## 3. ⭐ ยอดเริ่มจากในหลังคา (กฎที่ผู้ดูแลยืนยัน + หลักวิชา)\n- \"ส่วนยอด ... เป็นส่วนที่ต่อเนื่องขึ้นมาจากองค์ประกอบส่วนเรือนหรือระบบโครงสร้างที่ถูกออกแบบขึ้นมาเฉพาะ เช่น เสาภายในอาคาร หรือชุดขื่อ ... ตั้งเสาตะมอ ... ซ้อนชั้นแบบลดหลั่นต่อเนื่องกันขึ้นไปตามรูปชั้นหลังคายอด\" [S18]\n- **ชุดเชิงกลอนชั้นที่ 1 ใช้เรือนหรือเสารับยอดทำหน้าที่เป็นท้องไม้** [S18] ยอดจึงต่อเนื่องจากตัวอาคาร ไม่ได้วางทับ\n- **ในโมเดล:** ทำเรือนยอดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่เริ่มในหลังคา ให้หลังคาและสันทุกผืนวิ่งเข้าชนผนังของมัน ชั้นแรกของยอดอยู่ราวระดับยอดหน้าจั่ว\n  ❌ ห้ามวางวงชั้นยอดลอยบนสันหลังคา\n  ❌ ห้ามมีเสาสี่เหลี่ยมยาวตั้งแต่ชายคาโผล่ระหว่างหลังคา\n\n## 4. วิธีขึ้นทรง 5 ขั้น (สรุปจาก [S18])\n| พระมณฑปวัดพระแก้ว | บุษบก (ซุ้มยอดขนาดเล็ก) |\n|---|---|\n| ![พระมณฑปวัดพระแก้ว ยอดมณฑปซ้อนชั้น](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_mondop_wat_phra_kaew_1.jpg)\n\n*ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Mondop,_Wat_Phra_Kaew_(1).jpg* | ![บุษบก วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/busabok_rama4_insignia.jpg)\n\n*ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Rama4insigwpk0609.jpg* |\n\n| พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท: ยอดปราสาทงอกจากจุดตัดหลังคาจัตุรมุข | พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท |\n|---|---|\n| ![ดุสิตมหาปราสาท](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/dusit_maha_prasat.jpg)\n\n*ภาพ: 2008guangzhou · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Thinang_Dusit_Maha_Prasat_(%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97),_Grand_Palace,_Bangkok.JPG* | ![อาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/aphorn_phimok_prasat.jpg)\n\n*ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Thinang_Aphorn_Phimok_Prasat_at_Grand_Palace.jpg* |\n\n1. **กำหนดทรง:** ร่างทรงจอมแห **กว้าง 1 ส่วน สูง 2 ถึง 2.5 ส่วน** ลากเส้นทรงจากปลายเม็ดน้ำค้างลงมาถึงท้องเชิงกลอนชั้นที่ 1\n2. **กำหนดส่วน:**\n   - **ส่วนหลังคา 1 ส่วน : ส่วนยอด 1.5 ส่วน** ส่วนหลังคานับจากท้องเชิงกลอนล่างสุดถึงบ่าองค์ระฆัง ส่วนยอดนับจากบ่าองค์ระฆังถึงปลาย\n     ให้น้ำหนักทางระยะที่ส่วนยอดมากกว่าเสมอ \"มิฉะนั้นแล้วยอดจะดูสั้น\" แม้ส่วนหลังคาจะมีมวลมากกว่า\n   - **เชิงกลอนบนสุดกว้าง ≈ 1/3 ของเชิงกลอนล่างสุด** (ยอด 7 ชั้น: 1/3 ≈ ความกว้างเชิงกลอนชั้นที่ 6)\n   - **องค์ระฆังสูง ≈ ความกว้างเชิงกลอนบนสุด** (ยอด 5 ชั้น) หรือ **≈ 1/4 ของเชิงกลอนล่างสุด** (ยอด 7 ชั้น)\n   - เหนือบ่าระฆัง: บัลลังก์พอประมาณ แล้ว **เหม บัวกลุ่ม และปลี สูงพอๆ กัน**\n     ยอด 7 ชั้น: เหมเตี้ยกว่าบัวกลุ่ม ปลีเตี้ยกว่าบัวกลุ่มเล็กน้อยแต่สูงกว่าเหม\n3. **ย่อมุมไม้สิบสองแบบรัศมี:**\n   - ร่างผังย่อมุมที่เชิงกลอนล่างสุดกับหน้ากระดานบนของเหมชั้นบนสุด\n   - ลากเส้นรัศมีเชื่อมมุมนอกถึงมุมนอก (12 เส้น) และมุมในถึงมุมใน (8 เส้น)\n   - ทุกชั้นที่อยู่ระหว่างกลางจะได้มุมย่อตามเส้นรัศมีเหล่านี้ **มุมย่อของทุกชั้นจึงเรียงเป็นแนวเดียวกันขึ้นไปถึงยอด**\n4. **ซุ้มบรรพแถลง:**\n   - ยกกระเปาะ (เก็จ) กลางด้านที่ชั้นบนสุดและชั้นล่างสุด แล้ว **\"โรยเส้นจอมแห\"** เชื่อมกัน ทุกชั้นที่อยู่ระหว่างกลางจะได้ตำแหน่งและระยะยื่นของซุ้มจากเส้นนั้น\n   - ทำซ้ำกับซุ้มรองที่อยู่ซ้ายและขวา\n   - หลังคาซุ้มแต่ละชั้นก็หาความสูงด้วยเส้นจอมแหเช่นกัน\n5. **องค์ประกอบย่อย:**\n   - บราลีบนอกไก่ของซุ้มต้องสัมผัสเส้นจอมแห\n   - จากนั้นใส่เส้นลวด ท้องไม้ กระจัง นาคปัก บัวคอเสื้อ ครอบสันหลังคาประกอบลายรักร้อย เกล็ดกระเบื้อง กระจังรวนที่หลบหลังคา บัลลังก์ เหม บัวกลุ่ม ลูกแก้ว บัวคลุ่ม ปลียอด และพุ่มข้าวบิณฑ์\n\n## 5. ⭐ จังหวะความสูงของชุดเชิงกลอน — สูงขึ้นทีละเท่าๆ กันเมื่อขึ้นไป\nข้อสำคัญที่ขัดกับสัญชาตญาณ: **ชุดเชิงกลอนชั้นบนสูงกว่าชั้นล่าง** โดยเพิ่มทีละค่าคงที่ (อนุกรมเลขคณิต) แล้ว **ชั้นที่ส่งไปองค์ระฆังจะเพิ่มพิเศษ** [S18]\n\n| แบบ | ความสูงชุดเชิงกลอน ชั้น 1 → บนสุด (ม.) | ผลต่างต่อชั้น |\n|---|---|---|\n| พระเมรุมาศ ร.6 (5 ชั้น) | 1.11 · 1.22 · 1.35 · 1.50 · **2.65** | +0.11, +0.13, +0.15 (เพิ่มทีละ 0.02) แล้ว +1.15 |\n| พระเมรุมาศ ร.8 (5 ชั้น) | 0.96 · 1.08 · 1.20 · 1.32 · **2.05** | +0.12 คงที่ แล้ว +0.73 |\n| มณฑปพระพุทธบาท สระบุรี (7 ชั้น) | 1.20 · 1.44 · 1.68 · 1.92 · 2.16 · 2.40 · **3.85** | +0.24 คงที่ แล้ว +1.45 |\n\n- **ความสูงหลังคาแต่ละชั้น** (มณฑปพระพุทธบาท): 0.75 · 0.96 · 1.17 · 1.38 · 1.59 · 1.80 · 3.85 ม. (+0.21 คงที่)\n- **เชิงกลอน** สูงเท่ากันทุกชั้น ยกเว้นชั้นที่ 1 ที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย (ร.6: 0.45 ม. แล้ว 0.40 ม.) เพราะทำหน้าที่เป็นฐานรับยอด\n- **เหตุผล:**\n  - ลดทอนมวลของหลังคา\n  - \"ก่อให้เกิดจินตภาพความงามที่เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง\"\n  - เน้น **องค์ระฆังซึ่งเป็นหลังคาประธาน** ให้เด่น\n  - \"สืบเนื่องมาจากการลดทอนขนาดผืนหลังคาและการซ้อนชั้นหลังคาที่ปรากฏในส่วนหลังคาของอาคาร\" ระบบเดียวกับซ้อนใน [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md)\n\n## 6. บ่าองค์ระฆัง 2 ลักษณะ [S18]\n1. **บ่ารวบเข้าหาเส้นทรง** หรือยื่นออกนอกเส้นทรงเล็กน้อย มาพร้อมบัลลังก์เต็มชุด เป็นแบบดั้งเดิม เช่น ยอดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท และพระมณฑปวัดพระแก้ว\n2. **บ่ายื่นออกนอกเส้นทรงชัด** คล้ายเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองอยุธยา เป็นแบบสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ในพระเมรุมาศ ร.6 ส่งอิทธิพลต่อแบบยุคหลัง\n\n## 7. การทำเป็นชิ้นไม้\n- **ชุดเชิงกลอน:** 1 ชุด = กล่องผนังสั้น (ท้องไม้) + วงแหวนยื่น (เชิงกลอน) + วงหรือกล่องเอียงรวบ (หลังคา) ความสูงแต่ละชุดใช้อนุกรมเพิ่มคงที่ และชั้นองค์ระฆังให้สูงพิเศษ\n- **ทรง:** คุมขนาดทุกชั้นด้วยเส้นจอมแห\n  - กว้าง : สูง = 1 : 2–2.5 (ถ้ามองจากต่ำ ให้ยืดถึง 1 : 3)\n  - หลังคา : ยอด = 1 : 1.5\n  - เชิงกลอนบนสุด = 1/3 ของเชิงกลอนล่างสุด\n- **บันแถลงทุกชั้น:** แผ่นตั้งกลางด้าน ระยะยื่นและความสูงไล่ตามเส้นจอมแหที่โรยจากชั้นบนลงชั้นล่าง\n- **ย่อมุม:** ใช้ s/w เท่ากันทุกชั้น มุมจึงเรียงเป็นรัศมีเข้าศูนย์กลาง\n"
  },
  {
   "slug": "prang",
   "title": "09 ปรางค์ (Prang)",
   "title_en": "Prang towers (Wat Arun)",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/prang",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/prang.md",
   "headings": [
    "ชื่อ",
    "ส่วนประกอบ (ล่างขึ้นบน)",
    "เหตุผลของรูปร่าง",
    "ปรางค์ประธานกับปรางค์ทิศ (วัดอรุณ)",
    "สัดส่วน (แนวทาง)",
    "ข้อผิดพลาดที่พบ",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_complex.jpg",
     "caption": "หมู่พระปรางค์วัดอรุณจากแม่น้ำ: ปรางค์ประธาน (เขาพระสุเมรุ) ล้อมด้วยปรางค์ทิศ 4 มุม",
     "author": "This Photo was taken by Supanut Arunoprayote.\n\nFeel free to use any of my images, but please mention me as the author and may send me a message.  (สามารถใช้ภาพได้อิสระ แต่กรุณาใส่เครดิตผู้ถ่ายและอาจส่งข้อความบอกกล่าวด้วย) \n\n\n\nPlease do not upload an updated image here without consultation with the Author. The author would like to make corrections only at his own source. This ensures that the changes are preserved.Please if you think that any changes should be required, please inform the author.Otherwise you can upload a new image with a new name. Please use one of the templates derivative or extract.",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Prang_Wat_Arun_during_day.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_indra_erawan.jpg",
     "caption": "ซุ้มจระนำปรางค์ประธานวัดอรุณ: พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ",
     "author": "Random username 083794703875938",
     "license": "CC0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B9%97_Prang,_Wat_Arun_7.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_detail.jpg",
     "caption": "รายละเอียดปรางค์ประธานวัดอรุณ: ชั้นซ้อน ผู้แบก และกระเบื้องประดับ",
     "author": "Jorge Láscar from Australia",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lascar_Detail_of_the_elaborated_central_prang_-_Wat_Arun_(4509142495).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_satellite_prang.jpg",
     "caption": "ปรางค์ทิศวัดอรุณ (มุมสูง): ประดับกระเบื้องและเปลือกหอย",
     "author": "Carlquist, Sherwin John, 1930-2021",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:(Aerial_view_of_prang_in_Wat_Arun,_Thailand)_-_DPLA_-_11850431d7559d6b1ad66b69ba456814.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_chaiwatthanaram_aerial.jpg",
     "caption": "วัดไชยวัฒนารามมุมสูง: ผังปรางค์ประธาน ปรางค์ทิศ และเมรุทิศเมรุราย",
     "author": "Average trinmo",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Chaiwatthanaram_by_drone.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 09 ปรางค์ (Prang)\n\n## ชื่อ\nปรางค์ หรือพระปรางค์ ภาษาอังกฤษใช้ prang\nสืบมาจากปราสาทขอม (ศิขร) ผ่านอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ยุคหลังยิ่งเรียวและสูงขึ้น\nปรางค์ประธานวัดอรุณเป็นแบบรัตนโกสินทร์ที่สูงเรียวที่สุดแบบหนึ่ง\n\n![หมู่พระปรางค์วัดอรุณ: ปรางค์ประธานและปรางค์ทิศ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_complex.jpg)\n\n*ภาพ: This Photo was taken by Supanut Arunoprayote. Feel free to use any of my images, · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Prang_Wat_Arun_during_day.jpg*\n\n| ซุ้มจระนำ: พระอินทร์ทรงเอราวัณ | ชั้นซ้อนและผู้แบก | ปรางค์ทิศ |\n|---|---|---|\n| ![พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_indra_erawan.jpg)\n\n*ภาพ: Random username 083794703875938 · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B9%97_Prang,_Wat_Arun_7.jpg* | ![รายละเอียดปรางค์ประธาน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_prang_detail.jpg)\n\n*ภาพ: Jorge Láscar from Australia · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lascar_Detail_of_the_elaborated_central_prang_-_Wat_Arun_(4509142495).jpg* | ![ปรางค์ทิศ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_satellite_prang.jpg)\n\n*ภาพ: Carlquist, Sherwin John, 1930-2021 · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:(Aerial_view_of_prang_in_Wat_Arun,_Thailand)_-_DPLA_-_11850431d7559d6b1ad66b69ba456814.jpg* |\n\n![วัดไชยวัฒนาราม (อยุธยา) มุมสูง: ผังปรางค์ประธานล้อมด้วยปรางค์ทิศและระเบียง แบบผังจักรวาล](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_chaiwatthanaram_aerial.jpg)\n\n*ภาพ: Average trinmo · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Chaiwatthanaram_by_drone.jpg*\n\n**ส่วนประกอบตามที่ระบุในวิกิพีเดีย** (บนลงล่าง) [ผลค้นหา S13]:\nนภศูล (ยอดปลายสุด) · บัวกลุ่ม (รับนภศูล) · ชั้นรัดประคด (ชั้นยอด) · กลีบขนุน (ตกแต่งใต้ชั้นรัดประคด) · บันแถลง (กลางกลีบขนุน) · ชั้นอัสดง (เรือนยอด) · เรือนธาตุ · ซุ้มจระนำ (ประดิษฐานพระพุทธรูป) · ชุดฐานสิงห์ (3 ชั้น) · ฐานปัทม์ · ฐานเขียง\n\n**ทรงปรางค์:** ด้าน \"ก่ง (โก่ง) ออก\" แล้ว \"รวบเข้า\" ก่อนถึงปลายยอด ดึงเป็น \"จอม\" ขึ้นเล็กน้อย เป็นแบบแผนของงานเครื่องก่อ ต่างจากทรงจอมแหของงานเครื่องไม้ [S18]\n\n**วัดอรุณ — แหล่งข้อมูลยังขัดกัน (ควรตรวจ):**\n- **ปรางค์ประธาน:** มีพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 4 องค์ที่ชั้นที่สอง [S12] ยอดเป็นนภศูลประดับมงกุฎ [S13] และมงกุฎย้ำคติพระอินทร์ [S20]\n- **ปรางค์ทิศ:** วิกิพีเดียอังกฤษบอกว่ามีปรางค์ทิศองค์หนึ่งอุทิศแด่พระพาย [S12] ส่วนบทความศิลปวัฒนธรรมกล่าวถึง \"รูปเทวดาทรงช้าง ... หมายถึงพระเจ้าจักรพรรดิราช\" ในซุ้มของปรางค์บริวาร [S20] **ยังไม่ได้ข้อยุติ**\n- **ความสูง:** แหล่งต่างๆ ให้ไว้ระหว่าง 66.8–86 ม. [S12]\n- **วัสดุ:** ประดับกระเบื้องถ้วยชามจีนและเปลือกหอย [S12] สร้างเสร็จในรัชกาลที่ 3 [S12]\n\n## ส่วนประกอบ (ล่างขึ้นบน)\n| ส่วน | ลักษณะ |\n|---|---|\n| ฐานไพที / ฐานทักษิณ | ลานซ้อนหลายชั้น มีบันไดหันหน้าออกและพนักล้อม (วัดอรุณมี 3 ชั้นหลัก) |\n| ฐานสิงห์ / ฐานแบก | ฐานสิงห์ซ้อนกัน มีแถบยักษ์แบก กระบี่แบก มารแบก |\n| เรือนธาตุ | แท่งย่อมุม มีซุ้มจระนำ 4 ทิศ |\n| ซุ้มจระนำ | ซุ้มยอดบันแถลงซ้อน ในซุ้มมีรูปเคารพ (วัดอรุณ: พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ) บางทิศเป็นประตู |\n| บัวรัดเกล้า | บัวคาดบนเรือนธาตุ |\n| ชั้นรัดประคด | แถบคาดคั่นระหว่างชั้นซ้อน มีหน้ากระดานและบันแถลง |\n| ชั้นซ้อน (ยอดฝักข้าวโพด) | ชั้นย่อมุมซ้อนกันประมาณ 5–7 ชั้น ไล่เล็กลงตามทรงจอมแห |\n| กลีบขนุน | แผ่นยอดแหลมตั้งที่มุมของแต่ละชั้น เป็นปรางค์จำลองหรือเทพจำลอง ทำให้ยอดดูกลม |\n| บันแถลง | หน้าจั่วจำลองที่กลางด้านของแต่ละชั้น |\n| บัวกลุ่ม / บัวรองรับยอด | บัวกลมใต้ยอด |\n| นภศูล | ยอดโลหะเป็นแท่งหลายแฉก (ตรีศูล) อาจมีมงกุฎครอบ ที่วัดอรุณมีมงกุฎบนนภศูล **(ควรตรวจ)** |\n\n## เหตุผลของรูปร่าง\n- ปรางค์คือเขาพระสุเมรุ ชั้นซ้อนคือสวรรค์แต่ละชั้น\n- กลีบขนุนกับบันแถลงทำให้ยอดเหลี่ยมดูกลมมน และพื้นผิวมีเงาถี่เหมือนเปลวไฟ\n- **ทรงจอมแห:** ด้านข้างเว้าเข้า ช่วงล่างผายกว้าง ช่วงบนเรียวยาว\n\n## ปรางค์ประธานกับปรางค์ทิศ (วัดอรุณ)\n- **ปรางค์ประธาน:** อยู่กลาง สูงที่สุด ซุ้มจระนำมีพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ\n- **ปรางค์ทิศ 4 องค์:** อยู่ที่มุมทแยงของลานทักษิณ เล็กและเตี้ยกว่าประธานมาก ซุ้มมีพระพายทรงม้า **(ควรตรวจ)**\n- **มณฑปทิศ 4 หลัง:** อยู่บนแกนหลัก 4 ทิศ ระหว่างปรางค์ทิศ (ดู 11)\n\n## สัดส่วน (แนวทาง)\n- ปรางค์รัตนโกสินทร์มีความสูงรวมต่อความกว้างฐานเรือนธาตุประมาณ 5–7 เท่า ยอดชั้นซ้อนยาวกว่าเรือนธาตุมาก\n- แต่ละชั้นซ้อนเล็กลงทีละน้อย ด้านข้างเว้าเข้า (curve > 1)\n\n## ข้อผิดพลาดที่พบ\n1. รูปทรงอ้วนเกินไป ของจริงเรียวและสูงกว่า ทั้งปรางค์ประธานและปรางค์ทิศ\n2. ทำยอดเป็นวงแหวนซ้อนเหมือนกองเหรียญ ผู้ดูแลให้ทำชั้นซ้อนเป็นผนัง (กล่องสั้นซ้อนกัน) แทน\n3. ยอดของปรางค์ประธานสั้นเกินไป ของจริงยอดยาวกว่านี้\n4. สัดส่วนยอดของปรางค์ทิศผิด\n5. ใช้แท่งไม้กลมสำเร็จรูป (rod) ทำยอด ผู้ดูแลไม่ชอบ ห้ามใช้ rod\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **แกน:** แผ่นแกน X/Y บากล็อกกากบาท\n- **ฐานและเรือนธาตุ:** เป็นกล่องผนังย่อมุม\n- **ชั้นซ้อน:** เป็นผนังที่มีวงแหวนเป็นบัวคาด (`tiers` ที่ใช้ `fill`)\n- **กลีบขนุนและบันแถลง:** แผ่นตั้งติดที่มุมและกลางด้าน\n- **นภศูล:** เป็นยอดของแผ่นแกน X ประกบอีกแผ่นให้หนาขึ้น\n"
  },
  {
   "slug": "chedi",
   "title": "10 เจดีย์ (Chedi / Stupa)",
   "title_en": "Chedi / stupa forms",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/chedi",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/chedi.md",
   "headings": [
    "ชื่อ",
    "ส่วนประกอบ: เจดีย์ทรงระฆัง (ล่างขึ้นบน)",
    "รูปแบบที่แตกต่าง (variation)",
    "เหตุผลของรูปร่าง",
    "สัดส่วน (แนวทาง)",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_si_rattana_chedi.jpg",
     "caption": "พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระแก้ว: เจดีย์ทรงระฆัง (ทรงลังกา)",
     "author": "Philip Nalangan",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Sri_Rattana_Chedi_Bangkok.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_si_sanphet_chedis.jpg",
     "caption": "เจดีย์ทรงระฆัง 3 องค์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา",
     "author": "This Photo was taken by Supanut Arunoprayote.\n\nFeel free to use any of my images, but please mention me as the author and may send me a message.  (สามารถใช้ภาพได้อิสระ แต่กรุณาใส่เครดิตผู้ถ่ายและอาจส่งข้อความบอกกล่าวด้วย) \n\n\n\nPlease do not upload an updated image here without consultation with the Author. The author would like to make corrections only at his own source. This ensures that the changes are preserved.Please if you think that any changes should be required, please inform the author.Otherwise you can upload a new image with a new name. Please use one of the templates derivative or extract.",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Three_Chedi(s)_of_Wat_Phra_Si_Sanphet.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lotus_bud_chedi_chet_thaeo.jpg",
     "caption": "เจดีย์ทรงดอกบัวตูม (พุ่มข้าวบิณฑ์) วัดเจดีย์เจ็ดแถว ศรีสัชนาลัย: เอกลักษณ์สุโขทัย",
     "author": "Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lotusbudwchetthaeo0408.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lotus_bud_finial_stucco.jpg",
     "caption": "ยอดปูนปั้นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม พุทธศตวรรษที่ 19 พิพิธภัณฑ์รามคำแหง สุโขทัย",
     "author": "Gary Todd from Xinzheng, China",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Stucco_Finial_of_Lotus_Bud_Chedi,_14th_Cent.,_Ramkhamhaeng_Museum,_Sukhothai_(40681700383).jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 10 เจดีย์ (Chedi / Stupa)\n\n## ชื่อ\nเจดีย์ หรือสถูป ใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์\n\n## ส่วนประกอบ: เจดีย์ทรงระฆัง (ล่างขึ้นบน)\n| ส่วน | ลักษณะ |\n|---|---|\n| ฐานเขียง / ฐานไพที | แท่นสี่เหลี่ยมหรือกลมเป็นขั้น |\n| ฐานบัว / ฐานสิงห์ / มาลัยเถา | บัวกลมซ้อนกันหลายวงรองรับองค์ระฆัง (มาลัยเถา = วงกลมไล่ขนาดซ้อนกัน 3 วง) |\n| บัวปากระฆัง | บัวคาดที่ขอบล่างขององค์ระฆัง |\n| องค์ระฆัง (อัณฑะ) | ทรงระฆังคว่ำ เป็นที่บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ |\n| บัลลังก์ | แท่นสี่เหลี่ยมเหนือระฆัง (คติแท่นที่ประทับ) |\n| ก้านฉัตร / เสาหาน | แท่งเล็กหรือเสารายรอบเหนือบัลลังก์ |\n| ปล้องไฉน | วงแหวนซ้อนกันเรียวขึ้น (คติฉัตรซ้อน) |\n| ปลี | กรวยเรียวเรียบ |\n| เม็ดน้ำค้าง / ลูกแก้ว | ลูกกลมที่ปลายสุด |\n\n**เจดีย์ทรงลังกาแบบอยุธยา** [ผลค้นหา S13]: ฐาน (ยกระดับ) · ฐานเขียง · ฐานปัทม์หรือฐานบัว · **บัวถลา** (ลักษณะจากลังกา) · **บัวปากระฆัง**\n**สุโขทัย** [S9]: \"ฐานทำเป็นฐานสี่เหลี่ยมซ้อนกันสามชั้น จากนั้นทำเป็นฐานบัว\" มีเจดีย์ 3 แบบ ได้แก่ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ลักษณะเฉพาะของสุโขทัย) ทรงกลม และทรงแบบขอม\nทั้งเจดีย์และยอดอาคารคุมเส้นรอบนอกด้วย **เส้นจอมแห** [S17] (ดู [00](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/philosophy.md))\n\n| ทรงระฆัง (ลังกา) รัตนโกสินทร์ | ทรงระฆัง อยุธยา | ทรงดอกบัวตูม สุโขทัย |\n|---|---|---|\n| ![พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/phra_si_rattana_chedi.jpg)\n\n*ภาพ: Philip Nalangan · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Phra_Sri_Rattana_Chedi_Bangkok.jpg* | ![เจดีย์ 3 องค์ วัดพระศรีสรรเพชญ์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_si_sanphet_chedis.jpg)\n\n*ภาพ: This Photo was taken by Supanut Arunoprayote. Feel free to use any of my images, · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Three_Chedi(s)_of_Wat_Phra_Si_Sanphet.jpg* | ![เจดีย์ทรงดอกบัวตูม วัดเจดีย์เจ็ดแถว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lotus_bud_chedi_chet_thaeo.jpg)\n\n*ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lotusbudwchetthaeo0408.jpg* |\n\n![ยอดปูนปั้นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม พิพิธภัณฑ์รามคำแหง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lotus_bud_finial_stucco.jpg)\n\n*ภาพ: Gary Todd from Xinzheng, China · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Stucco_Finial_of_Lotus_Bud_Chedi,_14th_Cent.,_Ramkhamhaeng_Museum,_Sukhothai_(40681700383).jpg*\n\n## รูปแบบที่แตกต่าง (variation)\n- **ทรงระฆัง (ทรงลังกา):** ระฆังกลมใหญ่ ฐานกลม เรียบ\n- **ทรงย่อมุม (ย่อมุมไม้สิบสอง):** ทุกส่วน ตั้งแต่ฐาน ระฆัง ถึงบัลลังก์ เป็นเหลี่ยมย่อมุม พบมากในอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์\n- **ทรงดอกบัว / บัวยอดตูม:** ยอดเหมือนดอกบัวตูม พบในสุโขทัย\n- **ทรงปราสาทยอด:** เรือนธาตุมีซุ้มทิศและยอดเป็นเจดีย์\n- **เจดีย์ราย:** เจดีย์เล็กล้อมรอบองค์ประธาน\n\n## เหตุผลของรูปร่าง\n- ระฆังคือเนินดินฝังพระธาตุตามคติอินเดีย บัลลังก์คือแท่นที่ประทับ ปล้องไฉนคือฉัตรซ้อนที่ยกย่องพระพุทธเจ้า\n- ยิ่งเรียวขึ้นข้างบน ยิ่งเน้นแกนตั้งที่ชี้สู่ฟ้า\n\n## สัดส่วน (แนวทาง)\n- องค์ระฆังกว้างประมาณ 0.6–0.75 เท่าของฐาน ส่วนปล้องไฉนรวมปลียาวประมาณ 1–1.5 เท่าของความสูงระฆัง\n- รัตนโกสินทร์เรียวกว่าสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **ส่วนกลม:** ใช้วงแหวนซ้อนแบบ `rings` โดยไล่ขนาดตามโปรไฟล์ระฆัง ถ้าเป็นวงกลมจริงใช้ polygon หลายเหลี่ยม (n สูง)\n- **ปล้องไฉน:** วงแหวนเล็กสลับใหญ่\n- **ปลี:** เป็นยอดของแผ่นแกน\n"
  },
  {
   "slug": "case-wat-arun-mondop",
   "title": "11 มณฑป — กรณีศึกษา: มณฑปทิศวัดอรุณ",
   "title_en": "Case study: Wat Arun cardinal mondop, every correction",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/case-wat-arun-mondop",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/case-wat-arun-mondop.md",
   "headings": [
    "มณฑปคืออะไร",
    "ผัง",
    "ไล่จากล่างขึ้นบน",
    "ลำดับการแก้ (บทเรียน)",
    "แหล่งอ้างอิงที่ใช้",
    "ผลลัพธ์: โมเดลไม้ตัด v15 (1:80, basswood 1.5 มม., 293 ชิ้น)"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_north.jpg",
     "caption": "มณฑปทิศเหนือ วัดอรุณ: ทั้งองค์ ฐานซุ้ม แถบเทวดาแบก ตัวเรือนสูง หลังคาซ้อนจั่วสองชั้นทุกแขน ยอดเรือนธาตุงอกจากกลางหลังคา และบันไดข้างปลายปีก",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-18.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_base_niches.jpg",
     "caption": "ฐานมณฑปทิศเหนือ วัดอรุณ: ฐานซุ้มโค้งมีรูปปั้นในซุ้ม และตุ๊กตาจีนเฝ้าบันได",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-33.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg",
     "caption": "แถบเทวดาแบกที่ฐานมณฑปทิศตะวันออก วัดอรุณ: ยกแขนแบกบัวชั้นบน ประดับกระเบื้องถ้วยชาม",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_south.jpg",
     "caption": "มณฑปทิศใต้ วัดอรุณ",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Southern_mondop._2016-10-10_14-50-46.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_photo_corner.jpg",
     "caption": "v15 มุม",
     "note": "model render (not a reference)"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_roof_close.jpg",
     "caption": "v15 หลังคา",
     "note": "model render (not a reference)"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_side.jpg",
     "caption": "v15 ข้าง",
     "note": "model render (not a reference)"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_front.jpg",
     "caption": "v15 หน้า",
     "note": "model render (not a reference)"
    }
   ],
   "markdown": "# 11 มณฑป — กรณีศึกษา: มณฑปทิศวัดอรุณ\n\nไฟล์นี้บันทึกรูปทรงที่ได้หลังแก้กับผู้ดูแล 14 รอบ ใช้เป็นแม่แบบของอาคารทรงมณฑปแบบไทย\nโมเดลอยู่ที่ `E:\\blender\\wat_arun_mondop\\part_v14\\`\n\n## มณฑปคืออะไร\nอาคารสี่เหลี่ยม (จัตุรัสหรือผืนผ้า) มีหลังคาจั่วทั้ง 4 ทิศ และ **ยอดทรงมณฑปที่งอกจากกลางหลังคา**\nใช้ประดิษฐานสิ่งสำคัญ เช่น รอยพระพุทธบาท พระไตรปิฎก หรือพระพุทธรูป\nมณฑปทิศวัดอรุณมี 4 หลังบนแกน 4 ทิศรอบปรางค์ประธาน ในแต่ละหลังมีพระพุทธรูปปางสำคัญ เช่น ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน **(ควรตรวจว่าหลังไหนเป็นปางไหน)**\n\n**ภาพจริงจาก Wikimedia Commons:**\n\n![มณฑปทิศเหนือ วัดอรุณ ทั้งองค์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_north.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-18.jpg*\n\n| ฐานซุ้ม | เทวดาแบก | มณฑปทิศใต้ |\n|---|---|---|\n| ![ฐานซุ้มโค้ง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_base_niches.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Northern_mondop._2016-10-10_14-43-33.jpg* | ![แถบเทวดาแบก](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg* | ![มณฑปทิศใต้](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_south.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Southern_mondop._2016-10-10_14-50-46.jpg* |\n\n**ภาพที่ผู้ดูแลส่งมา (ภายใน):**\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ด้านข้าง: จั่ว 2 คู่]*\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: มุม]*\n\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ด้านยาว]*\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: ทั้งองค์]*\n\n**ตามนิยามช่าง** [S18]: มณฑปคือ \"เรือนยอด\" ซึ่งมาตรฐานมีชุดเชิงกลอน 7 ชั้น ส่วนมณฑปที่มีมุขเรียกปราสาท ตามคำอธิบายของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ\nมณฑปทิศวัดอรุณมีมุขยื่นหน้าหลังและมีปีก **รูปทรงจึงใกล้ปราสาท** และหลังคาเป็นแบบทรงปราสาท (ดู [05](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/roofs.md))\n\n## ผัง\n```\nมองจากบน (ด้านยาว = แนวขนานลานทักษิณ)\n\n      ┌──────┬────────────┬──────┐\n      │ ปีก   │   มุขกลาง   │  ปีก  │  ← มุขยื่นหน้า 1.2 ม.\n ┌────┘      │  ┌──────┐  │      └────┐\n │  จั่วปลาย  │  │ ยอด  │  │  จั่วปลาย  │\n │  ปีก(ต่ำ)  │  └──────┘  │  ปีก(ต่ำ)  │\n └────┐      │            │      ┌────┘\n      │      │            │      │   ← มุขยื่นหลังเช่นกัน\n      └──────┴────────────┴──────┘\n```\n- **ผัง:** สี่เหลี่ยมผืนผ้า ในผังกรมศิลปากรเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีกากบาทข้างใน ด้านยาวขนานกับลานทักษิณ\n- **ด้านยาว:** แบ่ง 3 ช่วงเกือบเท่ากัน (ปีก–มุข–ปีก) ช่วงละหนึ่งหน้าต่าง\n- **มุขกลางยื่นหน้าและหลัง** และฐานทุกชั้นยื่นตามมุข มุมของมุขย่อ 2 จังหวะ\n- **ด้านสกัด (ปลายปีก):** มีหน้าต่าง 1 บาน\n\n## ไล่จากล่างขึ้นบน\n1. **ฐานซุ้ม:** ซุ้มโค้งเรียง ในซุ้มมีกินรี\n2. **ฐานแบก:** เทวดาหรือยักษ์คุกเข่ายกแขนแบก (ที่วัดอรุณเป็นรูปปั้นนูนเกือบลอยตัว)\n3. **บัวคาด 3 ชั้น:** ทุกชั้นยื่นตามมุข\n4. **ตัวเรือน:** สูงชะลูด (สูงประมาณ 2 เท่าของความลึก) มุมย่อมุม หน้าต่างลายกระเบื้องเขียวสูงประมาณ 3/4 ของผนัง มีกรอบซุ้มยอดแหลม\n5. **บัวหัวผนังและชายคา**\n6. **หลังคาทรงปราสาท:**\n   - **แขนหน้า–หลัง:** หลังคาจั่วยื่นไปถึงหน้ามุข มีหน้าจั่วชั้นเดียวอยู่ไกลจากยอด\n   - **แขนซ้าย–ขวา:** หลังคาสั้น หน้าจั่วอยู่ใกล้ยอด\n   - **หลังคาปีก:** ต่ำกว่า อยู่นอกหน้าจั่วซ้ายขวา ยาวไปถึงปลายปีก\n   - **มองจากด้านข้าง:** เห็นหน้าจั่ว 2 ชั้น ผืนหน้าคือปีก ผืนหลังคือแขนยอด ซึ่งกว้างกว่าและสูงกว่า ความชันเท่ากัน\n   - **มองจากด้านหน้า:** เห็นหน้าจั่วเดียวตรงกลาง สองข้างเป็นลาดหลังคาปีก มีช่อฟ้า 4 ตัว (2 ตัวปลายปีก และ 2 ตัวของแขนข้างที่อยู่ใกล้ยอด)\n7. **เรือนธาตุของยอด:** เริ่มในหลังคา สันทั้ง 4 วิ่งเข้าชน\n8. **บัวรับและบันแถลง 4 ทิศ**\n9. **ชั้นเชิงกลอน:** สูงพอๆ กับหน้าจั่ว\n10. **ปลียาว**\n\n## ลำดับการแก้ (บทเรียน)\n| รอบ | ทำผิด | ที่ถูก |\n|---|---|---|\n| v1–v2 | ผังจัตุรัส | ผังผืนผ้า มีปีกซ้ายขวา |\n| v3 | ช่อฟ้าม้วนข้างในระนาบหน้าจั่ว | ช่อฟ้าโผล่จากสัน ชี้ขึ้น โค้งออก |\n| v4–v5 | มีเสาสี่เหลี่ยมโผล่ระหว่างหลังคา | หลังคาสามเหลี่ยมมาชนกันตรงกลาง |\n| v6 | หน้ามุขแบน | มุขยื่นจริง |\n| v7 | ฐานเป็นสี่เหลี่ยมเรียบ | ฐานยื่นตามมุข มุมย่อมุม |\n| v8 | หน้าจั่ว 2 ชั้นอยู่ด้านหน้า | หน้าจั่ว 2 ชั้นอยู่ด้านข้าง ด้านหน้าชั้นเดียว |\n| v9–v10 | หน้าจั่วยอด 4 ทิศเป็นจัตุรัส | หน้าจั่วหน้าหลังอยู่ไกล ซ้ายขวาอยู่ใกล้ |\n| v11 | เชื่อโมเดลสแกนที่ไม่มีหลังคาหลังหน้าจั่ว | มีหลังคาจริง (ช่องว่างในสแกนคือข้อผิดพลาดของเครื่อง) |\n| v12 | ยอดวางลอยบนสัน | เรือนธาตุเริ่มในหลังคา สันวิ่งเข้าชน |\n| v14 | หลังคาผืนหลังแคบกว่าผืนหน้า | ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า ขนานกัน |\n| v15 | หน้า/หลังมีจั่วชั้นเดียว ข้างมีแขนละชั้นเดียว | **ทุกแขนซ้อน 2 ชั้น:** ด้านข้างเห็นช่อฟ้า 4 ตัว (คู่ล่าง = ปลายปีก, คู่บน = แขนยอด) ด้านหน้าเห็น 2 ตัว |\n\n## แหล่งอ้างอิงที่ใช้\n- รูป Wikimedia Commons: มณฑปทิศตะวันตก ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศเหนือ\n- โมเดล Sketchfab \"Wat Arun temple 3D model\" (photogrammetry ซึ่งมีจุดผิดเพี้ยนบนหลังคา) และ CGTrader\n- ผังพื้นและรูปด้าน: กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน กองโบราณคดี กรมศิลปากร\n- พระมณฑปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม: ใช้เทียบแบบแผนหลังคาทรงปราสาท\n\n## ผลลัพธ์: โมเดลไม้ตัด v15 (1:80, basswood 1.5 มม., 293 ชิ้น)\n| มุมจากพื้น | หลังคาระยะใกล้ |\n|---|---|\n| ![v15 มุม](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_photo_corner.jpg) | ![v15 หลังคา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_roof_close.jpg) |\n| ด้านข้าง: ช่อฟ้า 4 ตัว (คู่ล่าง + คู่บน) | ด้านหน้า: จั่ว 2 ชั้น |\n| ![v15 ข้าง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_side.jpg) | ![v15 หน้า](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/renders/mondop_v15_front.jpg) |\n"
  },
  {
   "slug": "stairs-walls",
   "title": "12 บันได ระเบียง กำแพงแก้ว และองค์ประกอบรอบอาคาร",
   "title_en": "Stairs, balustrades, crystal walls, sema",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/stairs-walls",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/stairs-walls.md",
   "headings": [
    "บันได",
    "ระเบียงและกำแพงแก้ว",
    "องค์ประกอบอื่น",
    "ข้อผิดพลาดที่พบ",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/naga_staircase_lampang_luang.jpg",
     "caption": "บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง (ล้านนา)",
     "author": "Ahoerstemeier",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_Tat_Lampang_Luang_Naga_Staircase.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_central_prang_stairs.jpg",
     "caption": "ปรางค์ประธานวัดอรุณ: บันไดชันขึ้นฐานทักษิณ ชั้นซ้อนย่อมุม",
     "author": "Radosław Botev",
     "license": "CC BY 3.0 pl",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun_-_central_prang_(1).jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 12 บันได ระเบียง กำแพงแก้ว และองค์ประกอบรอบอาคาร\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: บันไดข้างมณฑป]*\n\n![บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/naga_staircase_lampang_luang.jpg)\n\n*ภาพ: Ahoerstemeier · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_Tat_Lampang_Luang_Naga_Staircase.jpg*\n\n![บันไดชันขึ้นปรางค์ประธานวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_central_prang_stairs.jpg)\n\n*ภาพ: Radosław Botev · CC BY 3.0 pl · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun_-_central_prang_(1).jpg*\n\n## บันได\n- **บันไดหน้าอาคารหรือฐานทักษิณ** หันหน้าออกจากอาคาร คนเดินจากข้างนอกขึ้นมาหาอาคาร ขั้นบันไดตั้งฉากกับผนัง\n- **พนักบันได / ราวบันได:** ผนังเตี้ยสองข้างของบันได ปลายล่างมักเป็นนาค (ราวนาค) สิงห์ หรือยักษ์ทวารบาล\n- **บันไดของฐานทักษิณวัดอรุณ:** บันไดชั้นล่างอยู่ซ้ายขวาข้างฐานมณฑป และวิ่งขึ้นเข้าหาปรางค์ประธาน มีระเบียงหรือสะพานเชื่อมจากลานชั้น 1 ไปถึงหลังมณฑป บันไดชั้น 2 เริ่มจากบนสะพานนั้น (ตามผังกรมศิลปากร)\n- **บันไดวัดอรุณชันมาก** ลูกตั้งสูง ลูกนอนแคบ เพื่อให้ผู้ขึ้นก้มตัว ตามคติการขึ้นเขาพระสุเมรุ **(ควรตรวจคำอธิบายเชิงคติ)**\n\n## ระเบียงและกำแพงแก้ว\n- **กำแพงแก้ว:** กำแพงเตี้ยล้อมเขตอาคารสำคัญ หัวกำแพงมีบัวหรือลายกระจัง\n- **พนักระเบียง / ลูกกรง:** แถวลูกกรงหรือพนักประดับกระเบื้องที่ขอบฐานทักษิณ ที่วัดอรุณเป็นพนักต่อเนื่องตามแนวย่อมุม และเปิดช่องตรงบันได\n- **เสาเม็ด / เสานางเรียง:** เสาหัวเม็ดที่มุมกำแพงหรือหัวพนัก\n- **ระเบียงคด:** ทางเดินมีหลังคาล้อมรอบอุโบสถหรือเจดีย์\n\n## องค์ประกอบอื่น\n- **ใบเสมา / ซุ้มเสมา:** หลักแสดงเขตอุโบสถ มี 8 ทิศ\n- **ซุ้มประตู:** ประตูกำแพงที่มียอดแบบมณฑป ปราสาท หรือมงกุฎ\n- **ตุ๊กตาจีน / ยักษ์ทวารบาล:** ยืนเฝ้าข้างบันได ที่วัดอรุณเป็นตุ๊กตาศิลาจีน\n\n## ข้อผิดพลาดที่พบ\n1. ทำขั้นบันไดหันข้าง ผิด ต้องหันหน้าออก\n2. ทำบันไดชั้นล่างกว้างเกินไป ส่วนช่องที่มณฑปแคบเกินไป สัดส่วนผิด\n3. ใช้บันไดตรงกลางชนมณฑป ผิด ที่ถูกคือบันไดอยู่ซ้ายขวาข้างฐานมณฑป\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **บันได:** แผ่นซ้อนขนานผนัง แต่ละแผ่นสั้นลงทีละขั้น (ลูกตั้งอย่างน้อย 3.6 มม.) มีพนักสองข้าง ใช้ `stairs_out`, `stair_steps`, `layers_per_step`\n- **พนักระเบียง:** แถบตามขอบย่อมุม ขัดกันที่มุม และตัดเว้นช่องตรงบันได ใช้ `outline_strips`\n"
  },
  {
   "slug": "temple-buildings",
   "title": "24 อาคารในวัด — ผังวัด · อุโบสถ · วิหาร · หอไตร · หอระฆัง · ศาลา · กุฏิ · วิหารล้านนา",
   "title_en": "Temple buildings: ubosot, wihan, ho trai, sala, kuti, Lanna wihan",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/temple-buildings",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/temple-buildings.md",
   "headings": [
    "1. ผังวัด [S11]",
    "2. อาคารแต่ละประเภท",
    "3. ศาลหลักเมือง [S35]",
    "4. วิหารล้านนา (ภาคเหนือ) ◇ (ควรตรวจกับงานวิจัยล้านนา)",
    "5. ทิศและการวาง ◇"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_roofs.jpg",
     "caption": "พระอุโบสถวัดพระแก้ว: หลังคาซ้อนและลด มีมุข ช่อฟ้าทุกจั่ว",
     "author": "กสิณธร ราชโอรส",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_(55).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg",
     "caption": "หอไตรวัดระฆัง (เดิมเป็นพระตำหนักของ ร.1): เรือนไทยภาคกลางสามหลังแฝด จั่วสูง ปั้นลม",
     "author": "Supanut Arunoprayote",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bell_tower_ratchaburana.jpg",
     "caption": "หอระฆัง วัดราชบูรณะ พิษณุโลก",
     "author": "media lib",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Ratchaburana_Glocke.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_sukhothai.jpg",
     "caption": "ใบเสมา วัดมหาธาตุ สุโขทัย",
     "author": "User Hdamm on de.wikipedia",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_1.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_crowned.jpg",
     "caption": "ใบเสมาทรงมงกุฎ วัดราชนัดดา",
     "author": "User Hdamm on de.wikipedia",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_2.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_wat_phra_kaew.jpg",
     "caption": "ซุ้มเสมา วัดพระแก้ว",
     "author": "User Hdamm on de.wikipedia",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_4.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/sala_wat_ratchabophit.jpg",
     "caption": "ศาลา วัดราชบพิธ",
     "author": "Author: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Salawatrajbopit04.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lanna_wihan_lampang_luang.jpg",
     "caption": "วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง: หลังคาซ้อนลดต่ำ หน้าแหนบไม้จำหลัก (ล้านนา)",
     "author": "Bienvenue en Thaïlande",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Lampang_Luang_3.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lanna_ku.jpg",
     "caption": "กู่ (ซุ้มประดิษฐานพระ) ในวิหารวัดพระธาตุลำปางหลวง",
     "author": "Bienvenue en Thaïlande",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Lampang_Luang_4.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_wat_chet_yot.jpg",
     "caption": "ช่อฟ้าวิหารวัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ (ล้านนา)",
     "author": "Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatchyod04.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 24 อาคารในวัด — ผังวัด · อุโบสถ · วิหาร · หอไตร · หอระฆัง · ศาลา · กุฏิ · วิหารล้านนา\n\n## 1. ผังวัด [S11]\n- **พุทธาวาส:** เขตพระพุทธเจ้า มีอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ปรางค์ มณฑป หอไตร หอระฆัง\n- **สังฆาวาส:** เขตสงฆ์ มีกุฏิ ศาลา ครัว\n- กำแพงล้อมแยกจากโลกภายนอก และมี **กำแพงแก้ว** ล้อมรอบเขตอาคารศักดิ์สิทธิ์ชั้นใน\n\n| อุโบสถ (วัดพระแก้ว) | หอไตร (วัดระฆัง) | หอระฆัง (วัดราชบูรณะ) |\n|---|---|---|\n| ![อุโบสถ (วัดพระแก้ว)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_phra_kaew_ubosot_roofs.jpg)\n\n*ภาพ: กสิณธร ราชโอรส · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_(55).jpg* | ![หอไตร (วัดระฆัง)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg)\n\n*ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg* | ![หอระฆัง (วัดราชบูรณะ)](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bell_tower_ratchaburana.jpg)\n\n*ภาพ: media lib · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Ratchaburana_Glocke.jpg* |\n\n| ใบเสมา สุโขทัย | ใบเสมาทรงมงกุฎ | ซุ้มเสมา วัดพระแก้ว | ศาลา วัดราชบพิธ |\n|---|---|---|---|\n| ![ใบเสมา สุโขทัย](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_sukhothai.jpg)\n\n*ภาพ: User Hdamm on de.wikipedia · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_1.jpg* | ![ใบเสมาทรงมงกุฎ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_crowned.jpg)\n\n*ภาพ: User Hdamm on de.wikipedia · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_2.jpg* | ![ซุ้มเสมา วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/bai_sema_wat_phra_kaew.jpg)\n\n*ภาพ: User Hdamm on de.wikipedia · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bai_sema_4.jpg* | ![ศาลา วัดราชบพิธ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/sala_wat_ratchabophit.jpg)\n\n*ภาพ: Author: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Salawatrajbopit04.jpg* |\n\n## 2. อาคารแต่ละประเภท\n| อาคาร | หน้าที่ | ลักษณะเด่น | ที่มา |\n|---|---|---|---|\n| **อุโบสถ (โบสถ์)** | สงฆ์ประชุมทำสังฆกรรมตามพระวินัย (มาจากบาลี อุป + วสฺ + อถ) | มี **ใบเสมา 8 ทิศ** กำหนดเขตสีมา (ใต้ดินฝังลูกนิมิต ◇) มีพระประธานสำคัญ หลังคาซ้อนและลด มีหน้าบันด้านสกัด | S36, S11 |\n| **วิหาร** | ประดิษฐานพระพุทธรูป ให้ฆราวาสชุมนุมฟังธรรม | ผังผืนผ้า ใหญ่ คล้ายอุโบสถแต่ **ไม่มีใบเสมา** | S11, S9 |\n| **เจดีย์ / ปรางค์** | บรรจุพระธาตุ แทนเขาพระสุเมรุ | ดู [09](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/prang.md), [10](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/chedi.md) | |\n| **มณฑป** | ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระไตรปิฎก พระพุทธรูป | ผังจัตุรัสหรือกากบาท มียอดแหลม ดู [08](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/spires.md), [11](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/case-wat-arun-mondop.md) | S11, S18 |\n| **หอไตร** | เก็บพระไตรปิฎก | **มักสร้างกลางสระน้ำ** กันปลวกและแมลงสาบขึ้นไปกัดคัมภีร์ ถอดสะพานออกได้ มีทั้งแบบไม้ แบบก่ออิฐ และแบบผสม (ล่างก่อ บนไม้) หอไตรล้านนาประดับเทวดาถือดอกบัว | S37 |\n| **หอระฆัง / หอกลอง** | ตีบอกเวลาและเรียกประชุมสงฆ์ | หอสูงมียอด | S11 |\n| **ศาลาการเปรียญ** | ฟังเทศน์ เรียนธรรม | อาคารโถงใหญ่ | S11 |\n| **ศาลา** | พักร้อนหลบฝน | โถง มีเสารับหลังคา | S11, S35 |\n| **กุฏิ** | ที่อยู่สงฆ์ | ขนาดตามวินัย 12 × 7 คืบ (ราว 4 × 2.3 ม.) เพื่อไม่ให้สะสมสิ่งของ | S35 |\n| **ระเบียงคด** | ทางเดินมีหลังคาล้อมอาคาร | มีพระพุทธรูปเรียงรายตลอดแนว | |\n\n## 3. ศาลหลักเมือง [S35]\nศาลที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง เทพผู้พิทักษ์เมือง เสาทำจากไม้ชัยพฤกษ์ ตั้งก่อนสร้างเมือง\n\n## 4. วิหารล้านนา (ภาคเหนือ) ◇ (ควรตรวจกับงานวิจัยล้านนา)\n\n| วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง | กู่ในวิหาร | ช่อฟ้าวิหารล้านนา |\n|---|---|---|\n| ![วิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lanna_wihan_lampang_luang.jpg)\n\n*ภาพ: Bienvenue en Thaïlande · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Lampang_Luang_3.jpg* | ![กู่ในวิหาร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lanna_ku.jpg)\n\n*ภาพ: Bienvenue en Thaïlande · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Lampang_Luang_4.jpg* | ![ช่อฟ้าวิหารล้านนา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/chofa_wat_chet_yot.jpg)\n\n*ภาพ: Fotograf / Photographer: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chofahwatchyod04.jpg* |\n- **หลังคาซ้อนและลดหลายชั้น** ชายคาคลุมต่ำ ลาดหลังคาด้านหน้าลดชั้นยืดเข้าหาทางเข้า [S11]\n- **โหง่ (ช่อฟ้า):** อยู่กลางสัน (ภาคกลางอยู่ที่ปลายสัน) [S6]\n- **หน้าแหนบ (หน้าบัน):** มีโก่งคิ้วและปากแล\n- **สัตตภัณฑ์:** เชิงเทียน 7 ยอดหน้าพระประธาน สร้างตามคติจักรวาล [ผลค้นหางานวิจัย]\n- **โขงพระเจ้า:** ซุ้มประดิษฐานพระประธาน\n- **บันไดนาคหรือมกรคายนาค** หน้าวิหาร\n\n## 5. ทิศและการวาง ◇\n- อุโบสถส่วนมากหันหน้าไปทิศตะวันออก หรือหันหาแม่น้ำ\n- พระประธานหันหน้าออกทางประตูหน้า ส่วนผนังด้านหลังพระประธานคือผนังสกัดหลัง (ดูแบบแผนจิตรกรรมใน [20](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/painting.md))\n"
  },
  {
   "slug": "thai-houses",
   "title": "23 เรือนไทย 4 ภาค — รูปทรง หลังคา ส่วนประกอบ เหตุผล",
   "title_en": "Thai houses of the four regions",
   "group": "architecture",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/thai-houses",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/thai-houses.md",
   "headings": [
    "หลักร่วม [S34, S9]",
    "ภาคกลาง [S34, S17]",
    "ภาคเหนือ (ล้านนา) [S34]",
    "ภาคอีสาน [S34]",
    "ภาคใต้ [S34]",
    "ใช้ในงานโมเดล"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg",
     "caption": "หอไตรวัดระฆัง (เดิมเป็นพระตำหนักของ ร.1): เรือนไทยภาคกลางสามหลังแฝด จั่วสูง ปั้นลม",
     "author": "Supanut Arunoprayote",
     "license": "CC BY 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 23 เรือนไทย 4 ภาค — รูปทรง หลังคา ส่วนประกอบ เหตุผล\n\n![เรือนไทยภาคกลาง: หอไตรวัดระฆัง (เดิมเป็นพระตำหนักของ ร.1) เรือนสามหลังแฝด จั่วสูง ปั้นลมเส้นจอมแห](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_wat_rakhang.jpg)\n\n*ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Ho_Trai_Wat_Rakhang.jpg*\n\n## หลักร่วม [S34, S9]\n- **โครงเรือน:** ยกใต้ถุน หลังคาสูงชันระบายน้ำเร็ว ชายคายื่นยาว\n- **ตัวกำหนดรูปแบบ:** \"สภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ อาชีพ\"\n- **ข้อห้ามและความเชื่อ:** ไม่เหยียบธรณีประตู · ไม่วางเตียงขนานกับความยาวห้อง · ไม่นอนหันหัวไปทิศตะวันตก [S35]\n- **ฐานานุศักดิ์ของเรือน:** เรือนเครื่องผูก → เรือนเครื่องสับ → เรือนชั้นสูง (ดู [06](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/gables.md))\n\n## ภาคกลาง [S34, S17]\n- **ประเภท:**\n  - **เรือนเดี่ยว**\n  - **เรือนหมู่:** หอกลาง หอรี และหอนก\n  - **เรือนหมู่คหบดี**\n  - **เรือนแพ:** ลอยขึ้นลงตามระดับน้ำ\n- **ใต้ถุน:** ยกสูง \"ประมาณพ้นศีรษะ\"\n- **สัดส่วนพื้นที่:** นอกชานและระเบียงราว 60% ห้องนอนราว 40% (เหมาะกับอากาศร้อนชื้น) พื้นลดระดับเป็นขั้นประมาณ 40 ซม. จากห้องนอน ไประเบียง แล้วไปชาน\n- **หลังคา:** จั่วสูงชัน ปั้นลมเส้นจอมแห ปลายล่างเป็นตัวเหงา ยอดเป็นหางปลา\n- **เสาสอบ:** เสาเอนเข้าหากัน\n- **ฝาเรือน:** ฝาปะกน (กรอบลูกฟัก) · ฝาสายบัว · ฝาสำหรวด\n- **สัดส่วนเรือน:** ส่วนล่างและส่วนบนต้องพอดีกัน ถ้าตัวเรือนเตี้ยแต่เสาสูงมาก เรียก \"อาคารหอบพื้น\" ถือว่าไม่เป็นมงคล [S17]\n\n## ภาคเหนือ (ล้านนา) [S34]\n- **ประเภท:**\n  - **เรือนชนบท:** ไม้ไผ่ผูกหวาย อยู่ได้ 2–4 ปี\n  - **เรือนไม้:** ไม้สัก ต่อด้วยเดือย ไม่ใช้ตะปู\n  - **เรือนกาแล:** ชั้นสูงสุด\n- **กาแล:** ไม้แกะไขว้กันเป็นรูปกากบาท (V) ที่ยอดจั่ว\n- **ส่วนประกอบ:**\n  - **ข่วง:** ลานดินกวาดหน้าเรือน\n  - **เติ๋น:** พื้นที่กึ่งเปิด ใช้นั่งเล่นและรับแขก\n  - **ห้องนอน:** หันทิศตามความเชื่อ\n  - **ครัวแยก:** มีที่ตั้งเตาไฟและหิ้งรมควัน\n  - **ร้านน้ำ:** ชั้นวางหม้อน้ำ มีความหมายทางพิธี\n  - **หำยนต์:** แผ่นไม้แกะเหนือประตูห้องนอน กันสิ่งไม่ดี\n- **หลังคา:** จั่วคู่แฝด ชายคาคลุมต่ำ เหมาะกับอากาศเย็นกว่าภาคอื่น\n\n## ภาคอีสาน [S34]\n- **ประเภท:**\n  - **เถียงนา:** ชั่วคราว อยู่ได้ 1–2 ปี\n  - **เรือนเหย้า:** กึ่งถาวร มีตูบต่อเล้าและดั้งต่อดิน\n  - **เรือนถาวร:** เฮือนเกย · เฮือนแฝด · เฮือนโข่ง\n- **ลักษณะ:** เรือนปิดทึบ หน้าต่างน้อย (หน้าหนาว) ภายในเปิดโล่ง ประตูหน้าทางเดียว\n- **หลังคา:** มุงกระเบื้องดินเผาหรือแป้นเกล็ดไม้\n- **ส่วนประกอบ:**\n  - **เกย:** ระเบียงเปิดสำหรับรับแขก\n  - **ห้องนอนแบ่ง 3 ส่วน:** ส่วนลูกชาย ส่วนพ่อแม่ ส่วนลูกสาว\n  - **เสามงคล:** ประดับหน่อกล้วยและอ้อย\n\n## ภาคใต้ [S34]\n- **ประเภท:** เรือนเครื่องผูก · เรือนเครื่องสับ · เรือนก่ออิฐฉาบปูน\n- **หลังคา:**\n  - **จั่ว:** ไม่ประดับหน้าจั่ว ใช้ในชุมชนเกษตรและประมง\n  - **ปั้นหยา:** โครงแข็งแรง ต้านฝนและลมได้ดี พบมากที่สงขลา\n  - **มนิลา / บลานอ:** จั่วเตี้ยผสมลาด พบที่ปัตตานีในชุมชนไทยมุสลิม\n- **ฐานเสา:** ตีนเสาตั้งบนฐานหินหรือปูนสูงจากพื้น 1–2 ฟุต กันปลวกและความชื้น เรือนจึงย้ายได้\n- **เหตุผลของรูปแบบ:** ลมพายุและฝนชุก\n\n## ใช้ในงานโมเดล\nถ้าทำเรือนไทยภาคกลาง ใช้ปั้นลมจอมแห ตัวเหงา และหางปลา **ห้ามใส่ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์** เพราะเป็นของวัดและวัง (ฐานานุศักดิ์)\n"
  },
  {
   "slug": "lai-thai-principles",
   "title": "13 ลายไทย — ระบบ แม่ลาย หลักการผูกลาย และเทคนิคการประดับ",
   "title_en": "Lai Thai: mother motifs, kranok structure, 5 design principles, 5 techniques",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/lai-thai-principles",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-principles.md",
   "headings": [
    "1. นิยาม",
    "2. ลายไทยแบ่งตามยุค 4 กลุ่ม [S15]",
    "3. ที่มาของรูป (แรงบันดาลใจ) [S15]",
    "4. แม่ลายพื้นฐาน",
    "4.1 กระหนก — \"พื้นฐานจากสามเหลี่ยมชายธง\" [S1, S15]",
    "4.2 กระจัง — ทรงคล้ายสามเหลี่ยมหน้าจั่ว [S2, S15]",
    "4.3 ประจำยาม — สี่เหลี่ยมจัตุรัสตะแคง [S3, S15]",
    "4.4 พุ่มข้าวบิณฑ์ — \"ลายช่อ\" ทรงพุ่ม [S3, S14, S15]",
    "4.5 ลายกาบ · นกคาบ · นาคขบ [S15]",
    "4.6 เครือเถา / ก้านขด [S4]",
    "4.7 พรรณพฤกษา [S16]",
    "5. หลักการออกแบบลาย 5 ข้อ [S16]",
    "6. เทคนิคการออกแบบ 5 ขั้น [S16]",
    "7. เทคนิคการประดับ (ตามแขนงงาน) [S16]",
    "8. ใช้กับงานไม้ตัด"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_nang_nong.jpg",
     "caption": "ลายรดน้ำบานประตู วัดนางนอง: สัตว์หิมพานต์ในลายกระหนกเปลวและพรรณพฤกษา",
     "author": "Mattana",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Nang_Nong_temple_004.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_wall_suan_pakkad.jpg",
     "caption": "ลายรดน้ำ (ทองบนพื้นรักดำ) ผนังตำหนักลายรดน้ำ วังสวนผักกาด: ภาพเล่าเรื่องและลายกนกเต็มพื้น",
     "author": "Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bkkwangsuanpakkardrb03.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_deity_1.jpg",
     "caption": "ลายรดน้ำบานประตู วัดพระธาตุดอยสุเทพ: เทวดาถือดอกบัว (ตระกูลนารี) ในกรอบกนก",
     "author": "Dinkum",
     "license": "CC0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Doi_Suthep_D_30.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 13 ลายไทย — ระบบ แม่ลาย หลักการผูกลาย และเทคนิคการประดับ\n\n## 1. นิยาม\n- **ลวดลายไทย** แยกเป็น 3 คำ [S16]\n  - **ลวด:** \"องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ประดิษฐ์เป็นเส้นสันนูนครึ่งวงกลมบนพื้นผิววัตถุเรียบ\"\n  - **ลาย:** \"เส้นที่ผูกขึ้นเป็นรูปในด้านวิจิตรศิลป์\"\n  - **ไทย:** รูปแบบที่สื่อรสนิยมและเอกลักษณ์ไทย\n- **กระหนก หรือกนก:** พจนานุกรมให้ความหมายว่า \"ลวดลาย\" สะกด \"กนก\" ได้ และ \"กนก\" ยังแปลว่าทอง [S1]\n  คนทั่วไปเรียกลายไทยทั้งหมดว่าลายกนก แต่ที่จริง **กระหนกเป็นลายตระกูลหนึ่ง**\n- **การผูกลาย:** \"การออกแบบหรือการจัดวางองค์ประกอบของเส้นด้วยฝีมือและความคิด เพื่อให้เกิดรูปแบบตามที่ต้องการ\" [S16]\n- **ที่มา:** ต้นแบบจากลายอินเดียสมัยคุปตะ (ราว พ.ศ. 800–1200) แล้วช่างไทยคลี่คลายต่อ [S1, S15, S16]\n\n## 2. ลายไทยแบ่งตามยุค 4 กลุ่ม [S15]\n| กลุ่ม | ลักษณะ | ยุค |\n|---|---|---|\n| 1 | เลียนธรรมชาติโดยตรง เช่น เถาวัลย์ ผักกูด ดอกไม้ | ทวารวดี · ลพบุรี |\n| 2 | เลียนธรรมชาติแล้วประยุกต์ให้เป็นตัวเอง | สุโขทัย · เชียงแสน · อู่ทอง |\n| 3 | คลี่คลายจากธรรมชาติจนพลิ้วและลงตัว เอกลักษณ์ชัด | อยุธยา · รัตนโกสินทร์ตอนต้น |\n| 4 | คลี่คลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะบุคคล | รัตนโกสินทร์ตอนปลาย · ปัจจุบัน |\nงานวัดอรุณ (รัชกาลที่ 3) อยู่ในกลุ่ม 3 คาบกลุ่ม 4 และมีลายดอกไม้จีนจากกระเบื้องถ้วยชามมาก\n\n## 3. ที่มาของรูป (แรงบันดาลใจ) [S15]\n- **ธรรมชาติ:** เถาวัลย์ ดอกบัว (บัวหลวง บัวสัตตบงกช บัวสัตตบุษย์) กาบไผ่ กาบกล้วย และเปลวไฟที่พลิ้วไหว\n- **ศรัทธา:** ดอกบัว พวงมาลัย ควันธูป เปลวเทียน\n- ศิลปะไทย **ดัดแปลงธรรมชาติไปตามคติและปรัชญา** ไม่เลียนแบบตามจริงแบบตะวันตก\n\n## 4. แม่ลายพื้นฐาน\n| ลายรดน้ำบานประตู: กระหนกเปลวรอบสัตว์หิมพานต์ | ลายรดน้ำผนัง: ลายกนกเต็มพื้นและภาพเล่าเรื่อง |\n|---|---|\n| ![ลายรดน้ำ วัดนางนอง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_nang_nong.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Nang_Nong_temple_004.JPG* | ![ลายรดน้ำ วังสวนผักกาด](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_wall_suan_pakkad.jpg)\n\n*ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bkkwangsuanpakkardrb03.jpg* |\n\n### 4.1 กระหนก — \"พื้นฐานจากสามเหลี่ยมชายธง\" [S1, S15]\n- อาจมีตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ มักวางฐานมุมแหลมหันไปทางเดียวกัน ขนาดและสัดส่วนต่างกันไป [S15]\n- **ต้นแบบ** คือ \"หางไหล\" ซึ่งมาจากลักษณะของเปลวไฟ [S1]\n- **กระหนกสามตัว = แม่ลายของกระหนกทั้งหลาย** [S1]\n  เป็นแม่ลายอันดับหนึ่งใน \"แม่ลายทั้งสี่\" อาจารย์บางท่านเรียกกระหนกกินนรีหรือกระหนกหางหงส์ เพราะหางของกินนร กินรี และหงส์ทำเป็นลายนี้ [S14]\n\n*ภาพตัวอย่างกระหนกสามตัวที่เป็นภาพต้นฉบับจริงยังไม่ได้รวบรวม (ควรหาภาพจากตำราลายไทยที่ใช้สัญญาอนุญาตเสรี) ดูกระหนกเปลวในกรอบประตูลายรดน้ำด้านล่าง*\n\n![ลายรดน้ำบานประตู วัดพระธาตุดอยสุเทพ: กรอบกระหนกเปลวล้อมเทวดา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_deity_1.jpg)\n\n*ภาพ: Dinkum · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_That_Doi_Suthep_D_30.jpg*\n\n**โครงสร้างกระหนกสามตัว** [S14, S16]\n- **ทรง:** สามเหลี่ยมมุมฉากด้านไม่เท่า **สูงกว่ากว้าง** หรือทรงดอกบัวครึ่งซีก\n  1. **ตัวเหงา** — อยู่ล่างและหน้า \"ขมวดก้นหอยคว่ำหน้าลง ปลายยอดตั้งขึ้น แสดงความรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ\" รองรับกาบและตัวยอด\n  2. **กาบ (ตัวประกบหลัง)** — ประกบหลังตัวเหงา และส่งให้เกิดตัวยอด\n  3. **ตัวยอด** — เปลวบนสุด \"ปลายยอดสะบัดอ่อนไหวคล้ายเปลวไฟ\" ที่โคนเถาลายมีกาบหุ้ม\n- **การบากตัวลายให้ละเอียดขึ้น** ทำให้เกิดกระหนกเปลว ใบเทศ หางโต ฯลฯ **ซึ่งยังแบ่งตามโครงสามส่วนนี้ทั้งสิ้น** [S14]\n- **ตระกูลกระหนก** [S1]: กระหนกเปลว · ใบเทศ · ผักกูด · นารี · หางหงส์ · ลายนาค · กระหนกกอ · กระหนกช่อลายต่างๆ\n\n### 4.2 กระจัง — ทรงคล้ายสามเหลี่ยมหน้าจั่ว [S2, S15]\n| แบบ | โครงสร้าง |\n|---|---|\n| กระจังฟันปลา | ฐานที่สุด: สามเหลี่ยมในสี่เหลี่ยม |\n| กระจังตาอ้อย | พัฒนาจากฟันปลา ทรงในสี่เหลี่ยมด้านเท่า เส้นอ่อนเรียวทั้งซ้ายขวา **ปลายยอดแหลมมีบาก (หยัก) ทั้งสองข้าง** ถ้าอยู่เดี่ยวเรียก \"ตาอ้อย\" ถ้าเรียงต่อกันซ้ายขวาใช้ทำลายบัวหงายและบัวคว่ำ [S14] |\n| กระจังใบเทศ | ทรงอ่อนช้อยเหมือนตาอ้อย แต่แบ่งชั้นในได้หลายชั้นตามความละเอียด ส่วนในเรียก **\"แข้งสิงห์\"** |\n| กระจังหู / กระจังปฏิญาณ | อยู่ในสัดส่วน **กว้าง 1 : สูง 3** บนเป็นใบเทศ ข้างและกลางเป็นกระหนก |\n| กระจังรวน | สัดส่วนเหมือนกระจังหู แต่กลับด้านยอด เอียงซ้ายหรือขวาได้ (ใช้ที่หลบหลังคา [S18]) |\n**ใช้ที่:** ขอบบนของบัว หัวกำแพง และขอบแถบลาย เรียงเป็นแถวให้จังหวะ\n\n### 4.3 ประจำยาม — สี่เหลี่ยมจัตุรัสตะแคง [S3, S15]\n- ดัดแปลงจาก **\"ดอกสี่ทิศ\"** [S15] เป็นสี่เหลี่ยมตะแคงประกอบวงกลมกับกระจังใบเทศ ถ้าย่อจะใช้กระจังตาอ้อยเล็กๆ [S3]\n- เป็นลายฐานของลายรักร้อยและลายราชวัตร [S3]\n- **ใช้ที่:** กลางหน้ากระดานของฐาน คั่นจังหวะลายแถว\n\n### 4.4 พุ่มข้าวบิณฑ์ — \"ลายช่อ\" ทรงพุ่ม [S3, S14, S15]\n- **ที่มา:** \"ข้าวปั้นตีแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวตูมที่ใช้บวงสรวงบูชา\" จึงใช้ในงานทางศาสนา [S15]\n- **สัดส่วนกว้าง 2 ส่วน สูง 3 ส่วน:** สองส่วนบนเขียนอย่างกระจังใบเทศแต่ให้สั้น เอายอดลงต่อกับตอนบน \"เท่ากับเขียนกระจังใบเทศสองตัวกัน\" มีแข้งสิงห์ล้อมรอบ และใส่ \"ตัวห้าม\" ตรงรอยต่อ [S14]\n- **ใช้เป็นลายดอกลอย** เช่น ผนังด้านในพระมณฑปวัดพระแก้วเป็นลายรดน้ำทรงข้าวบิณฑ์บนพื้นชาด [S10] และเป็นชิ้นบนสุดของยอดบุษบก-มณฑป [S18]\n- **ลายหน้าขบ:** ทรงเหมือนพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ทำเป็นหน้าสัตว์หิมพานต์ [S3]\n\n### 4.5 ลายกาบ · นกคาบ · นาคขบ [S15]\n- **ลายกาบ:** ต้นกำเนิดของ \"ช่อลาย\" โครงมาจากกาบหุ้มโคนหรือข้อของพืช เช่น กาบไผ่ กาบกล้วย\n- **นกคาบ / นาคขบ:** หน้านกหรือหน้านาคที่คาบลายอื่น หรือมีช่อลายออกจากปาก **วางที่ข้อต่อของก้าน** (เช่น กระหนกก้านขดนกคาบ ที่ขอบประตูพระมณฑป [S10])\n\n### 4.6 เครือเถา / ก้านขด [S4]\n- เส้น \"คดโค้งหลายแนว แตะหรือสอดสลับกัน คล้ายการเกี่ยวพันของเถาวัลย์\" มีใบงอกจากกาบ\n- **3 แบบ:** เครือเถาหางโต · เครือเถาใบเทศ · เครือเถาเปลว\n- **ใช้ที่:** หน้าบัน กรอบประตูหน้าต่าง ตู้ งานปัก และผ้าไหม\n\n### 4.7 พรรณพฤกษา [S16]\n- ลีลาใกล้พรรณไม้จริง ที่พบมากคือ **ลายพุดตานและลายบัว**\n- โครงประกอบด้วย ดอก ใบ ก้าน ต้องจัดให้เข้ากับโครงพื้นที่\n- **ตัวอย่าง:** หน้าบันลายพรรณพฤกษาปิดทอง (รูปอ้างอิง 42)\n\n## 5. หลักการออกแบบลาย 5 ข้อ [S16]\n1. **พื้นที่:** รู้กรอบก่อนเสมอ\n   - **ขอบเขตเหลี่ยม:** สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า **สามเหลี่ยมหน้าจั่ว**\n   - **ขอบเขตวง:** วงกลม วงรี ครึ่งวง\n   - **พื้นที่อิสระ:** ผิวภาชนะ หรือที่ว่างระหว่างตัวภาพ\n2. **ความซ้ำ:** เรียงลายเดิมซ้ำให้เป็นระเบียบและเป็นเอกภาพ แต่ถ้าซ้ำล้วนจะจำเจ\n3. **สัดส่วน:** ขนาดลายต้องสัมพันธ์กับตัวภาพและพื้นที่ ลายที่อยู่ใกล้กันต้องมีขนาดและรายละเอียดใกล้กัน\n4. **ความสมดุล:**\n   - **สมมาตร:** ใช้มากที่สุด เช่น หน้าบัน\n   - **อสมมาตร:** ซ้ายขวาไม่เหมือนกันแต่น้ำหนักรวมเท่ากัน\n5. **ช่องไฟ (ช่องไฟพื้น)** — \"การเขียนลายไทยเป็นการเล่นกับช่องไฟ\"\n   - ช่องว่างระหว่างตัวลายต้องสม่ำเสมอ \"การมองเห็นลวดลาย สิ่งแรกที่จะเห็นได้ก่อน คือ ช่องไฟพื้น และถัดมาจึงมองเห็นเถาลาย\"\n   - ถ้าช่องไฟดี แม้ตัวลายไม่ดีนักก็ยังดูงาม\n\n**หลักจากการผูกลาย** [S5]: มีจุดเริ่มลาย เช่น โคนใบ ตัวนก หรือทรงกลม · เส้นโค้งไม่หักกระด้าง · น้ำหนักเส้นต่างกันเมื่อลายซ้อน · จัดพื้นที่ว่างอย่างมีชั้นเชิง\n\n## 6. เทคนิคการออกแบบ 5 ขั้น [S16]\n1. **กำหนดพื้นที่:** ขนาดของพื้นที่ต้องพอดีกับภาพรวม\n2. **กำหนดโครงสร้างลาย** เลือกชนิดของลาย:\n   - **ลายเดี่ยว / แม่ลาย** เช่น กระจังตาอ้อย กระจังฟันปลา แข้งสิงห์\n   - **ลายกนก:** ปลายสะบัดพลิ้ว\n   - **ลายพรรณพฤกษา**\n   จากนั้นร่างโครงเส้นทั้งหมดก่อน แล้วตรวจสมดุล สัดส่วน และช่องไฟ\n3. **จัดวางลายแต่ละตัว:**\n   - กนก = ตัวเหงา + ตัวประกบ + ตัวยอด\n   - พรรณพฤกษา = ดอก + ใบ + ก้าน\n   - ที่ที่ช่องไฟห่างเกินไป ให้เติมลายอื่น\n4. **ใส่รายละเอียด** (จุด เส้นใน) ให้สัมพันธ์กับโครงรอบนอก\n   - **ไส้ลาย:** \"กระจกรูปคล้ายหยดน้ำที่ใช้ประดับส่วนที่เป็นไส้ของลาย\" เช่น ในกระจังตาอ้อยและกระหนกใบเทศ งานประดับกระจกต้องเว้นพื้นที่ไส้ลายไว้\n5. **กลับด้านลาย:** ออกลายจากแกนกลางไปข้างหนึ่งจนเต็ม คัดลอกลงกระดาษไข แล้วพลิกไปวางอีกข้าง ได้ลายสมมาตร\n   ใช้กับหน้าบัน บานประตู และตู้ ข้อเสียคือถ้าใช้ทุกที่จะจำเจ\n\n## 7. เทคนิคการประดับ (ตามแขนงงาน) [S16]\n| แขนง | เทคนิค | ข้อจำกัด |\n|---|---|---|\n| จิตรกรรม | เขียนสีตัดเส้น · **ลายรดน้ำ** (เขียนด้วยน้ำยาหรดาล ลงรักปิดทอง รดน้ำ) · **ลายกำมะลอ** · พระบฏ (บนผ้า) | สะบัดพลิ้วได้เต็มที่ |\n| ประติมากรรม | ปั้นปูน · จำหลักไม้ · สลักหิน · หล่อ | **ลดความพลิ้วลง** เพื่อความแข็งแรง ส่วนที่ยื่นพ้นมากมักแตกหัก |\n| สถาปัตยกรรม | ภายในใช้แบบจิตรกรรม (กันแดดฝน) ภายนอกใช้แบบประติมากรรม (ปูนปั้น ไม้จำหลัก) | ลายวิจิตรสงวนไว้ให้ศาสนาและวัง |\n| ประณีตศิลป์ | ประดับมุก · ทองแผ่ลวด · เครื่องศิราภรณ์ · หัวโขน · เบญจรงค์ | ผสม 2 เทคนิคขึ้นไป |\n- **วัดอรุณ:** ประดับกระเบื้องถ้วยชามจีน และเปลือกหอย *Mauritia mauritiana* ที่เรือจีนใช้ถ่วงน้ำหนัก [S12]\n\n## 8. ใช้กับงานไม้ตัด\n- **หลักของประติมากรรมใช้กับงานไม้ตัดตรงๆ:** ลดความพลิ้ว ส่วนที่ยื่นต้องหนาพอ (เนื้อไม้อย่างน้อย 3.4 มม.)\n- **ลายเล็ก** (กระจัง ประจำยาม ไส้ลาย ใบระกา): ใช้ปากกาวาด\n- **ลายใหญ่** (ซุ้ม กรอบ เปลวกนกใหญ่): ฉลุแล้วซ้อน 2 ชั้น\n- **หน้าบัน:** ใช้เทคนิคกลับด้าน วาดครึ่งเดียวแล้วสะท้อน\n- **ช่องไฟสำคัญกว่าความละเอียด:** ลายปากกาที่ถี่เกินจะเป็นปื้นดำ ให้คุมระยะห่างเส้นให้สม่ำเสมอ\n"
  },
  {
   "slug": "lai-thai-catalogue",
   "title": "19 ลายไทย — ระบบ 4 ตระกูล · แม่ลาย · รายการลายตามชื่อ · รูปแบบการเรียงลาย",
   "title_en": "Lai Thai catalogue: 4 families, 9 base motifs, named patterns, where to use",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/lai-thai-catalogue",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-catalogue.md",
   "headings": [
    "1. สี่ตระกูลของการเขียนลายไทย (กนก · นารี · กระบี่ · คชะ) [S23, S24]",
    "2. แม่ลาย 9 แบบ (ตัวอย่างจากงานเครื่องถมเมืองนคร) [S25]",
    "3. รายการลายตามชื่อ (เรียงตามหมวด)",
    "3.1 ตระกูลกนก (สามเหลี่ยมชายธง)",
    "3.2 ตระกูลกระจังและลายขอบ",
    "3.3 ลายดอกและลายพุ่ม",
    "3.4 ลายเถาและลายต่อเนื่อง",
    "3.5 ลายแถว (การจัดเรียงลายตามตำแหน่ง)",
    "4. ลายตามวัสดุ (เทคนิคบังคับรูปลาย)",
    "5. ใช้ลายให้ถูกที่ (สรุปสำหรับผู้ออกแบบ)"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_wall_suan_pakkad.jpg",
     "caption": "ลายรดน้ำ (ทองบนพื้นรักดำ) ผนังตำหนักลายรดน้ำ วังสวนผักกาด: ภาพเล่าเรื่องและลายกนกเต็มพื้น",
     "author": "Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bkkwangsuanpakkardrb03.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_nang_nong.jpg",
     "caption": "ลายรดน้ำบานประตู วัดนางนอง: สัตว์หิมพานต์ในลายกระหนกเปลวและพรรณพฤกษา",
     "author": "Mattana",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Nang_Nong_temple_004.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_court.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศน์: ตัวภาพชั้นสูงแต่งเครื่องทรง ท่าทางชดช้อย (ตระกูลนารี)",
     "author": "Mattana",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_013.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_demon.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: อมนุษย์ ยักษ์ (ตระกูลกระบี่) บนพื้นฟ้า",
     "author": "Mattana (มัทนา)",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_017.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_elephant_battle.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: ฉากรบบนช้าง",
     "author": "Photo Dharma from Sadao, Thailand",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:041_Taken_by_Force_(9169880467).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/roof_tiles_eave_ornament.jpg",
     "caption": "กระเบื้องหลังคาและกระเบื้องเชิงชายรูปเทพพนม (วัดเบญจมบพิตร)",
     "author": "Mustang Joe",
     "license": "CC0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Roof_tiles_on_the_Wat_Benchamabophit_Dusitwanaram,_Bangkok_(54202197593).jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 19 ลายไทย — ระบบ 4 ตระกูล · แม่ลาย · รายการลายตามชื่อ · รูปแบบการเรียงลาย\n\nไฟล์นี้ต่อจาก [13](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-principles.md) ซึ่งอธิบายหลักการและเทคนิค ส่วนไฟล์นี้เป็น **พจนานุกรมลาย** สำหรับค้นชื่อ\n\n![ลายรดน้ำผนังวังสวนผักกาด: ลายไทยหลายตระกูลในพื้นที่เดียว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_wall_suan_pakkad.jpg)\n\n*ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bkkwangsuanpakkardrb03.jpg*\n\n## 1. สี่ตระกูลของการเขียนลายไทย (กนก · นารี · กระบี่ · คชะ) [S23, S24]\nการเรียนเขียนลายไทยและภาพไทยแบ่งเป็น 4 หมวด เริ่มจากกนกก่อนเสมอ เพราะเป็นพื้นฐานของทุกหมวด\n\n| ตระกูล | เนื้อหา | ตัวอย่าง |\n|---|---|---|\n| **กนก** | ลวดลายประดับ เช่น เปลว ใบ ก้าน ดอก | กระหนกสามตัว ใบเทศ ก้านขด ประจำยาม กระจัง |\n| **นารี** | ภาพมนุษย์ เทวดา นางฟ้า ในท่าต่างๆ | เทพพนม นางรำ กษัตริย์ |\n| **กระบี่** | อมนุษย์ เช่น ยักษ์ ลิง ตัวละครรามเกียรติ์ | ทศกัณฐ์ หนุมาน ยักษ์ทวารบาล |\n| **คชะ** | สัตว์ เช่น ช้าง ม้า และสัตว์หิมพานต์ | ช้างเอราวัณ ราชสีห์ คชสีห์ หงส์ |\n\n| กนก | นารี | กระบี่ | คชะ |\n|---|---|---|---|\n| ![กนก: กระหนกเปลว ลายรดน้ำ วัดนางนอง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_door_nang_nong.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Nang_Nong_temple_004.JPG* | ![นารี: ตัวภาพชั้นสูง วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_court.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_013.JPG* | ![กระบี่: ยักษ์ วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_demon.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana (มัทนา) · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_017.JPG* | ![คชะ: ช้าง วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_elephant_battle.jpg)\n\n*ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:041_Taken_by_Force_(9169880467).jpg* |\n\n## 2. แม่ลาย 9 แบบ (ตัวอย่างจากงานเครื่องถมเมืองนคร) [S25]\nช่างเริ่มจาก \"ลายทั้ง 9 ลายเป็นลายหลัก จากนั้นจะต่อเติมลาย หรือที่เรียกว่าผูกลาย\"\n1. **กนกเปลว:** เลียนแบบธรรมชาติจากเปลวไฟ\n2. **ใบเทศ:** เป็นช่อ มีก้าน กาบ ดอก ใบ ต่อกับลายอื่นได้\n3. **ประจำยาม:** สี่เหลี่ยมด้านเท่า ข้างในเป็นดอกสี่กลีบ มีเกสรตรงกลาง\n4. **พุ่มข้าวบิณฑ์:** ทรงพุ่มคล้ายหยดน้ำ\n5. **กระจัง:** รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ใช้ตามขอบริมฐานของชิ้นงาน\n6. **ก้านขด:** นำลายต่างๆ มาเขียนต่อเนื่องกันเป็นเถา\n7. **บัวคว่ำ บัวหงาย:** รูปกลีบบัว ใช้ประกอบฐาน\n8. **เม็ดบัว (ไข่ปลา):** กลมหรือรี ใช้เรียงต่อเป็นเส้น\n9. **ภาพประกอบลาย:** ภาพเทวดา สัตว์หิมพานต์ ตัวละครในวรรณคดี และสิบสองนักษัตร\n\n## 3. รายการลายตามชื่อ (เรียงตามหมวด)\n> คำอธิบายที่มีรหัสแหล่ง [S#] มาจากแหล่งอ้างอิง ส่วนที่มีเครื่องหมาย ◇ เป็นคำอธิบายทั่วไปของช่าง **(ควรตรวจกับพจนานุกรมศัพท์ลายไทย ราชบัณฑิตยสถาน 2557)**\n\n### 3.1 ตระกูลกนก (สามเหลี่ยมชายธง)\n| ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ |\n|---|---|---|\n| กระหนกสามตัว | ตัวเหงา + กาบ + ตัวยอด เป็นแม่ลายของกระหนกทุกชนิด [S14] | ทุกที่ |\n| กระหนกเปลว | ตัวยอดยืดยาวพลิ้วเหมือนเปลวไฟ [S1, S25] | หน้าบัน ซุ้ม ตู้ เครื่องถม |\n| กระหนกใบเทศ | บากตัวลายเป็นหยักใบไม้ซ้อน [S1] เป็นลายที่พบมากที่สุดบนเครื่องถม (56%) [S25] | หน้าบัน เครื่องประดับ |\n| กระหนกหางโต | ตัวยอดใหญ่ ปลายพองโต [S14] ◇ | ลายเครือเถา |\n| กระหนกผักกูด | ปลายม้วนเหมือนยอดผักกูด [S1] ◇ | งานยุคแรก ลายเครือเถา |\n| กระหนกนารี · หางหงส์ · ลายนาค · กอ · ช่อลาย | ชื่อตามรูปที่ประกอบ เช่น กระหนกที่ปลายเป็นหน้านาง หางหงส์ หรือหัวนาค [S1] | หางหงส์ของเครื่องลำยองทำเป็นกระหนกเปลว [S11] |\n\n### 3.2 ตระกูลกระจังและลายขอบ\n| ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ |\n|---|---|---|\n| กระจังฟันปลา | สามเหลี่ยมในสี่เหลี่ยม เป็นกระจังที่ง่ายที่สุด [S2] | ขอบฐาน |\n| กระจังตาอ้อย | ปลายบากสองข้าง ข้างอ่อนเรียว [S2, S14] | บัวหงาย บัวคว่ำ |\n| กระจังใบเทศ | แบ่งชั้นในด้วยแข้งสิงห์ [S2] | หัวเสา ขอบฐาน |\n| กระจังหู / ปฏิญาณ | กว้าง 1 : สูง 3 [S2] | มุม ปลายแถว |\n| กระจังรวน | กระจังหูที่กลับด้านยอด เอียงซ้ายหรือขวา [S2] | หลบหลังคา [S18] |\n| ฟันยักษ์ | ◇ สามเหลี่ยมใหญ่เรียงห่าง | ขอบ |\n| ไข่ปลา / เม็ดบัว | เม็ดกลมหรือรีเรียงเป็นเส้น [S25] | เส้นคั่น |\n| ลูกฟัก | ◇ กรอบสี่เหลี่ยมนูน (แผงลูกฟัก) | บานประตู ฝาเรือน ขอบตู้ |\n| ลูกขนาบ | ◇ แถบเส้นคู่ขนาบลายหลัก | ขอบแถบลาย |\n| แข้งสิงห์ | เส้นแบ่งชั้นภายในกระจังและพุ่ม [S2, S14] | ใช้ภายในลาย |\n\n### 3.3 ลายดอกและลายพุ่ม\n| ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ |\n|---|---|---|\n| ประจำยาม | สี่เหลี่ยมตะแคง ดอกสี่ทิศ [S3, S15] | กลางหน้ากระดาน |\n| ประจำยามก้ามปู | ◇ ประจำยามที่มีกระหนกยื่นออกสี่มุมคล้ายก้ามปู | ลายพื้น |\n| พุ่มข้าวบิณฑ์ | กว้าง 2 : สูง 3 คือกระจังใบเทศ 2 ตัวต่อกัน [S14] | ลายดอกลอย ผนังด้านใน |\n| ลายหน้าขบ | พุ่มที่ทำเป็นหน้าสัตว์หิมพานต์ [S3] | ตรงกลางลาย |\n| ดอกพุดตาน | ดอกไม้กลมกลีบซ้อน (อิทธิพลจีน) [S16, S25] | พรรณพฤกษา งาน ร.3 |\n| ดอกพิกุล | ◇ ดอกเล็กแปดกลีบเรียงเป็นพื้น | ลายพื้น เครื่องถม [S25] |\n| ดอกลอย | ลายดอกที่วางกระจายเป็นจังหวะบนพื้น [S25] ◇ | ผนัง เพดาน ผ้า |\n| ดอกจอก / ดาวเพดาน | ◇ ดอกกลมเรียงบนพื้นแดงหรือคราม | เพดานอุโบสถ |\n| บัวคว่ำ / บัวหงาย / บัวแวง / บัวจงกล | รูปกลีบบัว [S25, S21] | ฐาน หัวเสา |\n\n### 3.4 ลายเถาและลายต่อเนื่อง\n| ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ |\n|---|---|---|\n| ก้านขด | ก้านขดเป็นวงต่อเนื่อง มีกระหนกและใบแตกออก [S25] | หน้าบัน ประตู |\n| เครือเถา (หางโต · ใบเทศ · เปลว) | คดโค้งสอดสลับเหมือนเถาวัลย์ [S4] | หน้าบัน กรอบ ผ้า |\n| รักร้อย (หน้าสิงห์ · บัวร้อย · ใบเทศ) | ลายร้อยต่อเป็นสาย ใช้ประดับเสาโบสถ์ วิหาร ปราสาท [S26] | เสา ครอบสันหลังคา [S18] |\n| นกคาบ / นาคขบ | หน้านกหรือนาคคาบก้านลาย วางที่ข้อต่อของก้าน [S15] | ข้อของก้านขด |\n| เถาเลื้อย | ◇ เถาไม้เลื้อยแบบธรรมชาติ | พรรณพฤกษา |\n\n### 3.5 ลายแถว (การจัดเรียงลายตามตำแหน่ง)\n| ชื่อ | ลักษณะ | ใช้ที่ |\n|---|---|---|\n| **ลายหน้ากระดาน** | แถบนอนยาว เรียงลายซ้ำ ใช้เป็นตัวกั้นหรือลายขอบ [S26] | ขอบบนและล่างของตู้ ฐาน หน้ากระดาน |\n| **ลายกรวยเชิง** | ลายสามเหลี่ยมยาวห้อยหรือตั้ง ปลายแหลม (ทรงกรวย) [S26] ◇ | ตอนบนและตอนล่างของเสาขอบตู้ โคนเสา หัวเสา |\n| ลายเฟื่อง / เฟื่องอุบะ | ◇ ลายห้อยเป็นพวงโค้ง (เฟื่อง) มีอุบะห้อยปลาย [S26] | ใต้คาน ขอบบน |\n| ลายราชวัตร | ◇ ลายตารางทแยงที่มีดอกประจำยามที่จุดตัด (ใช้ประจำยามเป็นฐาน [S3]) | ลายพื้นผนังและผ้า |\n| ลายประแจจีน | ลายเส้นหักมุมต่อเนื่องจากจีน มีหลายแบบ เช่น เมฆ สายฟ้า สวัสดิกะ ขนมเปียกปูน [S26] | ขอบ งาน ร.3 |\n| ลายเกลียว | ◇ เส้นเกลียวเชือก | ขอบเส้นลวด |\n| ลายผ้าทิพย์ | ◇ ผืนผ้าลายห้อยหน้าฐานพระหรือฐานชุกชี | หน้าฐานชุกชี |\n\n![ลายเรียงซ้ำบนอาคารจริง: กระเบื้องเชิงชายรูปเทพพนมเรียงเป็นจังหวะ วัดเบญจมบพิตร](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/roof_tiles_eave_ornament.jpg)\n\n*ภาพ: Mustang Joe · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Roof_tiles_on_the_Wat_Benchamabophit_Dusitwanaram,_Bangkok_(54202197593).jpg*\n\n## 4. ลายตามวัสดุ (เทคนิคบังคับรูปลาย)\n- **ลายรดน้ำ:** ลายทองบนพื้นรักดำ ใช้กับตู้พระธรรม บานประตู และผนัง เป็นงานลายเส้นล้วน มีสีเดียวคือทอง [S16]\n- **ลายถม (เครื่องถม):** แกะลายบนเงิน ถมยาดำ แล้วขัด ทำได้ทั้งถมเงินและถมทอง [S25]\n- **ลายประดับมุก:** ฉลุเปลือกหอยมุกฝังในรัก ช่องไฟเป็นตัวกำหนดความงาม [S16]\n- **ลายเบญจรงค์ / ลายน้ำทอง:** ลายบนเครื่องกระเบื้อง (ดูไฟล์ [25](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/crafts.md))\n- **ลายปูนปั้น / ไม้จำหลัก:** ลดความพลิ้วลงเพื่อความแข็งแรง [S16]\n- **ลายกระเบื้องถ้วยชาม (วัดอรุณ):** ชิ้นถ้วยชามปะเป็นดอกและกลีบบนปูน\n\n## 5. ใช้ลายให้ถูกที่ (สรุปสำหรับผู้ออกแบบ)\n| ตำแหน่งบนอาคาร | ลายที่เหมาะ |\n|---|---|\n| หน้าบัน (สามเหลี่ยม) | ก้านขด เครือเถา กระหนกเปลว หรือใบเทศ ล้อมรูปประธาน แล้วกลับด้านให้สมมาตร |\n| หน้ากระดานของฐาน | ประจำยามคั่นจังหวะ + ลายหน้ากระดาน |\n| บัวคว่ำ บัวหงาย | กระจังตาอ้อยหรือกระจังใบเทศ เรียงชิดกัน |\n| หัวเสา โคนเสา | บัวแวง บัวจงกล กรวยเชิง |\n| ตัวเสา | รักร้อย |\n| ครอบสันหลังคา | รักร้อย [S18] |\n| หลบหลังคา | กระจังรวน [S18] |\n| บานประตูหน้าต่าง | ลายรดน้ำ ก้านขด ทวารบาล หรือเทพพนม |\n| ผนังด้านในและเพดาน | พุ่มข้าวบิณฑ์ ดอกลอย ดาวเพดาน |\n"
  },
  {
   "slug": "painting",
   "title": "20 จิตรกรรมไทย — ลักษณะ · แบบแผนการวางเรื่องบนผนัง · สีและเทคนิค",
   "title_en": "Thai painting: conventions, mural wall layout, pigments, techniques",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/painting",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/painting.md",
   "headings": [
    "1. ลักษณะของจิตรกรรมไทยประเพณี [S27, S28]",
    "2. ⭐ แบบแผนการวางเรื่องบนผนังอุโบสถ (อยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) [S22]",
    "3. สีและเทคนิค [S14, S28]",
    "4. เนื้อหาที่นิยม",
    "5. ใช้กับงานโมเดลหรืองานกราฟิก"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_court.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศน์: ตัวภาพชั้นสูงแต่งเครื่องทรง ท่าทางชดช้อย (ตระกูลนารี)",
     "author": "Mattana",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_013.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_demon.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: อมนุษย์ ยักษ์ (ตระกูลกระบี่) บนพื้นฟ้า",
     "author": "Mattana (มัทนา)",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_017.JPG"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_palace.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: กษัตริย์และมเหสีในปราสาท สถาปัตยกรรมในภาพเขียนตามแบบแผน ไม่มีทัศนียภาพ",
     "author": "Photo Dharma from Sadao, Thailand",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:014_King_and_Queen_(9172250426).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_elephant_battle.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: ฉากรบบนช้าง",
     "author": "Photo Dharma from Sadao, Thailand",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:041_Taken_by_Force_(9169880467).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_childbirth.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: ภาพวิถีชีวิต (การคลอดบุตร) แทรกในเรื่อง",
     "author": "Mattana (มัทนา)",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_021.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_commoner.jpg",
     "caption": "จิตรกรรมวัดสุทัศน์: ชาวบ้าน เขียนอิสระกว่าตัวภาพชั้นสูง",
     "author": "Mattana",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_014.JPG"
    }
   ],
   "markdown": "# 20 จิตรกรรมไทย — ลักษณะ · แบบแผนการวางเรื่องบนผนัง · สีและเทคนิค\n\n## 1. ลักษณะของจิตรกรรมไทยประเพณี [S27, S28]\n\n| ตัวภาพชั้นสูง (นารี) | อมนุษย์ (กระบี่) | สถาปัตยกรรมในภาพ |\n|---|---|---|\n| ![ตัวภาพชั้นสูง วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_court.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_013.JPG* | ![ยักษ์ วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_demon.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana (มัทนา) · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_017.JPG* | ![ปราสาทในภาพ วัดสุทัศน์](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_palace.jpg)\n\n*ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:014_King_and_Queen_(9172250426).jpg* |\n\n| ฉากรบ | ภาพวิถีชีวิต | ชาวบ้าน |\n|---|---|---|\n| ![ฉากรบบนช้าง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_elephant_battle.jpg)\n\n*ภาพ: Photo Dharma from Sadao, Thailand · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:041_Taken_by_Force_(9169880467).jpg* | ![วิถีชีวิต](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_childbirth.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana (มัทนา) · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_021.jpg* | ![ชาวบ้าน](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/mural_wat_suthat_commoner.jpg)\n\n*ภาพ: Mattana · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_wat_suthat_014.JPG* |\n- **ศิลปะแบบอุดมคติ (idealistic):** มุ่งความงามตามคติ ไม่ได้เลียนแบบความจริง\n- **สองมิติ ไม่มีทัศนียภาพ:** ระบายสีแบน ไม่มีแสงเงา ใช้เส้นเป็นขอบเขตหลักของรูป\n- **มุมมองจากที่สูง (bird's-eye):** \"นำสิ่งใกล้ไว้ตอนล่างของภาพ สิ่งไกลไว้ตอนบนของภาพ\" ทำให้เล่าเรื่องต่อเนื่องได้ทั้งผนัง\n- **แบ่งตอนของเรื่อง:** ใช้ต้นไม้ ภูเขา ลำธาร โขดหิน หรือเส้น **สินเทา** (เส้นหยักฟันปลาที่แบ่งฉาก) คั่นเหตุการณ์\n- **สี:** ใช้หลายสีแต่ให้มีสีเด่นสีเดียว (เอกรงค์)\n- **ตัวภาพตามแบบ:**\n  - เทวดาและกษัตริย์ \"ลีลาอันชดช้อย\" แต่งเครื่องทรง\n  - ยักษ์และลิงแสดงพละกำลัง\n  - ชาวบ้านแสดงอารมณ์ขันหรือความทุกข์ เขียนอิสระกว่าตัวภาพชั้นสูง\n- **ยุครัตนโกสินทร์:** พื้นหลังเข้ม ปิดทองมาก\n- **รัชกาลที่ 4:** ขรัวอินโข่งนำทัศนียภาพแบบตะวันตกเข้ามา [S28]\n\n## 2. ⭐ แบบแผนการวางเรื่องบนผนังอุโบสถ (อยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) [S22]\n\"แต่เดิมนั้นพระอุโบสถโดยทั่วไป ผนังระหว่างกรอบหน้าต่างมักเขียนเรื่องพุทธประวัติหรือทศชาติ … บนผนังสกัดหน้าเขียนภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ผนังสกัดหลังเขียนภาพไตรภูมิโลกสัณฐาน หรืออาจจะเขียนแทนด้วยภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดาและภาพเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ … เขียนภาพเทพชุมนุมบนผนังแปในส่วนผนังเหนือกรอบหน้าต่างขึ้นไป\" (อ้างจาก สันติ เล็กสุขุม 2014)\n\n\n\n| ผนัง | เรื่อง | เหตุผล |\n|---|---|---|\n| ผนังสกัดหน้า (ด้านประตู ตรงข้ามพระประธาน) | **มารผจญ** | พระประธานปางมารวิชัยหันหน้ามาทางนี้ เรื่องจึงต่อเนื่องกัน |\n| ผนังสกัดหลัง (หลังพระประธาน) | **ไตรภูมิโลกสัณฐาน** หรือเสด็จลงจากดาวดึงส์ | ภาพจักรวาลอยู่ด้านหลังพระพุทธเจ้า |\n| ผนังแป (เหนือหน้าต่าง) | **เทพชุมนุม** เรียงเป็นแถว หันไปทางพระประธาน | เหตุการณ์หลังตรัสรู้ เทวดามาชุมนุม |\n| ผนังระหว่างช่องหน้าต่าง | **พุทธประวัติ / ทศชาติชาดก** | เดินอ่านเรื่องรอบอาคารได้ |\n\n- **สมัยรัชกาลที่ 3 แบบแผนเปลี่ยนไป:**\n  - วัดกัลยาณมิตรเขียนพุทธประวัติต่อเนื่องเหนือหน้าต่างทั้ง 4 ด้าน และเปลี่ยนภาพมารผจญเป็นโทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ\n  - วัดเครือวัลย์เขียนชาดก 550 ชาติในกรอบสี่เหลี่ยม\n  - วัดพระเชตุพน (26 ห้องภาพ) ใช้ผนังระหว่างหน้าต่างเขียนพระสาวกเอตทัคคะ 41 องค์ [S22]\n\n## 3. สีและเทคนิค [S14, S28]\n- **สีฝุ่นผสมกาว (เทมเพอรา)** ช่างเรียกว่า \"รงค์\" หรือ \"กระยารงค์\" และเรียกกาวว่า \"น้ำยา\"\n- **เบญจรงค์ของช่างเขียน:** เหลือง คราม แดงชาด ขาว ดำ\n  - อยุธยาตอนต้นใช้เพียงแดง เหลือง ขาว ดำ\n  - สีครามและเขียว (ตั้งแซ) จากจีนเข้ามาในสมัยอยุธยาตอนปลาย\n- **ที่มาของสี:** สีดินแดง ดินเหลือง ดินขาว (ดินสอพอง) เขม่า (ดินหม้อ) แร่ หิน โลหะ พืช และบางส่วนของสัตว์\n- **พู่กันและแปรง:**\n  - พู่กันขนหูวัวใช้ระบายสี\n  - พู่กันหนวดหนูใช้ตัดเส้น เพราะปลายเรียวพลิ้ว\n  - แปรงเปลือกกระดังงาและแปรงรากลำเจียกใช้กระทุ้งเป็นพุ่มไม้\n- **ขั้นตอน:** เตรียมพื้น → ร่างภาพ → ลงสีพื้น → ระบายสี → ปิดทอง → ตัดเส้น\n- **ลายรดน้ำ:** เขียนด้วยน้ำยาหรดาลบนพื้นรัก ปิดทอง แล้วรดน้ำล้างหรดาลออก ทองติดเฉพาะส่วนที่ไม่ได้เขียน\n- **ลายกำมะลอ:** ระบายสีแบบจิตรกรรม แล้วเสริมด้วยเทคนิคลายรดน้ำ [S16]\n- **พระบฏ:** จิตรกรรมบนผืนผ้า มีพระพุทธเจ้าอยู่กลางภาพ [S16]\n\n## 4. เนื้อหาที่นิยม\nพุทธประวัติ · ทศชาติชาดก (เช่น มหาชนก มโหสถ เวสสันดร) · ไตรภูมิ · เทพชุมนุม · รามเกียรติ์ (ระเบียงวัดพระแก้ว) · พระสาวก · และภาพวิถีชีวิตที่สอดแทรกในฉาก\n\n## 5. ใช้กับงานโมเดลหรืองานกราฟิก\n- **ภาพเล่าเรื่อง:** ใช้มุมมองจากที่สูงและแบ่งฉากด้วยสินเทาหรือเส้นต้นไม้ ไม่ใส่ทัศนียภาพ\n- **ภายในอาคารจำลอง:** วางเรื่องตามแบบแผนผนังในข้อ 2 ถ้าวางผิดผนัง ผู้รู้จะเห็นทันที\n"
  },
  {
   "slug": "buddha-images",
   "title": "21 พระพุทธรูปและประติมากรรมไทย — ปาง · ปางประจำวัน · ลักษณะตามยุค",
   "title_en": "Buddha images: postures, day-of-week postures, period styles",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/buddha-images",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/buddha-images.md",
   "headings": [
    "1. ปาง",
    "ปางที่พบบ่อย",
    "ปางประจำวันเกิด [S29]",
    "2. ลักษณะพระพุทธรูปตามยุค [S28]",
    "3. ส่วนของพระพุทธรูปที่ควรรู้ ◇",
    "4. ประติมากรรมประดับอาคาร"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# 21 พระพุทธรูปและประติมากรรมไทย — ปาง · ปางประจำวัน · ลักษณะตามยุค\n\n## 1. ปาง\n\"ปาง\" คือ \"ลักษณะของรูปสมมุติของพระพุทธเจ้าในอิริยาบถต่างๆ\" ตามเหตุการณ์ในพุทธประวัติ มีมากกว่า 80 ปาง [S29]\nอิริยาบถหลัก 4 แบบ ได้แก่ นั่ง ยืน เดิน (ลีลา) และนอน (ไสยาสน์)\n\n### ปางที่พบบ่อย\n| ปาง | ท่า | เหตุการณ์ |\n|---|---|---|\n| มารวิชัย | นั่งขัดสมาธิ มือขวาคว่ำวางที่เข่า นิ้วชี้ลงที่พื้นดิน | ชนะมาร (เรียกแม่พระธรณีเป็นพยาน) **นิยมเป็นพระประธานอุโบสถ** |\n| สมาธิ | นั่ง มือทั้งสองวางซ้อนบนตัก | ตรัสรู้ |\n| ประทานพร | มือหงายยื่นออกไปข้างหน้าต่ำ | |\n| ห้ามญาติ / ห้ามสมุทร | ยืน ยกมือข้างเดียว (ห้ามญาติ) หรือทั้งสองข้าง (ห้ามสมุทร) ตั้งฝ่ามือออก | ห้ามญาติวิวาท / ห้ามน้ำท่วม |\n| ลีลา | เดิน ยกส้นเท้าหลัง มือหนึ่งยกขึ้น | เสด็จลงจากดาวดึงส์ **เอกลักษณ์ของสุโขทัย** [S28] |\n| ไสยาสน์ | นอนตะแคงขวา | ปรินิพพาน หรือโปรดอสุรินทราหู |\n| ปฐมเทศนา | มือจีบเป็นวงล้อธรรม | แสดงธรรมครั้งแรก |\n| นาคปรก | นั่งสมาธิ มีนาคแผ่พังพานปรก | |\n| ป่าเลไลยก์ | นั่งห้อยพระบาท มีช้างและลิงถวายของ | |\n\n### ปางประจำวันเกิด [S29]\n| วัน | ปาง |\n|---|---|\n| อาทิตย์ | ถวายเนตร (ยืน มือประสานหน้าตัก มองต้นโพธิ์) |\n| จันทร์ | ห้ามสมุทร / ห้ามญาติ |\n| อังคาร | ไสยาสน์ (โปรดอสุรินทราหู) |\n| พุธ (กลางวัน) | อุ้มบาตร |\n| พุธ (กลางคืน) | ป่าเลไลยก์ ◇ |\n| พฤหัสบดี | สมาธิ (ตรัสรู้) |\n| ศุกร์ | รำพึง (ยืน มือประสานที่อก) |\n| เสาร์ | นาคปรก |\n◇ = ตามความเชื่อที่นิยมทั่วไป **(ควรตรวจ)**\n\n## 2. ลักษณะพระพุทธรูปตามยุค [S28]\n| ยุค | ลักษณะสำคัญ |\n|---|---|\n| ทวารวดี (พุทธศตวรรษ 12–16) | หินปูนหรือควอตไซต์ ยืนหรือนั่งบนบัลลังก์ สมมาตร อิทธิพลคุปตะ หลังคุปตะ และอมราวดี |\n| ศรีวิชัย | สำริด มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระพุทธรูปนาคปรก (มหายาน) |\n| ลพบุรี | หินและสำริด อิทธิพลขอม นาคปรก ใบหน้าเหลี่ยม |\n| เชียงแสน / ล้านนา | หน้ากลม ยิ้ม ขมวดพระเกศาใหญ่ หรือหน้ารูปไข่มีรัศมีเปลว |\n| สุโขทัย | **อ่อนช้อย สัดส่วนประณีต รัศมีเปลวบนพระเศียร สีหน้าสงบ** ปางลีลาเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็น \"ยุคคลาสสิก\" [S15] |\n| อู่ทอง | ผสมทวารวดี ลพบุรี สุโขทัย แต่ทวารวดีเด่นที่สุด |\n| อยุธยา | **พระพุทธรูปทรงเครื่อง** สวมมงกุฎและเครื่องทรง แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับพระพุทธเจ้า |\n| รัตนโกสินทร์ | สืบอยุธยาตอนปลาย พระพุทธรูปทรงเครื่องเพิ่มขึ้น ร.4 เริ่มทำแบบเหมือนจริงมากขึ้น |\n\n## 3. ส่วนของพระพุทธรูปที่ควรรู้ ◇\n**พระรัศมี** (เปลวหรือลูกแก้วบนยอด) · **พระเกตุมาลา** (ส่วนนูนบนพระเศียร) · **เม็ดพระศก** (ขมวดผม) · **อุณาโลม** (ระหว่างคิ้ว) · **ชายสังฆาฏิ** (ผ้าพาดบ่า) · **ฐานบัว / ฐานสิงห์ / ฐานชุกชี** (ดู [02](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/bases.md))\n\n## 4. ประติมากรรมประดับอาคาร\nดู [14](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/figures.md) (ผู้แบก ทวารบาล) และ [22](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/himmapan.md)\n"
  },
  {
   "slug": "figures",
   "title": "14 ประติมากรรมประดับ (Figures)",
   "title_en": "Decorative figures: atlantes, kinnari, guardians",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/figures",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/figures.md",
   "headings": [
    "ผู้แบก (atlantes / caryatids)",
    "รูปอื่นบนอาคาร",
    "การทำเป็นชิ้นไม้"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg",
     "caption": "แถบเทวดาแบกที่ฐานมณฑปทิศตะวันออก วัดอรุณ: ยกแขนแบกบัวชั้นบน ประดับกระเบื้องถ้วยชาม",
     "author": "Shesmax",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_yaksha_thotsakan.jpg",
     "caption": "ยักษ์ทวารบาล (ทศกัณฐ์) เฝ้าประตูวัดอรุณ",
     "author": "Jakub Hałun",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:20160727_Bangkok_Wat_Arun_5513.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 14 ประติมากรรมประดับ (Figures)\n\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: แถบเทวดาแบกที่ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ (หมายเลข 6)]*\n\n![เทวดาแบก มณฑปทิศวัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_mondop_deva_atlantes.jpg)\n\n*ภาพ: Shesmax · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Arun._Eastern_mondop._Monks._2016-10-10_14-47-46.jpg*\n\n![ยักษ์ทวารบาล (ทศกัณฐ์) วัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_yaksha_thotsakan.jpg)\n\n*ภาพ: Jakub Hałun · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:20160727_Bangkok_Wat_Arun_5513.jpg*\n\n## ผู้แบก (atlantes / caryatids)\n| ชื่อ | รูป | ตำแหน่งที่พบ |\n|---|---|---|\n| ยักษ์แบก | ยักษ์ยืนหรือนั่งยองๆ ยกแขนแบก | ฐานปรางค์ ฐานเจดีย์ |\n| กระบี่แบก (ลิงแบก) | วานรยกแขนแบก | ฐานปรางค์วัดอรุณ |\n| มารแบก | อสูรร่างเล็กแบกแถว | ฐานชั้นซ้อน |\n| ครุฑแบก / ครุฑยุดนาค | ครุฑกางปีกยุดนาค | ฐานอุโบสถหลวง |\n| เทวดาแบก | เทวดาคุกเข่ายกแขนแบก | ฐานมณฑปทิศวัดอรุณ |\n\n- **ความหมาย:** สิ่งที่อยู่ข้างบนมีความศักดิ์สิทธิ์จนแม้ยักษ์และเทวดายังต้องแบกไว้ ตัวผู้แบกยังทำหน้าที่เป็นท้องไม้ของฐาน\n- **ท่าทาง:** คุกเข่าหรือย่อตัว แขนทั้งสองยกเหนือศีรษะ ฝ่ามือดันชั้นบน ยืนเรียงชิดกันเป็นจังหวะ\n\n## รูปอื่นบนอาคาร\n- **กินรี / กินนร:** ครึ่งคนครึ่งนก อยู่ในซุ้มฐาน\n- **พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ:** ในซุ้มจระนำของปรางค์ประธานวัดอรุณ\n- **พระพายทรงม้า:** ในซุ้มของปรางค์ทิศวัดอรุณ **(ควรตรวจ)**\n- **ยักษ์ทวารบาล / ตุ๊กตาจีน:** เฝ้าประตูและบันได\n- **สิงห์ / นาค:** ปลายพนักบันได\n\n## การทำเป็นชิ้นไม้\n- **แถวผู้แบก:**\n  - เป็นแถบไม้มีคานบนกับคานล่าง ระหว่างรูปแต่ละตัวเจาะช่องยอดแหลม (ช่องใต้แขนที่ยกขึ้น)\n  - ซ้อน 2 ชั้น ชั้นหน้ามีลายปากกาเป็นตัวคน\n  - ระยะห่างระหว่างรูปประมาณ 12 มม. ที่สเกล 1:80\n- **รูปในซุ้ม:** วาดด้วยปากกาเป็นเส้นโครง (`fig_kinnari`, `fig_yaksha`, `fig_erawan`, `fig_buddha` ใน generator)\n"
  },
  {
   "slug": "himmapan",
   "title": "22 สัตว์หิมพานต์และสัตว์ในคติ — ครุฑ · นาค · กินรี · หงส์ · ราชสีห์ · คชสีห์ ฯลฯ",
   "title_en": "Himmapan creatures: garuda, naga, kinnari, hamsa, lions",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/himmapan",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/himmapan.md",
   "headings": [
    "1. หิมพานต์",
    "2. สัตว์สำคัญในศิลปะและสถาปัตยกรรม",
    "3. ยักษ์และลิง (ตระกูลกระบี่)",
    "4. หลักการเขียนสัตว์หิมพานต์"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/garuda_naga_row_ubosot.jpg",
     "caption": "ครุฑยุดนาคเรียงรอบฐานพระอุโบสถวัดพระแก้ว",
     "author": "Supercarwaar",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Garudas_in_the_bot_of_the_Wat_Phra_Kaew.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/naga_staircase_lampang_luang.jpg",
     "caption": "บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง (ล้านนา)",
     "author": "Ahoerstemeier",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_Tat_Lampang_Luang_Naga_Staircase.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/kinnari_wat_phra_kaew.jpg",
     "caption": "กินรีปิดทอง วัดพระแก้ว",
     "author": "Manfred Werner",
     "license": "CC BY-SA 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Wat-Phra-Kaeo_Kinnari.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/yaksha_supporting_chedi.jpg",
     "caption": "ยักษ์แบกฐานเจดีย์ทองคำ วัดพระแก้ว",
     "author": "Basile Morin",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Statues_of_Yaksha_supporting_one_of_the_Two_Golden_Chedi_of_Wat_Phra_Kaew,_Bangkok,_Thailand.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/yaksha_guardian_wat_phra_kaew.jpg",
     "caption": "ยักษ์ทวารบาล วัดพระแก้ว",
     "author": "Arian Zwegers from Brussels, Belgium",
     "license": "CC BY 2.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Phra_Kaew,_Yaksha_(6172950512).jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_indra_erawan.jpg",
     "caption": "ซุ้มจระนำปรางค์ประธานวัดอรุณ: พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ",
     "author": "Random username 083794703875938",
     "license": "CC0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B9%97_Prang,_Wat_Arun_7.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 22 สัตว์หิมพานต์และสัตว์ในคติ — ครุฑ · นาค · กินรี · หงส์ · ราชสีห์ · คชสีห์ ฯลฯ\n\n## 1. หิมพานต์\n**ป่าหิมพานต์** เป็นป่าในจินตนาการเชิงเขาไกรลาส ปรากฏในไตรภูมิพระร่วงและรามเกียรติ์ สัตว์ในป่านี้มักผสมลักษณะของสัตว์หลายชนิดเข้าด้วยกัน [S30]\n**แบ่ง 3 จำพวก:** สัตว์สองเท้า (ทวิบาท) · สัตว์สี่เท้า (จตุบาท) · ปลา [S30]\n\n| ครุฑยุดนาค ฐานพระอุโบสถวัดพระแก้ว | บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง | กินรี วัดพระแก้ว |\n|---|---|---|\n| ![ครุฑยุดนาค ฐานพระอุโบสถวัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/garuda_naga_row_ubosot.jpg)\n\n*ภาพ: Supercarwaar · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Garudas_in_the_bot_of_the_Wat_Phra_Kaew.jpg* | ![บันไดนาค วัดพระธาตุลำปางหลวง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/naga_staircase_lampang_luang.jpg)\n\n*ภาพ: Ahoerstemeier · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Wat_Phra_Tat_Lampang_Luang_Naga_Staircase.jpg* | ![กินรี วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/kinnari_wat_phra_kaew.jpg)\n\n*ภาพ: Manfred Werner · CC BY-SA 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_Wat-Phra-Kaeo_Kinnari.jpg* |\n\n| ยักษ์แบกเจดีย์ วัดพระแก้ว | ยักษ์ทวารบาล วัดพระแก้ว | พระอินทร์ทรงเอราวัณ วัดอรุณ |\n|---|---|---|\n| ![ยักษ์แบกเจดีย์ วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/yaksha_supporting_chedi.jpg)\n\n*ภาพ: Basile Morin · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Statues_of_Yaksha_supporting_one_of_the_Two_Golden_Chedi_of_Wat_Phra_Kaew,_Bangkok,_Thailand.jpg* | ![ยักษ์ทวารบาล วัดพระแก้ว](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/yaksha_guardian_wat_phra_kaew.jpg)\n\n*ภาพ: Arian Zwegers from Brussels, Belgium · CC BY 2.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok,_Wat_Phra_Kaew,_Yaksha_(6172950512).jpg* | ![พระอินทร์ทรงเอราวัณ วัดอรุณ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wat_arun_indra_erawan.jpg)\n\n*ภาพ: Random username 083794703875938 · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B9%97_Prang,_Wat_Arun_7.jpg* |\n\n## 2. สัตว์สำคัญในศิลปะและสถาปัตยกรรม\n| สัตว์ | ลักษณะ | ความหมายและตำแหน่งบนอาคาร |\n|---|---|---|\n| **ครุฑ** | ครึ่งนกครึ่งคน พาหนะของพระนารายณ์ เป็นศัตรูของนาค [S31] | **ครุฑยุดนาค** (ฐานอุโบสถหลวง) · **ครุฑพ่าห์** (ตราแผ่นดิน) · ครุฑหน้าเรือนยอดที่จุดตัดหลังคา (รูปอ้างอิง 39, 40) · ช่อฟ้าคือครุฑที่ยุดหางนาค [S11] สื่อถึงพระราชอำนาจและคติเทวราชา [S31] |\n| **นาค** | งูใหญ่ เทพแห่งน้ำ แบ่ง 4 ตระกูลตามการเกิด (โอปปาติกะ สังเสทชะ อัณฑชะ ชลาพุชะ) [S32] | **ราวบันไดนาค** · **ลำยอง / นาคสะดุ้ง / หางหงส์** (ตัวนาคบนป้านลม) · **นาคปรก** · หัวเรือพระที่นั่ง · ความเชื่อ \"นาคให้น้ำ\" [S32] และคตินาคเป็นสะพานสายรุ้งเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ ◇ |\n| **กินรี / กินนร** | ครึ่งคนครึ่งนก (หญิง/ชาย) [S30] | ความงามและความอ่อนช้อย อยู่ในซุ้มฐาน (ฐานมณฑปวัดอรุณ) หางทำเป็นกระหนกสามตัว [S14] |\n| **หงส์** | นกในคติ พาหนะของพระพรหม | เสาหงส์ หางหงส์ (ชื่อเรียกปลายป้านลม) |\n| **ราชสีห์** | สิงห์ | ทวารบาลหน้าวัด · ฐานสิงห์ (ขาสิงห์) |\n| **คชสีห์** | หัวช้าง ตัวสิงห์ | พละกำลัง [S30] |\n| **นรสิงห์** | ครึ่งคนครึ่งสิงห์ | ลายบนเบญจรงค์ [S33] |\n| **มกร** | สัตว์น้ำ (ผสมจระเข้กับช้าง) | ซุ้มขอม · ปลายราวบันได (มกรคายนาค) |\n| **เหรา** | ครึ่งนาคครึ่งจระเข้ | หางหงส์บางแบบ |\n| **สินธพ** | ม้าในคติ | |\n| **เอราวัณ** | ช้างสามเศียรหรือ 33 เศียร พาหนะของพระอินทร์ | ซุ้มจระนำปรางค์ประธานวัดอรุณ (พระอินทร์ทรงเอราวัณ) [S12] |\n\n## 3. ยักษ์และลิง (ตระกูลกระบี่)\n- **ยักษ์:** ทวารบาล (เช่น ยักษ์วัดพระแก้ว) และยักษ์แบกที่ฐานปรางค์\n- **ลิง (กระบี่):** กระบี่แบกที่ฐานปรางค์วัดอรุณ\n- **ตัวละครรามเกียรติ์:** ทศกัณฐ์ และสหัสเดชะ เป็นยักษ์ที่ฐานพระปรางค์วัดอรุณ [S12]\n\n## 4. หลักการเขียนสัตว์หิมพานต์\n- จัดอยู่ในตระกูล **คชะ** ของการเขียนลายไทย ([19](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/lai-thai-catalogue.md))\n- **ตัวสัตว์:** เส้นโครงเป็นแบบไทย ขนและเกล็ดเขียนเป็นกระหนก ส่วนหางและแผงคอเขียนเป็นเปลวกระหนก\n- **เลือกให้ตรงตำแหน่ง:**\n  - ครุฑและนาคใช้กับหลังคาและฐาน เพราะอยู่ในฟ้าและในน้ำ\n  - กินรีใช้ในซุ้ม\n  - สิงห์และยักษ์ใช้ที่ประตูและบันได เพราะทำหน้าที่ผู้เฝ้า\n"
  },
  {
   "slug": "crafts",
   "title": "25 ประณีตศิลป์และช่างสิบหมู่ — ช่าง · เทคนิค · วัสดุ",
   "title_en": "Ten crafts (chang sip mu) and decorative techniques",
   "group": "art",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/crafts",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/crafts.md",
   "headings": [
    "1. ช่างสิบหมู่ [S38, S28]",
    "2. เทคนิคประณีตศิลป์",
    "3. วัสดุอาคารตามยุค [S9, S35]"
   ],
   "images": [
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lacquer_cabinet_ayutthaya.jpg",
     "caption": "ตู้พระธรรมลายรดน้ำสมัยอยุธยา (รายละเอียด): ขบวนทหาร ใช้ลายเส้นทองล้วน",
     "author": "Unknown authorUnknown author",
     "license": "Public domain",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Military_Procession_Soldiers_Ayutthaya_Cabinet_Detail.png"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_interior_cabinet.jpg",
     "caption": "ภายในหอไตรวัดระฆัง: ตู้พระธรรมลายรดน้ำและจิตรกรรมฝาผนัง",
     "author": "Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org)",
     "license": "CC BY 3.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Watrakhanghortrai052000b.jpg"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wood_carving_guardian_ayutthaya.jpg",
     "caption": "ไม้จำหลักรูปทวารบาล บนธรรมาสน์ อยุธยาตอนปลาย (พุทธศตวรรษที่ 23)",
     "author": "Artanisen",
     "license": "CC0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Gatekeeper_in_Armor_Carved_Wood_on_Buddhist_Pulpit_Ayutthaya.png"
    },
    {
     "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_restoration.jpg",
     "caption": "ช่างบูรณะบานหน้าต่างลายรดน้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร",
     "author": "Paul_012",
     "license": "CC BY-SA 4.0",
     "source": "https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lai_rot_nam_window_panel_restoration_work_at_Bangkok_National_Museum.jpg"
    }
   ],
   "markdown": "# 25 ประณีตศิลป์และช่างสิบหมู่ — ช่าง · เทคนิค · วัสดุ\n\n## 1. ช่างสิบหมู่ [S38, S28]\n\"สิบ\" มาจากบาลี **สิปฺป** (สันสกฤต ศิลฺป = ศิลปะ) ไม่ได้แปลว่ามีช่างเพียงสิบชนิด แต่เป็นการรวมช่างหลวงหลายแขนงไว้ในหมวดเดียว [S38]\nรัชกาลที่ 1 ฟื้นฟูกรมช่างสิบหมู่หลังเสียกรุงศรีอยุธยา [S28]\n\n| ช่าง | งาน |\n|---|---|\n| ช่างเขียน | จิตรกรรม ลายไทย ร่างแบบ (เป็นพื้นฐานของทุกแขนง [S16]) |\n| ช่างแกะ | แกะไม้ แกะหนัง (หนังใหญ่) แกะตรา |\n| ช่างสลัก | สลักหยวก สลักไม้ สลักหิน |\n| ช่างกลึง | กลึงไม้ งา โลหะ |\n| ช่างหล่อ | หล่อพระพุทธรูป หล่อโลหะ |\n| ช่างปั้น | ปั้นปูน ปั้นดิน ปั้นขี้ผึ้ง (แม่พิมพ์) |\n| ช่างหุ่น | หุ่นละคร หุ่นกระบอก หัวโขน |\n| ช่างรัก | ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ประดับมุก ลายรดน้ำ |\n| ช่างบุ | บุโลหะเป็นลาย ทองแผ่ลวด |\n| ช่างปูน | ก่อและฉาบปูน ปูนปั้นประดับอาคาร |\n\n| ลายรดน้ำ ตู้พระธรรมอยุธยา | ตู้พระธรรมในหอไตรวัดระฆัง | ไม้จำหลัก ธรรมาสน์อยุธยา | ช่างบูรณะลายรดน้ำ |\n|---|---|---|---|\n| ![ลายรดน้ำ ตู้พระธรรมอยุธยา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lacquer_cabinet_ayutthaya.jpg)\n\n*ภาพ: Unknown authorUnknown author · Public domain · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Military_Procession_Soldiers_Ayutthaya_Cabinet_Detail.png* | ![ตู้พระธรรมในหอไตรวัดระฆัง](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/ho_trai_interior_cabinet.jpg)\n\n*ภาพ: Heinrich Damm (User:Hdamm, Hdamm at de.wikipedia.org) · CC BY 3.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Watrakhanghortrai052000b.jpg* | ![ไม้จำหลัก ธรรมาสน์อยุธยา](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/wood_carving_guardian_ayutthaya.jpg)\n\n*ภาพ: Artanisen · CC0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Gatekeeper_in_Armor_Carved_Wood_on_Buddhist_Pulpit_Ayutthaya.png* | ![ช่างบูรณะลายรดน้ำ](https://thai-art-knowledge.pages.dev/images/photos/lai_rot_nam_restoration.jpg)\n\n*ภาพ: Paul_012 · CC BY-SA 4.0 · https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Lai_rot_nam_window_panel_restoration_work_at_Bangkok_National_Museum.jpg* |\n\n## 2. เทคนิคประณีตศิลป์\n| เทคนิค | วิธีทำ | ที่มา |\n|---|---|---|\n| **ลายรดน้ำ** | เขียนลายด้วยน้ำยาหรดาลบนพื้นรักดำ ลงรัก ปิดทอง แล้วรดน้ำ ทองติดเฉพาะส่วนที่ไม่ได้เขียน | S16, S28 |\n| **ลายกำมะลอ** | ระบายสีแบบจิตรกรรมบนพื้นรัก แล้วเสริมด้วยเทคนิครดน้ำ | S16 |\n| **ประดับมุก** | ฉลุเปลือกหอยมุกฝังในพื้นรัก ช่องไฟคือหัวใจของงาน รุ่งเรืองสมัยอยุธยา (บานประตูมุก) | S16, S28 |\n| **ประดับกระจก** | ชิ้นกระจกสีปะบนปูนปั้นหรือไม้ ส่วน **ไส้ลาย** คือกระจกรูปหยดน้ำในไส้ของลาย | S16 |\n| **เครื่องถม** | แกะลายบนเงิน ถมยาถมสีดำ แล้วขัด ทำได้ทั้งถมเงินและถมทอง เครื่องถมเมืองนครมีชื่อเสียงที่สุด แบบถมตะทอง = เงินมีจุดทอง | S25, S28 |\n| **เบญจรงค์** | เครื่องกระเบื้องเขียนลายด้วยวิธีลงยา 5 สี (ดำ ขาว เหลือง แดง เขียว/คราม) ลายที่นิยม: เทพพนม นรสิงห์ กนก ก้านขด | S33 |\n| **ลายน้ำทอง** | เบญจรงค์ที่เขียนเส้นทอง เริ่มในรัตนโกสินทร์ตอนต้น | S33 |\n| **จำหลักไม้** | แกะไม้สัก ไม้ประดู่ ทำบานประตู หน้าต่าง หน้าบัน และพระพุทธรูป | S28 |\n| **ปูนปั้น** | ปั้นลายบนผนังและหน้าบัน (นิยมในแบบพระราชนิยม ร.3) | S15, S16 |\n| **ประดับกระเบื้องถ้วยชาม** | ตัดเครื่องถ้วยจีนเป็นกลีบ ปะเป็นดอกไม้บนปูน (วัดอรุณ) | S12 |\n| **สังคโลก** | เครื่องเคลือบสุโขทัย สีเขียวไข่กา | S28 |\n\n## 3. วัสดุอาคารตามยุค [S9, S35]\n- **ทวารวดี:** อิฐ ศิลาแลง\n- **ลพบุรี:** อิฐ หินทราย ศิลาแลง\n- **เชียงแสน / ล้านนา:** ไม้ กระเบื้องดินเผา\n- **อยุธยาและรัตนโกสินทร์:** ก่ออิฐถือปูน เครื่องบนเป็นไม้ หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ ประดับปิดทองกระจก\n"
  },
  {
   "slug": "wood-kit",
   "title": "16 แปลงสถาปัตยกรรมไทยเป็นชุดไม้ตัด (Cricut, basswood 1.5 มม.)",
   "title_en": "Translating Thai architecture into a laser/Cricut wood kit",
   "group": "making",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/wood-kit",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/wood-kit.md",
   "headings": [
    "กติกาการตัด",
    "แต่ละองค์ประกอบทำอย่างไร",
    "การตรวจ",
    "ข้อควรระวังเรื่องสเกล"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# 16 แปลงสถาปัตยกรรมไทยเป็นชุดไม้ตัด (Cricut, basswood 1.5 มม.)\n\nระบบที่ใช้ในงานวัดอรุณ โค้ดอยู่ที่ `E:\\blender\\wat_arun\\source\\generate.py` (ไลบรารีกลาง) และ `E:\\blender\\wat_arun_mondop\\part_v14\\source\\`\n\n## กติกาการตัด\n| ค่า | ขนาด |\n|---|---|\n| เนื้อไม้แคบสุด | 3.4 มม. |\n| รูเล็กสุด | 3 มม. |\n| ร่องบาก (slot) | กว้าง 1.8 มม. และต้องเปิดปลายเสมอ ห้ามมีร่องปิด 1.8 มม. |\n| ระยะเผื่อ (FIT) | 0.15 มม. |\n| ระยะห่างระหว่างชิ้นบนแผ่น | ≥ 1.5 มม. (packer ใช้ 1.8) |\n| ห้ามใช้ | แท่งไม้กลมสำเร็จรูป (rod) ผู้ดูแลไม่ชอบ |\n\n## แต่ละองค์ประกอบทำอย่างไร\n| องค์ประกอบไทย | วิธีทำด้วยไม้ | ตัวเลือกในโค้ด |\n|---|---|---|\n| แกนกลาง | แผ่นแกน X/Y บากครึ่งไขว้กัน มีเดือยลงแผ่นฐาน | `Tower` core |\n| บัวคาด / ชั้นยอด | แผ่นวงแหวนแนวนอนย่อมุม มีรูกลางและร่องแขนเปิดสวมลงบนแกน | `ring`, `rings`, `tiers` |\n| ฐาน ตัวเรือน เรือนธาตุ | กล่องผนัง 4 แผ่น ขัดกันที่มุม (ปลายยื่น 3.6 มม.) | `box` (`c`, `h`, `e`) |\n| ผนังย่อมุม | ผนังขนานด้านละ n+1 แผ่น | `box` (`n`, `s` ≥ 5.2 มม.) |\n| ผังผืนผ้า (ปีก) | ยืดวงแหวนและกล่องตามแกน x | `ex` (เมตร) |\n| มุข (ยื่นหน้า/หลัง) | ไม้ซ้อนชั้นติดกาว 10 ชั้น ชั้นในเจาะกลาง 4 ชั้นนอกแคบลงเป็นย่อมุม วงแหวนมีแถบยื่นตาม | `bay_mm=(ครึ่งกว้าง, ยื่น, step, 2)` |\n| หลังคาจั่ว | แผ่นเอียง 2 แผ่นต่อผืน คำนวณรางตะเข้กับผืนอื่น ตัดเว้นรอบเรือนธาตุ | `roof_parts` ใน `mondop_part.py` |\n| สัน + ช่อฟ้า | แผ่นตั้งในร่อง V ปลายเป็นช่อฟ้า | `CF` parts |\n| หน้าจั่ว | 2 ชั้น: หน้าบันเต็ม และกรอบป้านลมพร้อมหางหงส์ | `GA` parts |\n| บันแถลง | แผ่นยอดแหลมยืนบนบัว | `BL` parts |\n| ปลี / นภศูล | ยอดของแผ่นแกน X ประกบอีกแผ่นให้หนา 3 มม. | `top`, `FD` |\n| บันได | แผ่นซ้อนขนานผนัง สั้นลงทีละขั้น พร้อมพนัก | `stairs`, `stair_steps` |\n| พนักระเบียง | แถบตามขอบย่อมุม ขัดกันที่มุม | `balustrade` |\n| ลายละเอียด | ปากกา Cricut (ถูกตัดให้อยู่บนเนื้อไม้อัตโนมัติ) | `pen=` |\n\n## การตรวจ\n1. **generator:** ต้องได้ `n_problems = 0` (ไม่มีเนื้อไม้แคบเกิน รูเล็กเกิน หรือชิ้นแตกเป็นหลายก้อน)\n2. **check_kit.py:** ระยะห่างบนแผ่น ปากกาอยู่บนเนื้อไม้ เตือนชิ้นเปราะ\n3. **check_assembly.py ใน Blender:** ชิ้นชนกัน 0 และชิ้นลอย 0 โดยตรวจ BVH จาก outline ที่หด 0.06 และขยาย 0.1 มม.\n4. **สร้างในเซสชันว่างเสมอ:** `read_homefile(use_empty=True)` แล้วรัน build.py ตามด้วย check_assembly.py\n\n## ข้อควรระวังเรื่องสเกล\n- รายละเอียดที่ตัดได้ที่ 1:80 (ผู้แบก กรอบหน้าต่าง ช่อฟ้า) จะเล็กเกินตัดที่ 1:220\n- ย่อสเกลแล้วต้องลดรายละเอียด แต่คงรูปทรงหลัก (ผัง หลังคา การซ้อน ยอด) ไว้\n- วงแหวนบนสุดของยอดต้องมีครึ่งกว้างอย่างน้อยประมาณ 7.75 มม. เนื้อไม้รอบรูแกนจึงจะพอ\n"
  },
  {
   "slug": "reference-photos",
   "title": "18 รูปอ้างอิง — ภาพจริงพร้อมโน้ตว่าดูอะไร",
   "title_en": "Reference photo notes (photos themselves not published)",
   "group": "making",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/reference-photos",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/reference-photos.md",
   "headings": [
    "A. ระบบหลังคา: ลด · ซ้อน · ตับ",
    "43 — จั่วลดด้านหน้า 3 ชั้น และชายคาที่ลดเป็นขั้น",
    "41 — วัดโพธิ์ มองด้านข้าง",
    "42 — เครื่องลำยองระยะใกล้",
    "35, 36, 37, 38 — จั่วซ้อนกันในแนวลึก (ตัวอย่างประกอบกฎ \"ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า\")",
    "19 — หลังคามองด้านข้าง",
    "B. ทรงปราสาท / มณฑป: ยอดงอกจากกลางหลังคา",
    "31 — พระมณฑปวัดพระแก้ว",
    "40 — พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านหน้า",
    "39 — จุดตัดหลังคากับฐานยอด (มุมบน)",
    "C. มณฑปทิศวัดอรุณ (กรณีศึกษา)",
    "14 — ด้านยาว",
    "30 — มณฑปทิศตะวันตก ทั้งองค์ (รูปความละเอียดสูงที่สุด)",
    "16 — ด้านข้างกับบันได",
    "ภาพจากโมเดลสแกน (ดูมวล ห้ามเชื่อรายละเอียดหลังคา)",
    "33 — ❌ ตัวอย่างที่ผิด (โมเดล v13)",
    "D. ภาพอ้างอิงที่เผยแพร่ได้ (Wikimedia Commons)"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# 18 รูปอ้างอิง — ภาพจริงพร้อมโน้ตว่าดูอะไร\n\nรูปทั้งหมดอยู่ที่ (คลังภาพภายใน ไม่เผยแพร่) และรูปที่มีหมายเลขกำกับอยู่ที่ (คลังภาพภายใน ไม่เผยแพร่)\n**ใช้ภายในเท่านั้น** เพราะหลายรูปเป็นภาพของบุคคลอื่นและมีลายน้ำ ห้ามเผยแพร่หรือใส่ในสินค้า\nรูปที่มีคำว่า \"scan\" มาจากโมเดลสแกน 3 มิติ: **ใช้ดูมวลรวมได้ แต่รายละเอียดหลังคาเพี้ยน** (ดู [15](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/design-rules.md))\n\n---\n\n## A. ระบบหลังคา: ลด · ซ้อน · ตับ\n\n### 43 — จั่วลดด้านหน้า 3 ชั้น และชายคาที่ลดเป็นขั้น\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 43]*\n- จั่ว 3 ผืนเรียงในแนวลึก **ผืนหลังสูงกว่าและใหญ่กว่า ป้านลมขนานกัน** แต่ละผืนมีช่อฟ้าของตัวเอง (หมายเลข 1–3)\n- ผืนหลังคาแต่ละตับมีกรอบสีของตัวเอง (5)\n- **ทุกขั้นที่ชายคาลดลงมีหางหงส์หัวนาคของตัวเอง** (6–8)\n\n### 41 — วัดโพธิ์ มองด้านข้าง\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 41]*\n- ช่วงประธานสูงที่สุด (1) ที่ปลายอาคารมีจั่วลดลงมาเป็นชั้น แต่ละชั้นมีช่อฟ้า (2–4)\n- แนวล่างคือหลังคาตับล่าง (ปีกนก หรือซ้อนล่าง) ลาดต่ำล้อมรอบอาคาร และลดลงอีกขั้น (6–7)\n\n### 42 — เครื่องลำยองระยะใกล้\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 42]*\n- ใบระกาเรียงบนสันตัวรวย (1) และงวงไอยรา (2)\n- ตัวรวยพักบนแปเป็นจังหวะ คือนาคสะดุ้ง (7)\n- หางหงส์เศียรนาคเชิดขึ้น **ที่ทุกตับ** (3–5)\n- หน้าบันลายพรรณพฤกษาปิดทอง เว้าลึกจากป้านลม (6)\n\n### 35, 36, 37, 38 — จั่วซ้อนกันในแนวลึก (ตัวอย่างประกอบกฎ \"ผืนหลังกว้างกว่า สูงกว่า\")\n| 35 | 36 | 37 | 38 |\n|---|---|---|---|\n| *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 35]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 36]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 37]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 38]* |\n- **35:** ป้านลมของจั่วที่ซ้อนกันวิ่งขนานกัน หางหงส์เรียงตามขั้น\n- **36:** จั่ว 2 ชั้น ช่อฟ้า 2 ตัว ตัวหลังสูงกว่า\n- **37:** จั่ว 3 ชั้นในพระบรมมหาราชวัง ผืนหลังโผล่พ้นผืนหน้าทั้งสองข้าง\n- **38:** 3 ชั้น ผืนกระเบื้องแต่ละผืนมีกรอบสีของตัวเอง\n\n### 19 — หลังคามองด้านข้าง\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 19]*\n- ช่อฟ้าอยู่ปลายสัน ชี้ขึ้นแล้วโค้งออก ส่วนชายคาลดเป็นขั้น\n\n---\n\n## B. ทรงปราสาท / มณฑป: ยอดงอกจากกลางหลังคา\n\n### 31 — พระมณฑปวัดพระแก้ว\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 31]*\n- ยอดทรงมณฑป 7 ชั้นซ้อน [S10] (1) เรือนยอดเริ่มจากกลางหลังคา (2)\n- จั่วหน้าซ้อนชั้น (3) จั่วด้านข้างต่ำกว่า (4)\n- ผนังมีซุ้มทุกช่อง (6)\n\n### 40 — พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านหน้า\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 40]*\n- ยอดปราสาทมีซุ้มบรรพแถลงทุกชั้น (1)\n- ครุฑอยู่หน้าเรือนยอดตรงจุดที่หลังคามาบรรจบ (2)\n- จั่วหน้าซ้อนหลายชั้น ป้านลมขนาน (3–4)\n\n### 39 — จุดตัดหลังคากับฐานยอด (มุมบน)\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 39]*\n- หลังคา 4 ทิศมาชนเรือนยอด มีรูปครุฑประดับที่หน้าเรือนยอด\n- ชั้นยอดแต่ละชั้นมีซุ้มบรรพแถลงและนาคปักที่มุม\n\n---\n\n## C. มณฑปทิศวัดอรุณ (กรณีศึกษา)\n\n### 14 — ด้านยาว\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 14]*\n- มุขกลางยื่นออกมา (1, 4) และมีปีกซ้ายขวา หน้าต่างลายเขียว 3 บาน (1–3)\n- แถบเทวดาแบกยื่นตามมุข (6) ฐานซุ้มโค้ง (7) ฐานลายกระเบื้องฉลุ (8)\n\n### 30 — มณฑปทิศตะวันตก ทั้งองค์ (รูปความละเอียดสูงที่สุด)\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 30]*\n- ฐานซุ้มโค้ง → ยักษ์และเทวดาแบก → บัวซ้อนหลายชั้นยื่นตามมุข → ตัวเรือนสูง หน้าต่างลายเขียว\n- หลังคาจั่วซ้อนชั้นทุกทิศ → ยอดชั้นเชิงกลอนมีซุ้มทุกชั้น → ปลียาว\n- ด้านสกัดเห็นจั่วหลายชั้นไล่ขึ้นหายอด\n\n### 16 — ด้านข้างกับบันได\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 16]*\n- บันไดอยู่ข้างปลายปีก วิ่งขึ้นเข้าหาปรางค์ประธาน\n\n### ภาพจากโมเดลสแกน (ดูมวล ห้ามเชื่อรายละเอียดหลังคา)\n| 23 หลังคาปีก + ช่อฟ้า | 25 ฐานยื่นตามมุข | 26 ด้านหน้า | 29 จั่วรอบยอด |\n|---|---|---|---|\n| *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 23]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 25]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 26]* | *[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 29]* |\n- **25:** ฐานทุกชั้นยื่นตามมุขและย่อมุมที่มุมมุข\n- **29:** ร่องที่เห็นหลังจั่วคือ **ข้อผิดพลาดของการสแกน** ของจริงมีหลังคาอยู่ข้างหลัง\n\n### 33 — ❌ ตัวอย่างที่ผิด (โมเดล v13)\n*[ภาพอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่เผยแพร่บนเว็บ: 33]*\n- หลังคาผืนหลัง (แขนยอดด้านข้าง) แคบกว่าผืนหน้า (หลังคาปีก) ผิดกฎซ้อน\n\n---\n\n## D. ภาพอ้างอิงที่เผยแพร่ได้ (Wikimedia Commons)\nภาพที่ใช้ในทุกหน้าของคลังความรู้นี้เป็น **ภาพต้นฉบับจริง** (ภาพถ่าย หรือภาพร่างของผู้รู้) จาก Wikimedia Commons ที่ใช้สัญญาอนุญาตเสรี\nทุกภาพบันทึกชื่อผู้ถ่าย สัญญาอนุญาต และลิงก์หน้าต้นฉบับไว้ใน `images/photos/manifest.json` (บนเว็บดูที่หน้า credits)\n\n> **หลักของคลังความรู้นี้:** ใช้เฉพาะภาพต้นฉบับจริงเป็นหลักฐาน แผนภาพที่วาดย่อหรือ \"optimize\" เองจะไม่อยู่ในคลังความรู้\n> แผนภาพเหล่านั้นเก็บแยกไว้ที่ (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) เพื่อใช้เป็นงานออกแบบในภายหลังเท่านั้น\n"
  },
  {
   "slug": "glossary",
   "title": "อภิธานศัพท์ (ไทย → อังกฤษ → ไฟล์)",
   "title_en": "Glossary Thai–English",
   "group": "reference",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/glossary",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/glossary.md",
   "headings": [],
   "images": [],
   "markdown": "# อภิธานศัพท์ (ไทย → อังกฤษ → ไฟล์)\n\n| ศัพท์ | อังกฤษ / คำอธิบายสั้น | ไฟล์ |\n|---|---|---|\n| กนก | flame-like scroll motif | 13 |\n| กระจัง | row of pointed leaf ornaments | 13 |\n| กระบี่แบก | monkey atlantes | 14 |\n| กลีบขนุน | corner antefix leaf on prang tiers | 09 |\n| กันสาด / พาไล | lean-to side roof | 05 |\n| กำแพงแก้ว | low enclosing wall | 12 |\n| กินรี | kinnari (half-bird woman) | 14 |\n| คันทวย | bracket supporting eaves | 04, 06 |\n| งวงไอยรา | trunk-like lower curve of bargeboard | 07 |\n| ชั้นซ้อน | stacked tiers (prang / spire) | 08, 09 |\n| ชั้นเชิงกลอน | stepped tiers of a mondop/prasat spire | 08 |\n| ชั้นรัดประคด | band tiers of a prang | 09 |\n| ช่อฟ้า | chofa: finial at the ridge end | 07 |\n| ซ้อน (หลังคาซ้อน) | layered gables in depth: rear is wider and higher | 05 |\n| ซุ้มจระนำ | blind niche with an image | 04, 09 |\n| ซุ้มบันแถลง / ทรงมงกุฎ / ทรงปราสาท | window/door pediment types | 04 |\n| ตะเข้ราง / ตะเข้สัน | valley / hip | 05 |\n| ตับ | one continuous roof plane | 05 |\n| ท้องไม้ | recessed band in a base | 02 |\n| ทรงจอมแห | concave \"cast-net\" spire silhouette | 08, 09 |\n| นภศูล | trident finial of a prang | 09 |\n| บันแถลง | miniature gable / pediment | 06, 08 |\n| บัวกลุ่ม / บัวคลุ่ม | stacked lotus rings below the spire tip | 08 |\n| บัวคว่ำ / บัวหงาย | inverted / upright lotus moulding | 02 |\n| บัวหัวเสา (บัวแวง บัวจงกล) | lotus capital | 04 |\n| บัลลังก์ | throne block above a chedi bell | 10 |\n| ปลี | spire tip cone | 08, 10 |\n| ปล้องไฉน | stacked rings of a chedi spire | 10 |\n| ประจำยาม | four-petal medallion | 13 |\n| ป้านลม / ลำยอง | bargeboard | 07 |\n| ปีกนก | lower skirt roof | 05 |\n| มารแบก / ยักษ์แบก / เทวดาแบก | atlantes | 14 |\n| มุข (มุขโถง มุขลด มุขประเจิด มุขเด็จ) | projecting bay / porch | 04, 05 |\n| ย่อมุม (ไม้แปด ไม้สิบสอง ไม้ยี่สิบ) | redented corners | 03 |\n| รวงผึ้ง | hanging fretwork under a gable | 06 |\n| ลดชั้น | roof stepping down toward the ends | 05 |\n| ลูกแก้ว / ลูกแก้วอกไก่ | round / keeled torus | 02 |\n| เรือนธาตุ | body (cella) of a prang/chedi/spire | 04, 08, 09 |\n| หน้ากระดาน | flat band | 02 |\n| หน้าจั่ว / หน้าบัน | gable / tympanum | 06 |\n| หางหงส์ | upturned end of the bargeboard | 07 |\n| ฐานเขียง / ฐานบัว / ฐานสิงห์ / ฐานปัทม์ | base types | 02 |\n| ฐานทักษิณ / ฐานไพที | circumambulation terrace / platform | 02 |\n| ใบระกา | fin-like crest on the bargeboard | 07 |\n| ไขรา | soffit projection under the gable | 06 |\n| เม็ดน้ำค้าง | dew-drop ball at the tip | 08, 10 |\n| จัตุรมุข | cruciform plan with four porches | 05 |\n| ทรงปรางค์ | bulging-then-gathered tower profile (masonry) | 00, 09 |\n| เส้นจอมแห / เส้นทรง | the concave controlling outline; secondary lines run parallel to it | 00, 08 |\n| เผื่ออากาศกิน | optical correction: stretch the spire taller when built large | 00, 08 |\n| ชุดเชิงกลอน | one spire tier = ท้องไม้ + เชิงกลอน + หลังคา | 08 |\n| องค์ระฆัง (ยอดมณฑป) | top roof tier of the spire, the principal roof | 08 |\n| บัวคอเสื้อ · บัลลังก์ · เหม | collar lotus, throne block, stacked bands above the bell | 08 |\n| บัวคลุ่ม (บัวโถ) · ปลียอด · พุ่มข้าวบิณฑ์ | bulb rings, finial cone, crowning lotus-bud top | 08 |\n| ซุ้มบรรพแถลง · กระเปาะ (เก็จ) · บราลี · นาคปัก | tier pediment, projecting bay, ridge spikes, corner naga antefix | 08 |\n| แปลาน · แปงวง · แปหัวเสา · อกไก่ | purlins; the 2nd purlin hooked by the trunk; wall-plate purlin; ridge beam | 05, 07 |\n| รวยระกา · นาคสะดุ้ง · นาคเบือน | naga bargeboard; its stepped part on purlin 1; head turned to face front | 07 |\n| ปั้นลม / ป้านลม / ต้านลม · ตัวเหงา · หางปลา | bargeboard; its scrolled foot and fishtail top on houses | 06 |\n| เรือนเครื่องผูก · เรือนเครื่องสับ · เรือนชั้นสูง | tied bamboo house, joined hardwood house, royal/religious building | 00, 06 |\n| ฐานหย่อนท้องช้าง | sagging (ship-hull) base | 02 |\n| กระหนกสามตัว: ตัวเหงา · กาบ (ตัวประกบ) · ตัวยอด | the mother kranok: scroll, sheath, flame tip | 13 |\n| กระจังตาอ้อย · กระจังใบเทศ · กระจังฟันปลา · กระจังรวน · แข้งสิงห์ | kranok-jang leaf types; inner divisions | 13 |\n| พุ่มข้าวบิณฑ์ | lotus-bud bouquet motif, 2:3 | 13 |\n| ไส้ลาย | teardrop inlay inside a motif | 13 |\n| ช่องไฟ (ช่องไฟพื้น) | even spacing / ground between motifs | 13 |\n| ลายรดน้ำ · ลายกำมะลอ | gold-on-lacquer; mixed lacquer painting | 13 |\n| ไตรภูมิ · เขาพระสุเมรุ · เขาสัตตบริภัณฑ์ | three worlds; Mount Meru; 7 surrounding ranges | 00 |\n| พุทธาวาส · สังฆาวาส | Buddha zone; monks' zone of a wat | 01 |\n| ช่างสิบหมู่ · เบญจรงค์ | ten crafts; five-colour palette | 00 |\n"
  },
  {
   "slug": "sources",
   "title": "แหล่งอ้างอิง (Sources)",
   "title_en": "Sources",
   "group": "reference",
   "url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/sources",
   "markdown_url": "https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/sources.md",
   "headings": [
    "งานวิชาการ (อ่านฉบับเต็มแล้ว ข้อความอยู่ใน research/)",
    "วิกิพีเดียและเว็บ (อ่านผ่านเว็บ)",
    "แหล่งรอบที่ 3 (เพิ่มสำหรับเว็บความรู้)",
    "แหล่งที่เปิดไม่ได้ (บล็อก 403) — ควรหาอ่านเพิ่ม",
    "รูปอ้างอิงที่ผู้ดูแลส่งมา"
   ],
   "images": [],
   "markdown": "# แหล่งอ้างอิง (Sources)\n\nในเอกสารชุดนี้อ้างแหล่งด้วยรหัส **[S#]** ข้อความต้นฉบับที่ดึงมาจาก PDF เก็บไว้ใน `research/` เพื่อตรวจทานได้\n\n## งานวิชาการ (อ่านฉบับเต็มแล้ว ข้อความอยู่ใน research/)\n| รหัส | แหล่ง | ใช้เรื่อง | ไฟล์ข้อความ |\n|---|---|---|---|\n| S18 | บุณยกร วชิระเธียรชัย (2558). สถาปัตยกรรมเครื่องยอด \"ทรงจอมแห\" ว่าด้วยหลักวิชา เส้น รูป และความรู้สึก: กรณีศึกษา \"ยอดบุษบก-มณฑป\". *หน้าจั่ว* ฉบับที่ 12 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร (NAJUA) | องค์ประกอบยอด 16 ส่วน, การขึ้นทรงจอมแห, สัดส่วน, จำนวนชั้นเชิงกลอนตามประเภทอาคาร, ระยะชุดเชิงกลอน, นิยามปราสาท/มณฑป/บุษบกของสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) |\n| S17 | ภาสกร แสงสว่าง (2560). รูปแบบปั้นลมอาคารบ้านเรือนที่เปลี่ยนแปลงไปตามฐานานุศักดิ์ของผู้อาศัย. *Veridian E-Journal ม.ศิลปากร* 10(1) — อ้างอิงหลัก: สมใจ นิ่มเล็ก (2539) *เครื่องบนและงานประดับของสถาปัตยกรรมไทย* | ปั้นลม/ป้านลม, เรือนเครื่องผูก-เครื่องสับ-ชั้นสูง, รวยระกา, นาคสะดุ้ง, งวงไอยรา, แปงวง, ช่อฟ้า 3 แบบ, หางหงส์, นาคเบือน, เส้นจอมแห | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) |\n| S16 | นฤทธิ์ วัฒนภู (2565). ลวดลายประดับในศิลปกรรมไทย: หลักการและเทคนิคการออกแบบ. *ศิลปกรรมสาร* 15(2) ม.บูรพา | หลักการออกแบบลาย 5 ข้อ, เทคนิค 5 ข้อ, ไส้ลาย, ลายเดี่ยว/กนก/พรรณพฤกษา | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) |\n| S15 | ขจรเดช หนิ้วหยิ่น และคณะ (2566). วิวัฒนาการความเป็นมาของลายไทย. *วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา* 14(1) มจร. | ยุคสมัย, 4 กลุ่มลายตามยุค, ที่มาจากธรรมชาติและศรัทธา, ลายพื้นฐาน, สถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม ร.3 | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) |\n| S14 | เอกสารประกอบการสอน รายวิชาศิลปะไทยวิจักษ์ บทที่ 9 ปฏิบัติการจิตรกรรมไทย ม.ราชภัฏสวนสุนันทา | โครงสร้างกระหนกสามตัว (ตัวเหงา กาบ ตัวยอด), กระจังตาอ้อย, พุ่มข้าวบิณฑ์ 2:3, สีเบญจรงค์ | (ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน) |\n| S19 | วารสารราชบัณฑิตยสภา ปีที่ 40 ฉบับที่ 2 (เม.ย.–มิ.ย. 2558) หน้า 212–214 (อุโบสถวัดใหญ่อินทาราม) | นิยามหลังคาซ้อนชั้น, ฐานหย่อนท้องช้าง | (อ่านจากเว็บ orst.go.th) |\n\n## วิกิพีเดียและเว็บ (อ่านผ่านเว็บ)\n| รหัส | แหล่ง | ใช้เรื่อง |\n|---|---|---|\n| S1 | วิกิพีเดียไทย \"ลายกระหนก\" | นิยาม กระหนก/กนก, สามเหลี่ยมชายธง, ประเภทกระหนก |\n| S2 | วิกิพีเดียไทย \"ลายกระจัง\" | กระจัง 5 แบบ |\n| S3 | วิกิพีเดียไทย \"ลายประจำยาม\" | ประจำยาม, พุ่มข้าวบิณฑ์, ลายหน้าขบ |\n| S4 | วิกิพีเดียไทย \"ลายเครือเถา\" | เครือเถา 3 แบบ |\n| S5 | วิกิพีเดียไทย \"การผูกลาย\" | หลักการผูกลาย |\n| S6 | วิกิพีเดียไทย \"ลำยอง\" | องค์ประกอบเครื่องลำยอง |\n| S7 | วิกิพีเดียไทย \"ช่อฟ้า\" | ส่วนของช่อฟ้า, แบบปาก |\n| S8 | วิกิพีเดียไทย \"ไตรภูมิ\" | ภูมิ 3, เขาพระสุเมรุ |\n| S9 | วิกิพีเดียไทย \"สถาปัตยกรรมไทย\" | ยุคสมัย, องค์ประกอบ |\n| S10 | วิกิพีเดียไทย \"พระมณฑป (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)\" | ยอดมณฑป 7 ชั้นซ้อน คติเขาพระสุเมรุ |\n| S11 | Wikipedia \"Thai temple art and architecture\" | พุทธาวาส/สังฆาวาส, ประเภทอาคาร, ชั้นหลังคา, ช่อฟ้าเป็นครุฑ |\n| S12 | Wikipedia \"Wat Arun\" | ปรางค์ = เขาพระสุเมรุ, พระอินทร์ทรงเอราวัณ, ปรางค์ทิศของพระพาย |\n| S13 | วิกิพีเดียไทย \"วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร\" | ส่วนของพระปรางค์ |\n| S20 | silpa-mag.com ?p=129292 \"วัดอรุณ แลนด์มาร์กดัง มีสัญลักษณ์อะไรซ่อนอยู่\" (เห็นเฉพาะสรุปผลค้นหา) | ผังจำลองไตรภูมิ, มงกุฎบนยอด = คติพระอินทร์, เขาสัตตบริภัณฑ์ 7 ชั้น |\n| S21 | ancientbangkok.com ?p=2806 \"อาคารหลังคาคลุมในสมัยรัตนโกสินทร์\" | หลังคาซ้อนชั้นหลายตับ, เสาย่อมุมไม้สิบสองบัวแวง, ซุ้มบรรพแถลง/ซุ้มทรงปราสาทยอด |\n\n## แหล่งรอบที่ 3 (เพิ่มสำหรับเว็บความรู้)\n| รหัส | แหล่ง | ใช้เรื่อง |\n|---|---|---|\n| S22 | กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์, ศักดิ์ชัย สายสิงห์ (2564). เทคนิคงานจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ. *วารสารศิลปกรรมศาสตร์* (อ้าง สันติ เล็กสุขุม 2014) | แบบแผนการวางเรื่องบนผนังอุโบสถ ((ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน)) |\n| S23 | วิกิพีเดียไทย \"ศิลปะไทย\" | 4 หมวดลาย กนก นารี กระบี่ คชะ, ลักษณะจิตรกรรม |\n| S24 | thaiarchiculture.com \"สถาปัตยกรรมไทย ว่าด้วยตำราลายไทย\" | 4 หมวด, ลายลูกฟัก หน้ากระดาน รักร้อย |\n| S25 | ธีรวัฒน์ ช่างสาน และคณะ (2550). ลายเครื่องถม. *วารสาร มรภ.ยะลา* 2(1) | แม่ลาย 9 แบบ, รายชื่อลาย 37 ลาย ((ข้อความต้นฉบับเก็บในคลังภายใน)) |\n| S26 | ผลค้นหา: ลายกรวยเชิง ลายหน้ากระดาน ลายรักร้อย ลายประแจจีน (saranukromthai, tci-thaijo, treasureantique639) | ตำแหน่งใช้ลายแถว |\n| S27 | วิกิพีเดียไทย \"จิตรกรรมไทย\" | ลักษณะจิตรกรรม |\n| S28 | Wikipedia \"Thai art\" | ยุคสมัย พระพุทธรูป ประณีตศิลป์ ช่างสิบหมู่ ร.1 |\n| S29 | วิกิพีเดียไทย \"ปางพระพุทธรูป\" | ปาง, ปางประจำวัน |\n| S30 | วิกิพีเดียไทย \"สัตว์หิมพานต์\" | สัตว์หิมพานต์ 3 จำพวก |\n| S31 | วิกิพีเดียไทย \"ครุฑ\" | ครุฑ ครุฑยุดนาค ครุฑพ่าห์ |\n| S32 | วิกิพีเดียไทย \"นาค\" | นาค 4 ตระกูล นาคให้น้ำ |\n| S33 | วิกิพีเดียไทย \"เครื่องเบญจรงค์\" | เบญจรงค์ ลายน้ำทอง |\n| S34 | วิกิพีเดียไทย \"เรือนไทย\", \"เรือนไทยภาคกลาง/เหนือ/อีสาน/ใต้\" | เรือน 4 ภาค |\n| S35 | Wikipedia \"Architecture of Thailand\" | หลักร่วม ข้อห้าม กุฏิ หลักเมือง |\n| S36 | วิกิพีเดียไทย \"อุโบสถ\" | นิยามอุโบสถ |\n| S37 | วิกิพีเดียไทย \"หอไตร\" | หอไตรกลางน้ำ |\n| S38 | วิกิพีเดียไทย \"ช่างสิบหมู่\" | ช่างสิบหมู่ ที่มาของคำ |\n\n## แหล่งที่เปิดไม่ได้ (บล็อก 403) — ควรหาอ่านเพิ่ม\n- ศิลปวัฒนธรรม: \"ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์\" (?p=155281), \"สรรพสัตว์บนหลังคา\" (?p=164427), \"รูปทรงของหลังคา มงกุฎแห่งสถาปัตย์\" (article_166718), \"องค์ประกอบหลังคาเรือนไทย\" (?p=164025)\n- หนังสือหลักที่งานวิชาการอ้างถึง (ควรหาฉบับจริง):\n  - สมใจ นิ่มเล็ก (2539) *เครื่องบนและงานประดับของสถาปัตยกรรมไทย*\n  - สมใจ นิ่มเล็ก (2547) *อุโบสถสถาปัตยกรรมไทย*\n  - โชติ กัลยาณมิตร (2548) *พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง*\n  - ราชบัณฑิตยสถาน (2557) *พจนานุกรมศัพท์ลายไทย*\n  - น. ณ ปากน้ำ (2550) *วิวัฒนาการลายไทย*\n  - สันติ เล็กสุขุม *ศิลปะอยุธยา / ศิลปะสุโขทัย*\n  - ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ (2539) *ลายไทย ภาพไทย*\n\n## รูปอ้างอิงที่ผู้ดูแลส่งมา\nดู [18_รูปอ้างอิง.md](https://thai-art-knowledge.pages.dev/md/reference-photos.md) ไฟล์อยู่ที่ (คลังภาพภายใน ไม่เผยแพร่) ใช้ภายในเท่านั้น หลายรูปเป็นภาพของบุคคลอื่นและมีลายน้ำ ห้ามเผยแพร่\n"
  }
 ]
}